ปัจจุบันสตาร์ทอัพไทยสายฟู้ดเทค เริ่มส่งผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชอออกมาตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ             แค่คิดก็ ว้าววววว แล้ว             เนื้อจากพืช             วิธีการคือนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มาแปรรูปโปรตีนสกัดจากพืชมาเพิ่มส่วนผสมเพื่อให้รสชาติ กลิ่น และรสสัมผัสใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ ปลอดภัย และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม             แนวคิดดังกล่าว นอกจากจะตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาสนใจอาหารวีแกนมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างสมดุลของโลกในอนาคต เนื่องจากคาดการณ์ว่าในปี 2593 หรืออีกราว 30 ปีข้างหน้า โลกจะเผชิญกับวิกฤติทางด้านอาหารอันเนื่องจากประชากรล้นโลก 
ไร่ชาวาวี ตั้งอยู่บนดอยวาวี พื้นที่ปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในไทย และยังเป็นไร่ชาอู่หลงแห่งแรกของไทยอีกด้วย ชาที่ปลูกบนดอยมีหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์เมือง, ชาซีลอน, ชาจีน, ชามังกรดำ หรือ ชิงชิงอู่หลง ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกิน 1,000 ฟุต ชาของที่นี่จึงโดดเด่นและเลื่องลือไปทั่วโลก           แต่ในอดีตที่ผ่านมา ชาวบ้าน ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ปลูกชากันโดยไม่ได้นำนวัตกรรมหรืองานวิจัยพัฒนาต่อยอด เน้นการใช้สารเคมีเป็นตัวเร่งผลผลิต เมื่อผลผลิตออกมาก็เก็บใบชาไปขายให้พ่อค้าคนกลางในราคากิโลกรัมละ 30-40 บาท เป็นอย่างนี้มาเนิ่นนาน!
ภายหลังคลายมาตรการหลายระลอกและลูกค้าในหลายธุรกิจเริ่มกลับมา จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับผลกระทบโดยตรง ข้อมูลจากสมาคมธนาคารไทยประเมินว่าโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศถึง 1.3 ล้านล้านบาท และเมื่อรัฐบาลประกาศผ่อนปรนมาตรการล็อคดาวน์เป็นระยะ ๆ ก็เป็นสัญญาณบวกให้ผู้ประกอบการได้กลับมาเปิดกิจการเพื่อพลิกฟื้นรายได้ โดยยังมีมาตรการ Social Distancing กำกับ ในวิกฤติยังมีโอกาสเมื่อการใช้ชีวิตดิจิทัลตั้งแต่ Work From Home การซื้อหรือสั่งอาหารออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติของหลายคน โดยมี 2 องค์ประกอบสำคัญที่กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสังคมวันนี้และอนาคตไปแล้วนั่นก็คือ บริการส่งสินค้า (Delivery) และการรับชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Cashless Payment) ซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยปรับตัวได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา skill การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สรรหาช่องทางการทำตลาดใหม่ ๆ เช่น ไลฟ์สด, สร้าง story หรือ content ที่แตกต่าง, ออกแบบ package หรือออกแคมเปญช่วยเหลือสังคมในแบบที่ตนเองถนัด...
Google Maps แนะนำฟีเจอร์ใหม่หลายอย่างเพื่อช่วยให้ผู้คนที่ต้องเดินทางไม่ว่าจะเป็นโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารสาธารณะ สามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในปัจจุบันทำให้การเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอาจมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ เช่น ตรวจสอบความหนาแน่นของผู้โดยสาร ณ จุดสถานีรถไฟในช่วงเวลาที่ต้องการเดินทาง หรือรถโดยสารประจำทางมีการจำกัดเวลาการเดินรถหรือไม่  สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้น ดังนั้น การเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ก่อนหรือระหว่างการเดินทางจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการนำทางให้ผู้คนสามารถเดินทางไปทำงานได้อย่างปลอดภัย และจะจำเป็นสำหรับทุกคนเมื่อทั่วโลกเริ่มกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้สามารถรองรับได้ทั้งระบบ Android และ iOS รับการแจ้งเตือนเมื่อมีข้อมูลสำคัญ เมื่อคุณค้นหาเส้นทางโดยสารสาธารณะที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกิดจาก COVID-19 ระบบจะแสดงการแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานขนส่งมวลชนในท้องถิ่นเพื่อช่วยให้คุณเตรียมตัวล่วงหน้าได้ดีขึ้น เช่น มาตรการของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบต่อบริการขนส่งมวลชน หรือการสวมหน้ากากอนามัยในขณะโดยสาร โดยเบื้องต้นฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานในประเทศอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย เบลเยียม บราซิล โคลอมเบีย ฝรั่งเศส อินเดีย เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะขยายการให้บริการไปยังประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้...
