ในยุคที่โมเดลปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การคำนวณตัวเลข แต่เริ่มเขียนโค้ด วินิจฉัยโรค ไปจนถึงสร้างงานศิลปะได้เนียนกริบ คำถามที่คนทำงานทั่วโลกหวาดหวั่นที่สุดไม่ใช่ "AI ทำอะไรได้บ้าง?" แต่คือ "มนุษย์จะเหลืออะไรให้ทำ?"
ล่าสุด บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ ได้จุดประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยแนวคิดที่ชื่อว่า "Human Reserved" หรือการออกกฎหมายเชิงนโยบายเพื่อ "ล็อกพื้นที่และสงวนงานบางประเภทไว้ให้เฉพาะมนุษย์เท่านั้น" แม้ในอนาคตเทคโนโลยีจะทำงานนั้นได้ดีกว่า เร็วกว่า หรือต้นทุนถูกกว่าก็ตาม
เกตส์ไม่ได้ต่อต้านความก้าวหน้า แต่เขามองเห็นคลื่นสึนามิที่กำลังซัดเข้าใส่ตลาดแรงงานทั้งฝั่ง White-Collar และ Blue-Collar สิ่งที่เขาเสนอคือการปักหมุดปกป้องสายงานที่ผูกพันกับ "คุณค่าทางจิตวิญญาณและจริยธรรม" อาทิ
งานบริบาลและดูแลมนุษย์ : เช่น ครูปฐมวัย พี่เลี้ยงเด็ก และผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพราะเครื่องจักรไม่อาจมอบความอบอุ่น ความเข้าใจ และ Empathy ที่แท้จริงได้
งานตัดสินชะตาชีวิตและศีลธรรม : เช่น คณะลูกขุน หรือผู้พิพากษา ที่ต้องอาศัยสำนึกทางสังคมและมิติความเป็นมนุษย์ในการชั่งน้ำหนัก
งานสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมและจิตวิทยาชุมชน : พื้นที่ที่ความไม่สมบูรณ์แบบและการสื่อสารจากใจมนุษย์สู่มนุษย์คือคุณค่าหลัก
เกตส์ มองว่า แนวคิด Human Reserved...
สมาร์ทโฟนระดับกลางกำลังเปลี่ยนโจทย์การแข่งขัน จากการวัดกันที่สเปกในวันเปิดตัว สู่การตั้งโจทย์ที่ท้าทายว่า “เครื่องรุ่นนี้จะใช้งานได้ดีและคุ้มค่าไปอีกกี่ปี” และนี่คือแนวคิดที่ REDMI Note 17 Series นำมาเป็นจุดขายภายใต้ปรัชญา “Built for Years” หรือการออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน
ตลาดโทรศัพท์มือถือกำลังถูกยกระดับการแข่งขันไปอีกขั้น เมื่อการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆในแต่ละช่วงอาจไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้เปลี่ยนเครื่องเหมือนในอดีต หลายคนเลือกถือครองสมาร์ทโฟนเครื่องเดิมนานขึ้น และสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจึงไม่ได้มีเพียงประสิทธิภาพที่รวดเร็วในวันแรกที่ซื้อ แต่รวมถึงแบตเตอรี่ที่ไว้ใจได้ ความแข็งแรงทนทาน และประสบการณ์ใช้งานที่ยังคงลื่นไหลแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี
แนวโน้มดังกล่าวทำให้คำว่า “ความคุ้มค่า” ของสมาร์ทโฟนระดับกลางมีความหมายใหม่ เพราะโทรศัพท์มือถือในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการพูดคุยหรือส่งข้อความ แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการทำงาน การเดินทาง ความบันเทิง การถ่ายภาพ และการเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัล ผู้ใช้จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่พร้อมเดินทางไปด้วยกันในระยะยาว ไม่ว่าจะผ่านการชาร์จนับพันครั้ง การตกหล่นโดยไม่ตั้งใจ หรือการเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
REDMI Note Series ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับกลางที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการผู้บริโภค ตลอดระยะเวลาการพัฒนามากกว่า 12 เจเนอเรชัน REDMI Note ไม่ได้มุ่งแข่งขันเพียงตัวเลขบนแผ่นสเปก แต่พยายามนำสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นประสบการณ์ของสมาร์ทโฟนระดับสูง มาทำให้ผู้บริโภคในตลาดระดับกลางสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนผ่านยอดจัดส่ง REDMI Note Series มากกว่า 500 ล้านเครื่องทั่วโลก...
