“OTOP Village ไปแล้วจะรัก” เปิดโอกาสให้คนไทยได้ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ชุมชนและเผยแพร่ความสำเร็จจากโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว 8 เส้นทางทั่วประเทศ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้จัดทำโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ตามเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 8 เส้นทาง 31 จังหวัด 125 หมู่บ้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็ง โดยใช้อัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าและคุณค่า ภายใต้การบูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยการดำเนินงานโครงการดังกล่าวในระยะที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง สามารถส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการตื่นตัวและเกิดการรวมพลังชุมชนในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรของชุมชนให้มีคุณค่า ช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน “กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการต่อยอดโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยืน    โดยกำหนดให้มีการจัดงาน ‘OTOP Village ไปแล้วจะรัก’ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ตุลาคม 2561      ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี...
“การท่องเที่ยว” เป็นบริการที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทยปีละ 3 ล้านล้านบาท (คาดการณ์ปี 2561) มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวไทยเฉลี่ยถึงเดือนละ 3.5 ล้านคน รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญจึงเพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยวด้วยนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 เมือง ผนวกกับแนวคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน หรือ “แอ่งเล็ก เช็คอิน” เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไปยังหมู่บ้าน/ชุมชน อันเป็นการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16  มกราคม 2561 ได้เห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมราว 150,000 ล้านบาท โดยกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมมาราวกว่า 9,300 ล้านบาท กระจายการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยจัดทำโครงการ “ชุมชนท่องเที่ยว โอท็อป นวัตวิถี” เพื่อสร้างรายได้ให้กระจายอยู่กับประชาชนในหมู่บ้าน/ชมุชน บนพื้นฐานเสน่ห์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ที่ดัดแปลงให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ภายใต้คำขวัญจังหวัด “เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก” สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยนายทรงพล วิชัยขัทคะ เปิดเมืองลับแล ดินแดนผสาน 3...
แม้ดอยผาหมี จะเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นดี มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1,500 ไร่  ทว่า ในชุมชนกลับไม่มีเครื่องคั่วกาแฟเลย ชาวบ้านต้องเดินทางกว่า 30 กิโลเมตรไปจ้างคั่วนอกพื้นที่ แต่วันนี้ดอยผาหมีมีเครื่องคั่วกาแฟประจำชุมชน พร้อมสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและจดจำเมื่อมาเยือน นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank)  หรือ ธพว.  เปิดเผยว่า  จากที่ธนาคารลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลเชิงลึกชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศที่มีความโดดเด่น เพื่อต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดย “ดอยผาหมี” ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งธนาคารสนับสนุน เนื่องจากเห็นศักยภาพจากต้นทุนแผ่นดิน  มีธรรมชาติสวยงามอุดมสมบูรณ์ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นดีงาม  อีกทั้งยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นเยี่ยมของประเทศ  เดินทางสะดวกอยู่ห่างจากตัวเมือง อ.แม่สาย แค่ 7 กิโลเมตร  และคาดว่าในอนาคตอันใกล้ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอีกจำนวนมาก เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากพื้นที่อยู่ติดกับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน  ซึ่งเกิดเหตุการณ์นักฟุตบอลทีม"หมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย" 13 ชีวิตติดถ้ำ จนโด่งดังไปทั่วโลก กำลังก้าวเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ปั้นแบรนด์ “กาแฟดอยผาหมี” ทั้งนี้ การสนับสนุนเบื้องต้น...
ชุมชนบ้านมอญ  ตำบลบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่สืบทอดภูมิปัญญากันมายาวนานนับร้อยปี มีชาวชุมชนอยู่รวมกันมากกว่า 200 หลังคาเรือน  เดินทางสะดวกอยู่ห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ เพียงแค่ 16 กิโลเมตร  เหมาะแก่การส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ชาวไทยและต่างชาติแวะมาเยี่ยมชมซื้อหาผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา อย่างไรก็ตาม นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Development Bank กล่าวว่า ที่ผ่านมา เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญแทบทั้งหมดยังทำในรูปแบบเดิม ส่วนใหญ่เป็นกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่  เน้นขายส่งตามแหล่งต่างๆ เช่น ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพฯ  เป็นต้น  ทำให้ขายได้มูลค่าค่อนข้างต่ำ ดังนั้น  ทางจังหวัดนครสวรรค์ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม  ธพว. และหน่วยงานพันธมิตร จึงร่วมกันยกระดับผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญโดยนำคณะอาจารย์ และผู้ประกอบการด้านเซรามิกที่ประสบความสำเร็จ จาก จ.ลำปาง  มาถ่ายทอดความรู้ สอนการผลิต พัฒนาดีไซน์ให้เครื่องปั้นดินเผาเป็นงานเซรามิก เพิ่มความสวยงาม ใช้งานได้หลากหลาย เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน ของฝากของที่ระลึก เป็นต้น ...
ใครจะไปคิดว่าสนามบินที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (รองจากสนามบินสุวรรณภูมิ) แถมตั้งอยู่ในจังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก จนกล่าวได้ว่าการท่องเที่ยวอยู่ในเกณฑ์ดี จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัด แต่กลับไร้ผู้โดยสาร    สนามบินที่ว่านี้ก็คือท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ หรือ สนามบินเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ในตำบลลานบ่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 31 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 4,100 ไร่ ทำพิธีเปิดเมื่อ 8 เมษายน พ.ศ. 2543 เป็นท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม สนามบินเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย อาคารที่พักผู้โดยสาร 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ 11,640 ตารางเมตร ห้องพักผู้โดยสารขาเข้า-ออก อาคารหอบังคับการบินสูง 7 ชั้น อาคารเครื่องช่วยการเดินอากาศ อาคารที่ทำการดับเพลิง อาคารระบบไฟฟ้าสนามบิน อาคารรับส่งวิทยุ อาคารจอดรถยนต์และรถบัสโดยสาร อาคารบ้านพักเจ้าหน้าที่ สามารถรองรับผู้โดยสารชั่วโมงเร่งด่วนทั้งเข้า/ออกได้จำนวน 500 คน ก่อนหน้านี้ การบินไทยเคยเปิดให้บริการสายการบินเพชรบูรณ์-ดอนเมือง และ เพชรบูรณ์-ลำปาง แต่ได้ยกเลิกเส้นทางการบินไป ทำให้สนามบินเพชรบูรณ์ไม่มีสายการบินพาณิชย์เปิดให้บริการ อย่างไรก็ตาม ปี...
ฟังเพลง ‘เชียงรายรำลึก’ คราใด หัวใจก็ลอยละล่องไปถึงเชียงรายครานั้น มองเห็นภาพดอยแม่สลองอันงดงาม ระบายด้วยซากุระสองข้างทาง ติดกับอำเภอแม่จันที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย อาทิ ไร่ชาฉุยฟงปลูกโค้งวนไปตามไหล่เขา น้ำพุร้อนป่าตึงที่พุ่งขึ้นไปสูงถึง 10 เมตร แค่คิดหัวใจก็ละลายอยากไปวันนี้..พรุ่งนี้ เที่ยวเสร็จมีที่พักชั้นดี ราคาถูก ‘รีสอร์ทวิวดอย’ ทาวน์โฮม 2 ชั้น ให้นอนเคล้าสายลมฉาบแสงจันทร์  สร้างเพียง 4 ยูนิต เพราะต้องการให้นักท่องเที่ยวมีความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบายที่สุด ยูนิตละ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ชั้นล่างเป็นห้องโถงเอนกประสงค์ มีแอร์และเครื่องทำน้ำอุ่นพร้อม อัตราค่าเช่ายูนิตละ 1500 บาท สำหรับช่วงโลว์ซีซั่นลดเหลือ 1200 บาท เฉลี่ยแล้วห้องนอนละ 600-750 บาท แค่นั้นเอง ที่ตั้งหาไม่ยาก อยู่ฝั่งตรงข้ามที่ทำการ อบต.ศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ริมทางหลวงไปไร่ชาฉุยฟง ห่างถนนพหลโยธินสายหลักเพียง 350 เมตร มีศูนย์อาหารอยู่ติดกับรีสอร์ต หนาวนี้..เที่ยวแม่จัน...
จังหวัดอุตรดิตถ์ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ โดยสันนิษฐานว่ามีผู้คนอยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้มาตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 1000 เนื่องจากมีการค้นพบกลองมโหระทึกทำด้วยทองสัมฤทธิ์ที่ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองฯ ซึ่งเป็นโลหะชนิดที่มีใช้กันอยู่ในยุคสัมฤทธิ์หรือยุคโลหะตอนต้น อันเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์นั่นเอง อุตรดิตถ์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพระแท่นศิลาอาสน์ ตำนานอันลึกลับของเมืองลับแล ดินแดนแห่งลางสาดหวานหอม ถิ่นสักใหญ่ของโลก และเป็นบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก ขุนศึกคู่บารมีของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตัวเมืองอุตรดิตถ์ในปัจจุบันนี้เป็นเพียงตำบลชื่อ "บางโพธิ์ท่าอิฐ" ที่ขึ้นอยู่กับเมืองพิชัย แต่เนื่องจากในสมัยนั้น เมื่อพ่อค้าจะนำสินค้าจากเมืองหลวงพระบาง น่าน หรือเมืองทางเหนืออื่นๆ ไปขายทางใต้ เช่น พิษณุโลก นครสวรรค์ อยุธยา กรุงเทพฯ หรือจะนำสินค้าจากทางใต้ขึ้นเหนือ ก็ต้องแวะพักกันตามท่าน้ำจอดเรือของบางโพธิ์ท่าอิฐ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรม ตลอดจนการโยกย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนต่างๆ ตามแนวลำน้ำขึ้น บางโพธิ์ท่าอิฐซึ่งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำน่านมีความเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงในสมัยของรัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะตำบลบางโพธิ์ท่าอิฐขึ้นเป็นเมือง "อุตรดิตถ์" ซึ่งมีความหมายว่า “ท่าน้ำแห่งทิศเหนือ”แต่ยังคงขึ้นกับเมืองพิชัยอยู่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 เมืองอุตรดิตถ์มีความเจริญขึ้นมากกว่าเมืองพิชัย จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัด และเมืองพิชัยเลื่อนลงไปเป็นอำเภอหนึ่ง ขึ้นกับจังหวัดอุตรดิตถ์จนถึงทุกวันนี้ เป็นดินแดนที่น่าเดินทางไปท่องเที่ยวอย่างยิ่ง!!!