การประชุมสัมมนาถือเป็นธุรกิจหลักของทุกโรงแรม แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กิจกรรมดังกล่าวก็หยุดชะงักไป แม้ปัจจุบันจะมีการคลายล็อคให้เปิดบริการได้ แต่ยังมีข้อจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม การคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) Creativeecon นำการจัดสถานที่ประชุมและสัมมนารูปแบบใหม่ของโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ มานำเสนอ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งสไตล์โมเดิร์น แสงธรรมชาติ เพดานสูง อากาศถ่ายเทได้สะดวก และพื้นที่กลางแจ้ง เพิ่มความมั่นใจในการจัดประชุมและสัมมนา ด้วยมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยระดับสากล เช่น ลดปริมาณผู้เข้าร่วมการประชุม โดยจัดที่นั่งโดยเว้นระยะห่างทางสังคม จัดให้มีทางเข้าและทางออกเพียงทางเดียว พร้อมจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน ลงทะเบียนการเข้า-ออกผ่าน QR Code หรือแบบฟอร์ม Online เพื่อเป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยของภาครัฐ ทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นผิวในบริเวณต่างๆ ทุกๆ 2 ชั่วโมง เช่น ลูกบิดประตู และลิฟท์ จัดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนและหลังใช้งาน เมนูคอฟฟี่ เบรค และอาหารปรุงสดใหม่ถูกหลักอนามัย และจัดให้บริการเสิร์ฟรายบุคคล ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของสถานที่จัดประชุมที่มีความหลากหลาย  ในยุคที่การทำธุรกิจโรงแรมอยู่ในภาวะวิกฤตแสนสาหัส ไปชมภาพกันเลย  
วิกฤตไวรัสโคโลน่าโควิด – 19 ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้าครั้งใหญ่ของโลกทุกภาคส่วนเครื่องมือสมัยใหม่ เช่น การค้าออนไลน์ แอปพลิเคชั่น และบริการสั่งซื้ออาหารรูปแบบต่างๆ ถูกนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทยทั้งในประเทศและการส่งออก ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากต่างปรับตัวให้ธุรกิจของตนเองอยู่รอดและสามารถเติบโตได้ในภาวะวิกฤตครั้งนี้ นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เจ้าของสินค้าทุเรียนทอดแบรนด์ “Durianontw” สามารถขายสร้างรายได้มากมายจากการขายบนทวิตเตอร์ ไม่เพียงปรับตัวเร็วให้เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ แต่เจ้าของแบรนด์สินค้ายังเลือกช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มลุกค้าโดนใจมากที่สุด นางสาววศมนต์ พุฒิเดชไพบูลย์ (น้องซิน) คณะวิทยาลัยผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นักศึกษาทุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพื่อสังคม Beta young Plus 7 เล่าว่า ตอนแรกเลยความคิดทำธุรกิจนี้เริ่มมาจากในทวิตเตอร์มีการแจกทุเรียนทอดกัน แล้วก็มีคนที่อยากกินแต่หาซื้อไม่ได้และเราเองก็เป็นคนที่ชอบกินทุเรียนทอดอยู่แล้ว จึงมีความคิดว่าจะลองขายดู เพราะน่าจะขายได้ เลยเป็นที่มาของแบรนด์ “Durianontw”  ซึ่งทุเรียนทอดของเรามาจากอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทุเรียนผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เรามาจากการปลูกแบบออแกนิคไม่มีสารเคมี จึงมีคุณค่าในตัวเองสูง โดยทั่วไปปกติผลไม้จะมีการใช้สารเคมีในการปลูกค่อนข้างเยอะ เพื่อที่จะได้ผลผลิตในปริมาณมาก ๆ แต่พอมันมีการปลูกในรูปแบบของออแกนิคและทางสวนเองก็ได้รับมาตรฐานทางสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ทุเรียนที่นำมาแปรรูปเป็นทุเรียนทอดก็จะเลือกใช้สิ่งอื่น ๆ ที่เป็นส่วนผสมอย่างดี เพื่อให้ผู้บริโภคที่รับประทานแล้วรู้สึกถึงความอร่อยและยังได้คุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย สินค้าทุเรียนทอดแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ...
