previous arrow
next arrow
Slider
ดร.อัญชลิน  พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) กับบริษัท ทรู ไลฟ์ โบรกเกอร์ จำกัด และ บริษัท ทรู เอ็กซ์ตร้า โบรกเกอร์ จำกัด เพื่อทำการขยายตลาดประกันภัยและประกันชีวิต ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับกลุ่มบริษัท TQM ได้ในอนาคต โดยภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะมีการนำ Technology Knowhow และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัย ซึ่ง TQM มีความชำนาญเป็นอย่างดีมาสนับสนุนในกลุ่มธุรกิจของทรู ไลฟ์ โบรกเกอร์ ที่มีฐานลูกค้าประกันชีวิตอยู่กว่า 5 แสนราย เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างการเติบโตที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้เบี้ยประกันของ TQM เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ของปี 2564 และแตะ 50,000 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยบริษัท ฯ ถือหุ้นในสัดส่วน...
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต ตระหนักถึงความกังวลของลูกค้าในการใช้บริการช่วงการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัส COVID-19 โดยได้แสดงถึงความพร้อมให้บริการรูปแบบดิจิทัล (Digital Service) ครบวงจร เพื่อให้ลูกค้ารับบริการโดยไร้การสัมผัส ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ COVID-19 พร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยบริการที่ถูกต้องรวดเร็วทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการขาย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา OCEAN LIFE ไทยสมุทร ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในนวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า รวมทั้งการสนับสนุนให้พนักงาน และตัวแทนประกันชีวิตเรียนรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาศักยภาพในการทำงาน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สุดให้กับลูกค้า โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ลูกค้าสามารถคัดสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการผ่าน www.ocean.co.th ที่สามารถซื้อประกันออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง หรือทำกับตัวแทนประกันชีวิตมืออาชีพ เพิ่มความมั่นใจด้วยการขายรูปแบบใหม่ OCEAN LIFE DIGITAL Face to Face ลดความเสี่ยงการสัมผัส เพียงสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือ หรือคอมพิวเตอร์ก็สามารถซื้อประกันได้ง่าย ๆ ภายใต้ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และเมื่อเป็นลูกค้า OCEAN LIFE ไทยสมุทร รับความสะดวกสบายด้วยบริการเชื่อมต่อ OCEAN CONNECT ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์ เช็คสิทธิประโยชน์ และใช้บริการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ผ่าน LINE @oceanlife สอดคล้องนโยบายรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 พร้อมบริการชำระเบี้ยประกันผ่าน QR Code ทางเลือกในการชำระเบี้ยประกันภัย สะดวกทุกที่ทุกเวลา เพียงสแกนผ่าน Mobile Banking และ OCEAN LIFE CLAIMS HOTLINE บริการด้านสินไหม ที่คอยดูแลให้บริการลูกค้าและให้คำปรึกษาทุกเรื่องเคลมให้เป็นเรื่องง่ายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง      ...
