กูรูออนไลน์ไขปริศนาทำอี-คอมเมิร์ซยุคใหม่อย่างไรให้…โดน!

1180

กูรูออนไลน์และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดสินค้าจีน ตบเท้าร่วมเวทีสัมมนาภายในงาน  “8th  China ASEAN (Thailand) Commodity Fair 2018 & 9th Guangdong (Thailand) Products show 2018” จัด 2งานยักษ์ไว้ภายในงานเดียวกันอย่างยิ่งใหญ่  เผยเตรียมข้อมูลชี้แนะกลยุทธ์ ไกด์เป็นแนวทางรุกตลาดสินค้าจีน ด้านผู้จัดงานฯ ตอกย้ำผู้สนใจลงทะเบียนฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น พร้อมชมทัพสินค้าจีนกว่า 200 บริษัทจากมณฑลกวางตุ้งและเมืองต่างๆ นำมาจัดแสดงภายในงาน 27-29 กันยายน 2561 ณ ฮอลล์ 99         ไบเทค บางนา

เบญจมาศ ไชยวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเข้าสินค้าจากจีน ผู้ให้ความรู้และที่ปรึกษาด้านการนำเข้าสินค้าออนไลน์ e-commerce กล่าวว่า สำหรับการนำเสนอออนไลน์ในยุคนี้ ต่างกับในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา เดิมการแข่งขันยังน้อยหากใครสามารถเรียนรู้เข้าถึงออนไลน์ก่อนมีโอกาสรวยก่อนไม่ยากนัก แต่ปัจจุบันเทรนด์สินค้าเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของตลาดและผู้บริโภค ใครมีสินค้าแปลกและชัดเจน ให้ข้อมูลลูกค้าได้มากกว่า สินค้าดีจริง ฯลฯ การตัดสินใจของลูกค้าจะไม่ยากนัก เนื่องด้วยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคจะเลือกซื้อในปัจจุบัน จะหาข้อมูลรวมถึงสำรวจราคาสินค้า รวมถึงการอ่านรีวิวจากเว็บไซต์ หรือบล็อกเกอร์ต่างๆด้วย

“ในมุมของผู้ประกอบการเองทั้งรายเล็ก รายใหญ่ จะเห็นได้ว่าเข้ามาสร้างตัวตนในออนไลน์กันเยอะมากขึ้นทำให้สนามออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน มีการแข่งขันกันสูงอย่างดุเดือดมาก อย่างไรก็ดีในส่วนสัมนางานปีนี้ได้รวมผู้เชี่ยวชาญในหลายๆด้านที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น ทางการตลาดออนไลน์ การตลาดฝั่งจีน หรือการสร้างแบรนด์ฯ ในส่วนของตนเองก็พร้อมที่จะให้ข้อมูลกับเจ้าของธุรกิจ เจ้าของ   แบรนด์ หรือผู้สนใจทั่วไป ที่ต้องการหาความรู้เกี่ยวกับการเลือกสินค้านำเข้าจากประเทศจีน ในหัวข้อ “ลดต้นทุน ลดปัญหา การเลือกสินค้านำเข้าจากจีน” ผู้ที่สนใจอยากมีธุรกิจแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรขอเชิญมาชมงานแสดงสินค้าจีนที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งมีไม่บ่อยนักที่จะมาจัดแสดงในไทย พร้อมฟังงานสัมมนาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆโอกาสดีๆแบบนี้มากันให้ได้ค่ะ” ครูปูน กล่าว

ด้าน น.สพ.ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์  ที่ปรึกษาในการวางกลยุทธการขาย เจ้าของหนังสือ Bestseller ‘ขายน้อย ให้(ยอด)ขายเยอะ’ และ ‘ทำไม่ไม่บอกกู’ ผู้ก่อตั้งเพจ The Sales-Partan กล่าวว่า ปัจจุบันช่องทางการขายของออนไลน์ของไทยต้องยอมรับว่าเฟสบุ๊ค ยังคงเป็นช่องทางหลักของเหล่านักขายกลุ่มใหญ่ ก็จะต้องมีการปรับกลยุทธ์สำหรับนักขาย เมื่อก่อนเราจะพูดถึง Engagement แต่ครั้งนี้จะเน้นในเรื่อง Conversion หมายความว่าให้คนกดไปเว็บไซต์อื่นหรือกดไปยังแอพพลิเคชั่นอื่นของเราเพื่อจะสร้างยอดขายโดยไม่ต้องไปสน Engagement มากนัก เพราะว่ากลยุทธ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นการสร้างคอนเทนต์ก็จะเป็นการ Base on ซึ่งกลยุทธ์ที่จะทำต่อไปในปีนี้ คือมุ่งเน้น Conversion ไม่ใช่แค่ Engagement อย่างเดียว ดังนั้นหัวใจสำคัญของการเป็นนักขายออนไลน์หลักๆ คือ เราต้องเร็วขึ้น (Get to the point) ดึงดูดใจมากกว่า ต้องรวดเร็วและโดนใจตั้งแต่แรกเห็น เพราะพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคก็มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ความต้องการ และทางเลือกก็มีมากขึ้น

“จากผลการสำรวจทางเฟสบุ๊คเกี่ยวกับการตัดสินใจของผู้ใช้สั้นเพียงแค่ 1.7 วินาที ถ้าเกินกว่านี้คนก็ไม่สนใจแล้วซึ่งถือว่าสั้นมาก ดังนั้นทำอะไรต้องเร็วและตรงจุดโดนใจตั้งแต่แรกเห็น นั่นคือปัญหาหลักของการขายออนไลน์ในวันนี้ ดังนั้น “สร้าง Content ขายให้โดน ขยายโอกาสตลาดออนไลน์” จึงเป็นหัวข้อที่จะนำมาให้ผู้ร่วมฟังได้ปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับเทรนด์ปี 2018 และในอนาคต จะเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจ หรือ ผู้ที่สนใจได้มาลองมาฟังภายในงานฯ พร้อมชมตัวอย่างสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่นำมาโชว์จากแต่ละมณฑลที่เป็นเขตการค้าสำคัญของทางจีน มีผู้ประกอบการที่เราสามารถพูดคุยได้เลย ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจ หรือ ผู้ที่กำลังมองหาช่องทางในการลงทุนเผื่อจะเกิดไอเดีย หรือเห็นช่องทางทางธุรกิจมากขึ้น ” หมอกิม กล่าว

นางสาวพาขวัญ เจียมจิโรจน์  ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดิ เอ็กซ์ซิบิส จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า  ในปีนี้เรายังคงจัดงานแสดงสินค้าจีน 2 งานยักษ์ ไว้ในภายในงานเดียวกันคือ “8th China ASEAN (Thailand) Commodity Fair 2018 และ 9th  Guangdong (Thailand) Products show 2018”  ณ ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ในวันที่ 27-29 กันยายน 2561นี้

สำหรับการจัดงาน 8th  China ASEAN (Thailand) Commodity Fair 2018 และ 9th  Guangdong (Thailand) Products show 2018” ในปีนี้ ยังคงเป็นรูปแบบ “นิทรรศการ” กับ “สัมมนา” เช่นเดิม ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ร่วมแสดงสินค้าและผู้เข้าชมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีบริษัทจีนจากมณฑลกวางตุ้งและเมืองต่าง ๆ ราว 200 บริษัทนำสินค้ามาจัดแสดงในงานประมาณ 250 บูธ เช่น เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือ เครื่องจักรขนาดเล็ก ไฟส่องสว่าง เสื้อผ้าแฟชั่นและรองเท้า เป็นต้น นอกจากนั้น บริษัท China Construction Expo หวังส่งเสริมอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย จึงนำกลุ่มบริษัทผู้ผลิต อาทิ วัสดุก่อสร้าง เครื่องมือฮาร์ดแวร์ เครื่องจักรขนาดเล็ก ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็กจัดสินค้าที่มีคุณภาพสูงของจีนเข้าสู่ตลาดไทยอีกทางหนึ่งอีกด้วย

“ซึ่งตลอดทั้ง 3 วันจัดงาน เราได้เปิดเวทีสัมมนาในหัวข้อต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ผู้ร่วมงาน ได้เลือกชอปสินค้าไปขาย พร้อมฟังเคล็ดลับการขายในหัวข้อที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสู่โลก 4.0  การทำธุรกิจผ่านโลกดิจิตอลเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างไทย–จีนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเวทีสัมมนางานแสดงสินค้าจีนฯ จะได้รับการยอมรับและความสนใจจากเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนทั่วไป ตลอดจนนักศึกษา ที่ได้เข้ามาร่วมฟังปีละไม่ต่ำกว่า 4,000 คน  โดยกูรูผู้เชี่ยวชาญได้ขนเอาเคล็ดลับ เทรนด์และวิธีขายสินค้าจีนเพื่อนำมาต่อยอดในการทำธุรกิจ ซึ่งท่านไม่ควรพลาดในโอกาสสำคัญและก็คาดหวังเช่นกันว่าปีนี้จะมีผู้สนใจมาร่วมฟังมากมายอีกเช่นเคย ” นางสาวพาขวัญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายในงานยังมีการจัดสัมมนาในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ จากวิทยากรอีกหลายท่าน เช่น ข้อติดเครื่องธุรกิจ ลุย E-commerce 4.0 จาก “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ”, หัวข้อลดต้นทุน ลดปัญหา การเลือกสินค้านำเข้าจากจีน จาก “ครูปูน เบญจมาศ ไชยวงศ์”, หัวข้อ Level Up ธุรกิจ เปิดกลยุทธ์บุกตลาดจีน จาก “อิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร”, และหัวข้อสร้าง Content ขายให้โดน ขยายโอกาสตลาดออนไลน์ จาก “หมอกิม น.สพ.ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์” เป็นต้น ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-664-6499 ต่อ101 หรือติดต่อผ่านอีเมล gds_operation@theexhibiz.com หรือเว็บไซต์ www.facebook.com/chinaproductshow