การหยิบยื่น “โอกาส” และถ่ายทอด “ความรู้” คืออีกหนึ่งการ “ให้” ที่อาจพลิกชีวิตคนๆ หนึ่งได้ เหมือนดั่งที่ “จรวยพร เกิดเสม” ครูช่างศิลปะหัตถกรรมและสิ่งทอ ประธานกลุ่มจักสานผักตบชวาบ้านอ้อย จ.ชัยนาท ได้มอบให้ผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดชัยนาท ภาพจำที่มีเคยต่อผู้ต้องขังในเรือนจำเปลี่ยนไป เมื่อครูช่างได้เข้าคลุกคลีใกล้ชิด ถ่ายทอดวิชางานฝีมือให้นักเรียนมือใหม่ที่ส่วนใหญ่ไม่เคยทำงานฝีมือหัตถกรรมมาก่อน แต่มาด้วยใจเต็มร้อย เพราะอยากเรียนรู้วิธีสาน “รองเท้าสานผักตบชวา” ที่ต้องใช้สมาธิจดจ่อ ความอดทนสูง เพื่อค่อยๆ พิถีพิถันสานเส้นใยผักตบชวาทีละเส้นจนกลายเป็นรองเท้าสไตล์รักษ์โลกที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ “ชาวญี่ปุ่น” ที่ชื่นชอบงานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติ “ขวัญชัย สันติภราภพ” ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดชัยนาท เล่าว่า ในบรรดาหัตถกรรมจากผักตบชวา งาน OTOP ขึ้นชื่อของจังหวัดชัยนาท “รองเท้าสานผักตบชวา” เป็นสินค้าขายดี มีออเดอร์จากลูกค้ามากที่สุด โดยส่วนใหญ่ผู้ผลิตจะเป็นกลุ่มแม่บ้านในชุมชนต่างๆ เมื่อเห็นโอกาสแบบนี้ทางเรือนจำจึงตัดสินใจเชิญครูช่างของกลุ่มจักสานผักตบชวามาสอนผู้ต้องขังในเรือนจำ พร้อมกับซื้อวัตถุดิบจากชุมชนท้องถิ่น เป็นการสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน และช่วยแก้ปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำลำคลองไปในตัว จากที่ได้ทำโครงการมาประมาณครึ่งปี ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ทั้งในส่วนของการฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขัง กล่อมเกลาจิตใจให้อ่อนโยน มีสมาธิมากขึ้น เพราะงานหัตถกรรมต้องใช้สมาธิและความอดทนใจเย็นมากๆ กว่าที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้แต่ละชิ้น โดยแต่ละวันผู้ต้องขังสานรองเท้าได้แค่คนละ...
ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แปลงผักขนาดกลางเขียวชอุ่ม ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำจากการปั่นจักรยานรดน้ำแปลงเกษตรของนักเรียนโรงเรียนบ้านหอมเกร็ด ที่ผลัดเวรกันมาดูแลผลผลิตเพื่อมื้อกลางวันแสนอร่อยและปลอดจากสารเคมี รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า แนวคิดปลูกผักด้วยจักรยาน มาจากการผสมผสานวิศวกรรมศาสตร์มาใช้ในแปลงเกษตร โดยฝ่ายเสริมสร้างความร่วมมือและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะวิศวะมหิดล ร่วมกับ โรงเรียนบ้านหอมเกร็ด จ.นครปฐม พัฒนาจักรยานเหลือใช้มาซ่อมแซม ใช้ปั่นสำหรับการรดน้ำในแปลงเกษตรอินทรีย์เพื่อให้เยาวชนได้ออกกำลังกายไปในตัว ซึ่งผักที่งอกงามและปลอดภัยนี้นำมาปรุงเป็นอาหารกลางวันให้น้อง ๆ มีสุขภาพที่ดี ช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย โดยได้ส่งมอบแก่ นายเจน เกิดโพชา ผอ.โรงเรียนบ้านหอมเกร็ด  พร้อมด้วยทีมจาก บมจ.เอส.ซี.จี คณะครู นักเรียน และชุมชนมาร่วมงาน แปลงปลูกผักด้วยจักรยานรดน้ำของโรงเรียนบ้านหอมเกร็ด มี 2 แปลง ได้แก่ 1. แปลงผักกลางแจ้ง มีเนื้อที่ 10x30 เมตร ทางโรงเรียนจะปลูกพืชสวนครัว กะเพรา มะนาว มะกรูด ตะไคร้ ซึ่งเป็นพืชที่ทนแดดกลางแจ้งได้ โดยเดินท่อติดหัวสปริ้งเกอร์ 5 หัว มีระยะห่างกัน...