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII)ถ่ายทอดเรื่องราวของต้นแบบนวัตกรรมอาหารไทย “มาม่า” ราชาแห่งบะหมี่สำเร็จรูปและโมเดลการบริหารธุรกิจแบบยั่งยืนกับบทเรียนจากนักบริหารคนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทย “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” ภายใต้วิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง การเข้าใจผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ และการรักษาพันธมิตรคู่ค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริตซึ่งเป็นบทความที่น่าสนใจ
ในโลกของธุรกิจอาหาร ไม่มีใครในประเทศไทยที่จะไม่รู้จักคำว่า “มาม่า” แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ก้าวข้ามผ่านการเป็นเพียงแค่เครื่องหมายการค้า ไปสู่การเป็น “Generic Name” หรือคำสามัญที่คนไทยใช้เรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อ และเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจภาคประชาชนฐานรากที่แม่นยำที่สุด หรือที่เรียกกันว่า “Mama Index”
เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ระดับตำนานที่ครองใจคนไทยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ และแผ่กิ่งก้านสาขาไปปักธงไทยไกลในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกนั้น มีคนๆหนึ่งที่ชื่อว่า “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” ผู้ซึ่งเพิ่งถึงแก่อนิจกรรม ทิ้งไว้ซึ่งบทเรียนทางธุรกิจอันล้ำค่าและตำนาน “ราชาแห่งบะหมี่สำเร็จรูป” ที่คนรุ่นหลังต้องจดจำ
จากจุดเริ่มต้น.. สู่การปฏิวัติรสชาติเพื่อคนไทย
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2515 ยุคที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยยังเป็นสิ่งใหม่ และมีเจ้าตลาดเดิมจับจองพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว การก้าวเข้ามาของ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด ภายใต้การร่วมทุนระหว่างเครือสหพัฒน์ โดย คุณเทียม โชควัฒนา และพันธมิตรจากไต้หวัน ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง คุณพิพัฒ พะเนียงเวทย์...
วงการ T-POP เมืองไทยกำลังสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อ RS Music X ค่ายเพลงระดับตำนานที่โตมาพร้อมกับวัยรุ่นยุค 90s-2000s ลุกขึ้นมาสลัดภาพจำเดิม ๆ แล้วกระโดดเข้าสู่โลกอนาคตอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวโปรเจกต์สุดล้ำ “Artist Icon” ส่ง 6 ศิลปิน AI ลงสู่สนามและประเดิมซิงเกิลแรกด้วยเพลงระดับขึ้นหิ้งอย่าง “เก็บตะวัน 2026” ควบรวมไปกับโปรเจกต์ RS Music Reimagined
งานนี้จุดชนวนกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างแรงกระเพื่อมในใจคนฟังเพลงไทยอย่างหนักหน่วง นี่คือแฟชั่นชั่วคราวหรือคือการปฏิวัติวงการ? “CREATIVE ECON” ชวนไปส่องจุดแข็ง-จุดอ่อน ของแนวคิด และอนาคตวงการเพลงไทยนับจากนี้
ถอดสมอง RS แค่เทคโนโลยี หรือ โมเดลธุรกิจสุดคมคาย
ถ้าใครคิดว่า RS แค่อยากทำอะไรล้ำ ๆ ขอบอกว่า คิดผิด! เพราะเบื้องหลังร่างเสมือนของศิลปิน AI มันคือกลยุทธ์ธุรกิจที่เฉียบคมและเลือดเย็นในเวลาเดียวกัน
* ระเบิดขุมทรัพย์แค็ตตาล็อกทองคำ : RS ถือไพ่ตายคือลิขสิทธิ์เพลงฮิตยุค Y2K...
“ทักษะสมอง EF (Executive Functions) คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษก้าวข้ามข้อจำกัด สู่การมีทักษะการกำกับตนเองที่ดีขึ้น ผ่านความเข้าใจในกลไกการทำงานของสมองและใช้กิจกรรมที่เหมาะสมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของเด็ก ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม”
นี่คือใจความสำคัญจากการเสวนาหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วยทักษะ EF” โดย อาจารย์กรณัฐ โรจน์ไพรินทร์ จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ภายในงาน “ดรีมซิตี้ เมืองสร้างฝัน อีเอฟสร้างคน” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) กรุงเทพมหานคร สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป (RLG) และพันธมิตร เพื่อส่งเสริมแนวทางการดูแลเด็กผ่านทักษะ EF ในสมองส่วนหน้า
อาจารย์กรณัฐชี้ให้เห็นว่า เด็กพิเศษกลุ่มออทิสติก สมาธิสั้น (ADHD) หรือบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) มักมีความอ่อนแอของสมองส่วนหน้าที่ควบคุมทักษะสำคัญ ผู้ปกครองจึงสามารถนำกิจกรรมในชีวิตประจำวันมาเป็นเครื่องมือฝึกฝน 3 ทักษะพื้นฐานได้ทันที
เริ่มจาก ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) เพื่อให้เด็กจำคำสั่งและนำข้อมูลมาใช้ต่อได้สำเร็จ โดยใช้ภาพสัญลักษณ์แสดงขั้นตอนกิจวัตร เช่น...
ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าปรับกลยุทธ์เชิงรุก รับมือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและหลากหลายกว่าในอดีต เพราะ “การกิน” ได้กลายเป็นการสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง รวมถึงเทรนด์การดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เมนูนานาชาติหลากหลายสไตล์ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ขณะนี้ ไปจนถึงความต้องการอาหารทางเลือกอย่างเมนูจากพืช ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้ผลิตอาหารต้องอ่านเกมให้ขาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ด้วยทีมวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งซึ่งทำงานครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนากระบวนการผลิต การคิดค้นสูตรอาหาร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงรูปแบบการเก็บรักษา เพื่อให้ทุกเมนูตอบทุกโจทย์การกินของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ปัจจุบัน ซีพีแรมมีกำลังการผลิตอาหารพร้อมรับประทานสูงถึง 2.4 ล้านถาดต่อวัน ส่งตรงสู่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศและตลาดส่งออก
ผู้บริโภคในแต่ละเจนมีพฤติกรรมการกินที่แตกต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองและคนทำงานวัยหนุ่มสาวที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องการทั้งความอร่อย ความคุ้มค่า และสุขภาพที่ดี รวมถึงประสบการณ์ ใหม่ ๆ ในมื้ออาหาร ซีพีแรมจึงไม่ได้มองผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานเป็นเพียงเมนูแก้ความหิวเท่านั้น แต่มองเป็นคำตอบของไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เราจึงใช้ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคมาออกแบบทั้งเมนูและบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์การกินที่เปลี่ยนไปในทุกมิติ
“สีกล่อง” ภาษาใหม่ที่บอกพฤติกรรมการกินได้ในพริบตา คือหนึ่งในกลยุทธ์ของซีพีแรมที่สะท้อนความเข้าใจต่อผู้บริโภคได้ชัดเจนที่สุดการใช้ “สีของกล่องอาหาร” เป็นวิธีการสื่อสารที่บอกทั้งรูปแบบการกินและการเก็บรักษา ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเมนูที่ตรงกับจังหวะชีวิตของตัวเองได้ง่าย สะดวกสบาย และคุ้มค่ามากขึ้น เริ่มจากกล่องสีแดง คำตอบของคน “ต้องการรับประทานทันทีกับเมนูที่คุ้นเคย” และเป็นบรรจุภัณฑ์สียอดนิยมที่สุดของซีพีแรม เป็นอาหารแช่เย็นปรุงสุกใหม่ที่ผ่านกระบวนการผลิตในระบบปิดปลอดเชื้อตามมาตรฐานสากล...
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขหรือสถิติตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่มันคือ "บันทึกร่องรอยการเอาชีวิตรอด" ของมวลมนุษยชาติ ทุกการล่มสลายของยักษ์ใหญ่ การผงาดของตระกูลการค้า หรือการหักเหลี่ยมเฉือนคมในเวทีเจรจาระดับโลก ล้วนทิ้งลายแทงสำคัญไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา และนี่คือ 4 หน้าประวัติศาสตร์และเรื่องราวการค้าในอดีตที่เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนวงการธุรกิจ
อวสาน ‘ห้างในตำนาน’ : เมื่อสมรภูมิค้าปลีกเปลี่ยน
ในยุคหนึ่ง "ห้างสรรพสินค้า" คือสัญลักษณ์แห่งความศิวิไลซ์และความมั่งคั่ง แต่การก้าวเข้ามาของ E-commerce และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปแบบฉับพลัน ได้กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่พัดถล่มห้างระดับตำนานให้กลายเป็นเพียงความทรงจำ
‘กาดสวนแก้ว’ เชียงใหม่ : ยักษ์ใหญ่แห่งภาคเหนือที่ยืนหยัดมานานกว่า 30 ปี ท้ายที่สุดต้องรูดม่านปิดตัวลง หลังเจอมรสุมสภาพคล่องสะสมและถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตโรคระบาด จนกลายเป็นการปิดฉากที่ทำให้นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ใจหาย
‘ตั้งฮั่วเส็ง’ : ห้างเก่าแก่ขวัญใจชาวฝั่งธนฯ ที่มีจุดเด่นระดับลายเซ็นคือ "อุปกรณ์งานฝีมือ" แต่เมื่อทุนค้าปลีกสมัยใหม่และแพลตฟอร์มออนไลน์ยึดครองพื้นที่ เมืองหลวงของคนรักงาน Craft แห่งนี้ก็ไม่อาจต้านกระแสธารทุนนิยมไหว
‘พรอมเมนาดา’ เชียงใหม่ : ทุนเนเธอร์แลนด์ควักกระเป๋ากว่า 2,800 ล้านบาท เนรมิตศูนย์การค้ารูปแบบยุโรปแห่งแรกในเอเชีย แต่เมื่อ "ทราฟฟิก" หรือจำนวนผู้ใช้บริการไม่เป็นไปตามเป้า ยักษ์ต่างชาติรายนี้ก็ต้องยอมจำนนและยุติการให้บริการ
บทเรียนนี้บอกว่าอาคารที่ใหญ่โตไม่ได้การันตีความอยู่รอด ถ้า "พฤติกรรมคนเดิน" เปลี่ยนไป...
หากพูดถึงแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในตำนานของไทยที่เคยยิ่งใหญ่จนสามารถต่อกรกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นและยุโรปได้อย่างสมศักดิ์ศรี ชื่อของ "ธานินทร์" จะต้องเป็นชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน
ด้วยสโลแกนติดหูที่กลายเป็นอมตะวาจาว่า "ทุกบาทคุ้มค่าด้วย...ธานินทร์"
นี่คือเรื่องราวการเดินทางอันน่าทึ่ง จากร้านซ่อมวิทยุเล็ก ๆ สู่จักรวรรดิเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทย และบทเรียนในวันที่คลื่นลูกใหม่ซัดเข้ามา
จุดเริ่มต้นจาก "ร้านอุดมชัย"
เรื่องราวเริ่มขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย คุณอุดม วิทยะสิรินันท์ ช่างซ่อมวิทยุผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เขาเริ่มต้นจากการเปิดร้านซ่อมและจำหน่ายวิทยุเล็ก ๆ ชื่อ "อุดมชัย" ย่านเวิ้งนาครเขษม
ด้วยความหลงใหลในเทคโนโลยีและมองเห็นว่าวิทยุในสมัยนั้นเป็นสินค้านำเข้าราคาแพง มีเพียงคนรวยเท่านั้นที่เข้าถึงได้ คุณอุดมจึงเกิดไอเดียว่า "ทำไมคนไทยจะผลิตวิทยุราคาถูกและดีให้คนไทยด้วยกันใช้ไม่ได้?"
ในปี พ.ศ. 2499 คุณอุดมได้ก่อตั้ง บริษัท ธานินทร์อุตสาหกรรม จำกัด ขึ้นมา เพื่อเดินหน้าผลิตเครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์อย่างเต็มตัว
ยุคทอง ทุกบ้านต้องมี "ธานินทร์"
ธานินทร์เริ่มต้นกลยุทธ์อย่างเฉียบคมในยุคนั้น ด้วยการออกแบบวิทยุให้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนชื้น และที่สำคัญคือ "รับสัญญาณได้แรงและชัดเจนมาก" แม้จะอยู่ในต่างจังหวัดที่ห่างไกล ราคาถูกกว่าวิทยุนำเข้าจากต่างประเทศหลายเท่า ทำให้ชาวไร่ ชาวนา และประชาชนทั่วไปสามารถซื้อหามาฟังข่าวสารและเพลงลูกทุ่งได้ ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ตัวตู้ไม้ลายคลาสสิกและปุ่มหมุนขนาดใหญ่ กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกประจำบ้าน
จากวิทยุธานินทร์รุ่นยอดฮิตอย่าง TF-222 แบรนด์ได้ขยายไลน์สินค้าไปสู่ โทรทัศน์ขาวดำและสี,...
ในปี 1985 Coca-Cola กำลังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับ Pepsi ที่ทำแคมเปญ "Pepsi Challenge" (ให้คนปิดตาชิมแล้วเลือกน้ำอัดลมที่ชอบ ซึ่งคนส่วนใหญ่เลือกเป๊ปซี่เพราะหวานกว่า)
ผู้บริหารโค้กตื่นตระหนก จึงตัดสินใจเปลี่ยนสูตรเครื่องดื่มที่ขายมานาน 99 ปี และตั้งชื่อใหม่ว่า "New Coke" ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าคนชอบรสชาตินี้มากกว่าสูตรเดิมและเป๊ปซี่
ทันทีที่เปิดตัว คนอเมริกันโกรธแค้นมาก มีการโทรมาด่าทอที่คอลเซ็นเตอร์วันละเป็นแสนสาย มีการประท้วงตามท้องถนน เพราะสำหรับพวกเขา โค้กไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็น "วัฒนธรรมและจิตวิญญาณ" ของอเมริกา
ผ่านไปเพียง 79 วัน โค้กต้องยอมจำนนและนำสูตรเดิมกลับมาขายในชื่อ "Coca-Cola Classic" ซึ่งกลับกลายเป็นว่ายอดขายพุ่งทะยานยิ่งกว่าเดิม เพราะคนตระหนักแล้วว่าพวกเขา "รัก" โค้กสูตรเดิมมากแค่ไหน ร่วมติดตามมหากาพย์ความซ่า บทเรียนการตลาดระดับโลก
ในช่วงทศวรรษ 1970 ถึงต้น 1980 Coca-Cola กำลังตกที่นั่งลำบาก แม้จะเป็นผู้นำตลาด แต่ส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ค่อยๆ หดตัวลงเรื่อยๆ จากที่เคยทิ้งห่างคู่แข่ง ในขณะที่คู่ปรับตลอดกาลอย่าง...
หากพูดถึงแบรนด์สินค้าที่เป็น “ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ” และอยู่คู่ครัวเรือนไทยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ คงไม่มีใครไม่นึกถึง “มาม่า” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แข็งแกร่งจนกลายเป็น Generic Name ที่คนไทยใช้เรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกแบรนด์ไปโดยปริยาย
เส้นทางความสำเร็จของมาม่าไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่เกิดจากส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง “เทคโนโลยีการผลิต” และ “อัจฉริยภาพทางการตลาด” โดยสามารถสรุปหมุดหมายและกลยุทธ์สำคัญได้ดังนี้
จุดเริ่มต้นการจับคู่ธุรกิจ
มาม่าเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เพรซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ของไต้หวัน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหาร และ เครือสหพัฒน์ (บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด) นำโดยเจ้าสัวเทียม โชควัฒนา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการตลาดและระบบขนส่งสินค้า (Logistics) อย่างหาใครเทียบยากในยุคนั้น
พวกเขาจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด ในปี 2515 ก่อนที่ฝั่งไทยจะซื้อหุ้นทั้งหมดมาบริหารเองในเวลาต่อมา ทำให้มาม่ากลายเป็นแบรนด์ไทยแท้อย่างเต็มตัว
"ต้มยำกุ้ง" รสชาติเปลี่ยนโลก หมัดเด็ดมัดใจคนไทย
ในช่วงแรก มาม่าเปิดตัวด้วยรสคลาสสิกตามแบบฉบับเอเชียตะวันออกอย่าง "รสซุปไก่" และ "รสหมูสับ" ซึ่งแม้จะขายดี แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้มาม่าทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นคือการคิดค้น "รสหมูสับ" (เวอร์ชันปรับปรุง) ตามด้วย "รสต้มยำกุ้ง"
มาม่ารู้ดีว่าคนไทยชอบอาหารรสจัด...






