รศ.พญ.วนัทปรียา พงษ์สามารถ ผู้ช่วยคณบดี ฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รับมอบเงินบริจาค  จำนวน 600,000 บาท จาก พญ. ภาวิฉัตต์  ประเสริฐสิทธิ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และนางสาวภาสินี ปรีชาธนาพล กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อสมทบกองทุน “ศิริราชรักษภิบาล” (สู้ภัยโควิด) นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ณ โรงพยาบาลศิริราช
มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ (One For Lives Foundation) องค์การสาธารณกุศลที่มีภารกิจในการดูแลสังคมทุกภาคส่วน ขอเชิญชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 โดยร่วมบริจาคเงินจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์หรือสิ่งของจำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลน  สามารถร่วมบริจาคเงินสมทบกองทุนสู้ภัยโควิด-19 ผ่านบัญชี มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่ 684-1-06177-8 พร้อมส่งหลักฐานการบริจาค แจ้งชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่ในการจัดส่งใบเสร็จรับเงิน สำหรับนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ที่ email :  oneforlives@thailife.com หรือ Line : OFL915 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2246 3951/ 0 2246 1460
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ ซึ่งยังมีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มีความห่วงใยและตระหนักถึงผู้เอาประกันภัยที่มีโรคเรื้อรังและจำเป็นต้องมีการติดตามรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สะดวกในการไปพบแพทย์และรับยาที่โรงพยาบาล ดังนั้น เพื่อเป็นการมอบความอุ่นใจ การอำนวยความสะดวก และการลดความเสี่ยงจากการเดินทางออกจากบ้านให้กับผู้เอาประกันภัย ที่มีโรคเรื้อรังและจำเป็นต้องมีการติดตามรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สะดวกในการไปพบแพทย์และรับยาที่โรงพยาบาล บริษัทฯ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลคู่สัญญาที่พร้อม เปิดให้บริการผ่านทางโทรเวชกรรม (Telemedicine) โดยเริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุยายน 2564 ทั้งนี้ โรงพยาบาลคู่สัญญาที่เข้าร่วมให้บริการจำนวน 35 แห่ง ประกอบด้วย  Samitivej Virtual Hospital โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค โรงพยาบาลเจ้าพระยา โรงพยาบาลเทพธารินทร์ โรงพยาบาลไทยนครินทร์ โรงพยาบาลบางปะกอก 1 โรงพยาบาลบางปะกอก 9โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  โรงพยาบาลบี.แคร์เมดิคอลเซ็นเตอร์  โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โรงพยาบาลพญาไท 1 โรงพยาบาลพญาไท 2  โรงพยาบาลพญาไท 3 โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ โรงพยาบาลพระรามเก้า โรงพยาบาลเวชธานี โรงพยาบาลสมิติเวชไชน่าทาวน์ โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ โรงพยาบาลบางปะกอก รังสิต 2 โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 โรงพยาบาลบางปะกอก 3 โรงพยาบาลบางปะกอก สมุทรปราการ โรงพยาบาลมหาชัย 1 โรงพยาบาลมหาชัย 2  โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา  โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา  โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา  โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี โรงพยาบาลศรีสวรรค์ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่  และโรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์   โดยผู้เอาประกันภัยที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังและมีความประสงค์ใช้บริการ Telemedicine  นี้ จะต้องเป็นผู้ป่วยเดิมที่มีประวัติการรักษาในโรงพยาบาลที่ให้บริการตามที่กำหนด โดยเป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องมีการติดตามและต้องได้รับยาต่อเนื่อง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น โดยบริการดังกล่าวจะครอบคลุมการพบแพทย์...
เลขาธิการ คปภ. สั่งสอบสวนตัวแทนประกันชีวิต ที่ส่งข้อความไม่เหมาะสมให้กับประชาชนแล้ว เผยจะบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำในทำนองนี้อีก ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก และเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย และการดำเนินการของตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. 2563 ได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการเสนอขายประกันภัยในแต่ละช่องทางไว้ อาทิเช่น พบเจอตัวลูกค้า หรือทางโทรศัพท์ เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยและคนกลางประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย เป็นผู้เสนอขายประกันภัย จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ และหากฝ่าฝืนก็ได้กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอก 3 ซึ่งมีการระบาดอย่างรวดเร็วและขยายเป็นวงกว้างไปทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และได้ซื้อประกันภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งบริษัทประกันภัยได้นำเสนอรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่กำหนด      ความคุ้มครองแตกต่างกัน และการเสนอขายประกันภัยในช่วงนี้โดยส่วนใหญ่ผ่านช่องทางโทรศัพท์ หรือทางระบบออนไลน์ จากกรณีที่ปรากฏตามข่าวมีตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ได้เสนอขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ โดยได้โทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าและลูกค้าได้ปฏิเสธการซื้อประกันภัยแล้ว แต่ตัวแทนประกันชีวิตรายนี้ได้ส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมให้ลูกค้า สำนักงาน คปภ....
จากบทบาทภารกิจที่กฎหมายกำหนดให้กองทุนประกันชีวิต อาจเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทประกันชีวิตที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ดังนั้น เพื่อเป็นการจัดเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ชำระบัญชี กองทุนจึงจัดโครงการอบรมความรู้แก่บุคลากรภายใต้หลักสูตรวิชาชีพประกันชีวิต ดำเนินการโดยสถาบันประกันภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย ซึ่งหลักสูตรนี้แบ่งเป็น 5 Module แต่ละ Module ใช้เวลาอบรม 3 วัน           จบแล้ว...สำหรับ Module 1 วิชาชีพประกันชีวิต โดยกองทุนประกันชีวิต ส่งบุคลากรรวม 10 คน เข้าอบรมร่วมกับผู้เข้าอบรมจากหน่วยงานอื่น ซึ่งความรู้ที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดีตามวัตถุประสงค์โครงการ
บทความ by ECONMAN การประกันชีวิตกลายเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต หลายครั้งหลายคราที่เกิดเหตุไม่คาดฝันกับผู้คนมากมายในสังคม และกรมธรรม์ประกันชีวิตได้เข้าไปเยียวยา ผ่อนหนักให้เป็นเบา บรรเทาค่ารักษาพยาบาล หรือกลายเป็นที่พึ่งพาให้กับคนข้างหลัง รูปแบบการทำประกันชีวิตทุกวันนี้ก็มีให้เลือกหลากหลาย จ่ายมาก จ่ายน้อย ได้ตามกำลัง บางครั้งเมื่อผู้ทำประกันเกิดความขัดสน กรมธรรม์บางประเภทก็เปิดช่องให้สามารถนำเงินที่ส่งไปแล้วนั้นมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนได้อีกด้วย ยิ่งในยุคปัจจุบันไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนัก กรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 กลายเป็นกรรมธรรม์ยอดฮิตที่คนแห่ซื้อมากกว่า 11 ล้านฉบับภายในเวลาไม่กี่เดือน แสดงให้เห็นถึงการยอมรับของประชาชนต่อระบบประกันภัยได้เป็นอย่างดี จากในอดีตที่คนขายประกันต้องวิ่งไปหาลูกค้าเพื่อเสนอขายกรมธรรม์ประเภทต่างๆ กลายเป็นว่าทุกวันนี้ลูกค้ามาถามว่ามีประกันประเภทไหนขายบ้าง ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือ ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นต้น ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ การประกันชีวิตนอกจากจะมีบริษัทประกันชีวิตคุ้มครองความเสี่ยงให้กับเราแล้ว ยังมี “กองทุนประกันชีวิต” ซึ่งเป็นนิติบุคคลมาช่วยดูแลเงินกรมธรรม์ให้เราอีกชั้นหนึ่งด้วย โดยเฉพาะการดูแลเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ หลายคนอาจจะงงๆว่า เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความคืออะไร   “เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ” คือเงินที่ผู้เอาประกัน หรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือทายาทของผู้เอาประกันมีสิทธิได้รับตามกรมธรรม์ แต่มิได้มีการเรียกร้องจากบริษัทจนล่วงพ้นอายุความ ซึ่งอายุความดังกล่าวคือ 10 ปี นับแต่วันที่ผู้เอาประกัน หรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือทายาทของผู้เอาประกันมีสิทธิได้รับเงิน โดยเมื่อล่วงพ้นระยะเวลา 10 ปี...
“เขาทราย” หรือ สุระ แสนคำ อดีตแชมป์มวยโลกคนดัง กล่าวถึงการทำประกันชีวิตว่า เป็นเครื่องมือคุ้มครองความเสี่ยงที่ทุกคนควรทำไว้ เพราะการทำประกันชีวิตนอกจากจะเป็นการคุ้มครองความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆให้กับผู้ทำประกันแล้ว ยังมี “กองทุนประกันชีวิต” คอยดูแลรักษาเงินของผู้ซื้อกรมธรรม์ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ดังเช่นกรณีของตนเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนเคยทำประกันชีวิตไว้กับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งนำกรมธรรม์ไปขายให้ที่บ้าน ไม่ได้มาทำผ่านธนาคารเหมือนสมัยนี้ แต่หลังจากเพื่อนมาเก็บเบี้ยประกันอยู่ระยะหนึ่งก็หายไปเลย ไม่มาเก็บเบี้ยประกันอีก ขณะที่ตนก็ลืมว่าเคยทำประกันชีวิตเอาไว้ จนผ่านมาเกือบ 20 ปี ได้รับข้อมูลแจ้งจากกองทุนประกันชีวิตว่ามีสิทธิได้รับเงินที่เคยส่งไว้คืน เป็นเงินที่เรียกว่า “เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ” จำนวน 180,240 บาท ซึ่งกองทุนได้จ่ายเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความคืนให้กับตนเรียบร้อยแล้ว สาเหตุที่ทำให้เกิดเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ ประกอบด้วย บริษัทประกันไม่สามารถติดต่อผู้เอาประกันชีวิตบางรายได้ เนื่องจากสาเหตุ เช่น ย้ายที่อยู่แล้วมิได้แจ้งให้บริษัทประกันทราบ ผู้เอาประกันชีวิตบางราย เสียชีวิตโดยมิเคยแจ้งให้ทายาท หรือผู้รับประโยชน์ทราบว่าตนได้ทำประกันชีวิตไว้ ทำให้ผู้รับประโยชน์หรือทายาทของผู้เอาประกัน มิได้เรียกร้องเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผู้เอาประกันชีวิตบางรายไม่ส่งเบี้ยประกันต่อทำให้กรมธรรม์ขาดความคุ้มครอง แต่ไม่ทราบว่ากรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดเหลืออยู่ผู้เอาประกัน ได้รับเช็คจากบริษัทแล้ว แต่มิได้นำเช็คไปขึ้นเงินจนลืม พร้อมกันนี้ “กองทุนประกันชีวิต” ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสิทธิของตนผ่านเว็บไซต์กองทุนประกันชีวิต และหากพบข้อมูลว่าตนมีสิทธิในเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ ก็สามารถที่จะยื่นคำขอรับเงินจากกองทุนฯ ปัจจุบันมีเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ ที่บริษัทประกันชีวิตจำนวน 22 บริษัท นำส่งเข้ามายังกองทุนประกันชีวิต...
กองทุนประกันชีวิต เผยกลยุทธ์เข้าถึงประชาชน 3 แนวทางประสบความสำเร็จ   ปี 2563 คนแห่รับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความเพิ่มกว่า 300% นายจรัญ สอนสวัสดิ์ ผู้จัดการกองทุนประกันชีวิต เปิดเผยถึงสถานะเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ ซึ่งเป็นเงินที่ผู้เอาประกันชีวิตหรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือทายาทของผู้เอาประกันฯ มีสิทธิได้รับตามกรมธรรม์ แต่ไม่ได้มารับหรือร้องเรียนจากบริษัทจนพ้นอายุความภายใน 10 ปี  (เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ คืออะไร (คลิกลิ้งค์นี้ https://www.youtube.com/watch?v=jwMzCp_tPGs )  แล้วเงินนั้นถูกส่งมาอยู่กองทุนฯ สิ้นสุดปี 2563 มีทั้งหมด 1,397,716,563 บาท จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 1,003,750 ราย โดยจ่ายเงินคืนผู้มีสิทธิจำนวน 3,268 ราย ไปแล้ว 23,855,973 บาท และยังมีเงินค้างเหลืออีก 1,373,860,590 บาท จากจำนวนผู้มีสิทธิที่ยังไม่มารับอีก 1,000,482 ราย “ช่วงนี้ประชาชนกำลังได้รับความลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมามากขึ้น ด้วยเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมารุนแรงอีกรอบ ดังนั้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ของประชาชน ทางกองทุนฯ ได้เร่งทำการเผยแพร่ วิธีการตรวจสอบเช็กสิทธิการรับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความต่อเนื่อง (คลิกลิ้งค์นี้ https://www.youtube.com/watch?v=sIbl3XLB7aw )...