ตํานานกาแฟดอยช้าง "เอกลักษณ์กาแฟไทย สุดยอดกาแฟโลก" ด้วยพระบารมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่กลายเป็นสินค้าบินไกลสู่ตลาดโลกได้อย่างภาคภูมิใจ โดยมีทั้งความแตกต่างของเรื่องราว และพันธุ์ของกาแฟที่ชาวต่างชาติได้ลองชิมแล้วต้องบอกว่าอร่อยกับ "ความใส่ใจในด้านกาแฟและการพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ ทำให้กลายเป็นกาแฟดอยช้างบินไกลสู่ตลาดโลกได้อย่างมีคุณภาพ" บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด เป็นผู้ผลิต แปรรูป และจัดจำหน่ายกาแฟดอยช้าง โดยนำ “กาแฟอราบิก้า” ชนิดพิเศษคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตเฉพาะบริเวณดอยช้าง ที่อยู่หมู่บ้านดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ที่คัดสรรเมล็ดพันธุ์ด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ดื่มกาแฟที่ หอม อร่อย โดยช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา กาแฟดอยช้างมีช่องทางการขายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเฉลี่ยเป็นอัตราส่วนในประเทศ 30% และต่างประเทศ 70% ทำให้กาแฟดอยช้างเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีระบบแฟรนไชส์และร้านกาแฟพันธมิตรอีกกว่า 50  สาขาในต่างประเทศ อาทิ แคนาดา อังกฤษ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว กัมพูชา และ...
ธุรกิจร้านอาหารในปี 2563 นี้ ถือว่าต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรง แรงกดดันจากต้นทุนที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรของธุรกิจ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ซับซ้อนมากขึ้น ประกอบกับบทบาทของเทคโนโลยีที่ส่งผลให้รูปแบบการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้การปรับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ขยายพอร์ทสินค้าธุรกิจของตนเพื่อมาชิงส่วนแบ่งการขาย ส่งผลให้เกิดความท้าทายต่อผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดกลางและเล็กที่พยายามแข่งขันเพื่ออยู่รอด รวมไปถึงผู้ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้ ทั้งนี้เพื่อที่จะสามารถบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยท้าทายต่างๆผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนี้ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างตัวตนของร้านผ่านเครื่องมือต่างๆ เนี่องจากการแข่งขันที่รุนแรงและการหดตัวของยอดขายเป็นปัจจัยท้าทายที่สำคัญอย่างมากในสภาวะปัจจุบัน ดังนั้นการขยายช่องทางเพื่อเพิ่มจำนวนยอดขายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้ประกอบการอาจเลือกใช้ช่องทางที่ต่างกันตามทรัพยากรและโครงสร้างต้นทุนของร้าน เช่น การใช้ Food Delivery Application เพื่อขยายช่องทางเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มยอดขาย อย่างไรก็ดีจำเป็นต้องพิจารณาถึงต้นทุนและผลกำไรของตนประกอบด้วย เนื่องจากค่าธรรมเนียมของบริการดังกล่าวอาจสูงถึงร้อยละ 30 ของราคาขายอาหาร สร้างความแตกต่างผ่านการเพิ่มคุณค่าของสินค้า/บริการ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลาและมีแนวโน้มที่จะเข้ามาใช้บริการร้านเดิมๆน้อยลง ประกอบกับตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างและเพิ่มความใส่ใจต่อสินค้าและบริการของตน เช่น การนำวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีเฉพาะพื้นที่นั้นๆมาทำเป็นอาหาร หรือการนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็น ภาชนะ เป็นต้น โดยถึงแม้จะเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น แต่หากสามารถเพิ่มหรือรักษาฐานลูกค้าประจำไว้ได้ ก็อาจเป็นการลงทุนที่สร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ปรับกระบวนการทางธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของเทคโนโลยี ส่งผลให้ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของร้านอาหารถูกขยายไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารจำเป็นต้องพิจารณาและศึกษากระบวนการทางธุรกิจให้ครอบคลุมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจรวมไปถึงรักษาระดับความพอใจของผู้บริโภค เช่น การปรับหน้าที่ของพนักงานบางตำแหน่งในช่วงระยะเวลาเร่งด่วน ซึ่งอาจเกิดกระบวนการคอขวดหรือความผิดพลาดขึ้นมาได้ หรือการปรับรูปแบบของบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สามารถเก็บรักษารสชาติและองค์ประกอบของอาหารได้นานกว่าเดิม เป็นต้น โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย...