สามองค์กรผู้นำระบบเฮลท์แคร์และเฮลท์เทคของไทย ได้แก่  กระทรวงสาธารณสุข,  คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  โดย ศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (LogHealth) และ สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ สนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงนาม MOU ข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าเฟส 3 “โครงการศึกษาวิจัยเพื่อออกแบบและพัฒนาระบบโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐานและระบบบูรณาการข้อมูลสารสนเทศและ Big Data ด้านสาธารณสุข” ในงานสัมมนาวิชาการ Thailand Healthcare & HealthTech Transformation 2020  ภายใต้ธีม Healthcare Logistics & Big Data by Mahidol Engineering ณ ศูนย์การเรียนรู้  มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ซึ่งมีการจัดเสวนา  2 หัวข้อเรื่อง วิศวกรรมโลจิสติกส์กับการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยด้านบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ และเสวนา เรื่อง อนาคต Healthcare Startup กับระบบสาธารณสุขไทย ในพิธีการลงนาม MOU ข้อตกลงความร่วมมือ มีนายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  พร้อมด้วย ดร.พณชิต กิติปัญญางาม นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ รองรับภูมิทัศน์ใหม่ด้านการแพทย์-สุขภาพและโลกที่เปลี่ยนแปลง ก้าวสู่ยุคดิจิทัล...
เผลอแผล็บเดียว “ศูนย์นวัตกรรมจังหวัดมิเอะ-ประเทศไทย” ณ ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย สถาบันอาหาร เปิดบริการมาครบ 1 ปีแล้ว โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) ร่วมกับสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม และจังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดสัมมนาใหญ่ “ผ่าความลับอาหารมิเอะ เสน่ห์เติมเต็มประสบการณ์ผู้บริโภคไทย” ฉลองความสำเร็จ 1 ปี “ศูนย์นวัตกรรมจังหวัดมิเอะ-ประเทศไทย” ณ ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย สถาบันอาหาร ยกขบวนวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแปรรูป และผู้ประกอบธุรกิจอาหารชื่อดังจากจังหวัดมิเอะ มาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ผู้ประกอบการไทยแบบครบวงจร พร้อมนำสินค้าอาหารขึ้นชื่อมาให้ชิม และสาธิตการปรุง เดินหน้าชูจุดแข็งด้านวัตถุดิบของ 2 ประเทศ ตั้งเป้าดันผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารร่วมกัน หวังสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในอนาคต สอดรับแนวโน้มตลาดส่งออกอาหารแปรรูปเติบโต ซึ่งในปี 2562 ที่ผ่านมา ไทยมีสัดส่วนส่งออกกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50.5 มีมูลค่า 517,877 ล้านบาท เติบโตถึงร้อยละ 5.2 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวในพิธีเปิดงานสัมมนา “ผ่าความลับอาหารมิเอะ เสน่ห์เติมเต็มประสบการณ์ผู้บริโภคไทย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฉลองความสำเร็จ 1 ปีของการจัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมจังหวัดมิเอะ-ประเทศไทย”...
สภาวิศวกร เสนอทางออกประเทศไทยรับมือฝุ่น PM 2.5 หลังพบสถานการณ์ฝุ่นรุนแรงต่อเนื่อง ใน 8 มิติ คือ 1. ติดตั้งระบบการแจ้งเตือนมลพิษในเมือง 2. ผลักดันแนวคิดในการพัฒนาภาษีฝุ่น 3. พัฒนาแอปฯ แจ้งเตือนปริมาณฝุ่น 4. กำหนดพื้นที่เสี่ยง 5. ชี้ฉีดน้ำจากที่สูงแก้ไม่ตรงจุด 6. พัฒนาระบบ Big Data 7. เตือนภัยกลุ่มเสี่ยงจากภาวะฝุ่น PM 2.5 และ 8.  ชงนโยบายแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อลดมลพิษที่เกิดขึ้นในระยะยาวและสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนให้กับคนไทย พร้อมเผยข้อมูลหากลดค่าฝุ่นเหลือ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนไทย 18,000 คน และหากลดเหลือ 12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 15,000 คน ทั้งนี้ สภาวิศวกร ได้จัดแถลงข่าว “แนวทางการรับมือฝุ่น PM2.5 มหันตภัยร้ายปกคลุมน่านฟ้า...
เมืองไทยประกันภัย ผสานความร่วมมือกับชุมชน และหน่วยงานในพื้นที่คลองเตย ร่วมวางแผนงานพัฒนาพื้นที่ ภายใต้แนวคิด ‘คลองเตยดีดี’ เพื่อสร้างรอยยิ้ม เสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และมุ่งสู่เป้าหมายในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. เปิดเผยถึงโครงการ “คลองเตยดีดี” ว่า เกิดขึ้นจากความตั้งใจจริง ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่คลองเตย ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ตนเองและเมืองไทยประกันภัย ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักและเป็นผู้ดูแลสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. ที่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนคลองเตย เสมือนเป็นศูนย์รวมหนึ่งของคนในพื้นที่ชุมชนคลองเตย และใกล้เคียง “การที่ เมืองไทยประกันภัย ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักทีมฟุตบอลการท่าเรือ เอฟ.ซี. ทำให้แป้งและทีมงานเมืองไทยประกันภัย ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคนในชุมชนคลองเตย ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนกิจกรรมด้านการกีฬา การได้ลงมือทำงานจริงในพื้นที่ ทำให้ได้เห็นภาพชุมชนคลองเตยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ด้านกายภาพ และสังคม ภาพที่ทุกคนมองเข้ามา ชุมชนคลองเตยในความรู้สึกอาจเป็นแบบหนึ่ง แต่ในฐานะของคนที่ได้สัมผัสกับชุมชนจริงๆ ทำให้รับรู้ว่าชุมชนคลองเตยมีเรื่องราวดีๆ มากมาย เมืองไทยประกันภัย จึงอยากร่วมเป็นส่วนส่งเสริมและสนับสนุน ให้สิ่งดีๆ นั้น...
ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้นประมาณ 75,000 ตัน/วัน  ขณะที่เราก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเน้นความสำคัญการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด  เมื่อเร็วๆนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้จัดงานเสวนาเรื่อง”From Waste To Energy…โรงไฟฟ้าจากขยะ” งานวิศวกรรมแห่งชาติ62 ณ อิมแพ็คโฟรั่ม  เพื่ออัพเดทองค์ความรู้และแนวทางธุรกิจพลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อมและอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาสนับนุน ทำให้มีการนำขยะหมุนเวียนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานไฟฟ้า รศ.เกียรติไกร อายุวัฒน์ หัวหน้าศูนย์วิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศไทยควรต้องมีวิธีการจัดการปัญหาขยะหลายทางเลือกและให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยต้องได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยด้วย การจัดการขยะด้วยวิธีการฝังกลบ (Landfill) เป็นอีกหนึ่งหนทางในการจัดการขยะแบบหมุนเวียน ตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายขยะให้กลายสภาพเป็นก๊าซมีเทน สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เมื่อก๊าซหมดก็สามารถขุดขยะขึ้นมาคัดแยกก็จะได้เศษไปเป็นเชื้อเพลิงได้อีก และยังเป็นการหมุนเวียนใช้ที่ดินเดิมสร้างบ่อฝังกลบใหม่ได้อีกครั้ง ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและประเทศไทย โดยได้เริ่มศึกษาวิจัยต่อยอดโครงการบ่อขยะฝังกลบที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่รองรับขยะจากกรุงเทพฯ ประมาณวันละ 3,000 ตัน พบว่าปัญหาขยะส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นขยะมูลฝอยที่มีความชื้นสูง ส่งผลให้ก๊าซมีเทน ที่ได้ไม่มีความเสถียร จึงคิดค้นและพัฒนาระบบการวางท่อแบบใหม่ ใช้เวลา 6...
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเวทีจัดการแข่งขันหุ่นยนต์นักสู้แห่งประเทศไทย หรือ Battle Robot Warrior 2019 สำหรับคนมีไฟ มืออาชีพและคนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ และลับคมความคิดสร้างสรรค์ ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยมี 37 ทีมผู้เข้าแข่งขันนำผลงานหุ่นยนต์ประดิษฐ์หลากดีไซน์เข้าร่วมประลองความสามารถ ไหวพริบและฝีมือการบังคับหุ่นยนต์ ท่ามกลางเสียงลุ้นเชียร์ และเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น เรียกความสนใจจากผู้ชมรอบสนามอย่างคับคั่ง ดร.ธเนศ วีระศิริ นายก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า การแข่งขันหุ่นยนต์นักสู้ชิงแชมป์ประเทศไทย ปีนี้คึกคักและตื่นเต้นท้าทาย โดยได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่และมืออาชีพอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ของการแข่งขันหุ่นยนต์นักสู้แห่งประเทศไทย Battle Robot Warrior 2019 เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยนำความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบสร้างหุ่นยนต์ วิเคราะห์ วางแผนและการแก้ไขปัญหา  ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและความรักสามัคคีของผู้เข้าร่วมแข่งขัน ตลอดจนนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ให้กับประเทศไทย การแข่งขันหุ่นยนต์ครั้งนี้เป็นรุ่น 10 กก. มีการกำหนดคุณสมบัติหุ่นยนต์ดังนี้ 1. หุ่นยนต์ต้องมีขนาดตัวไม่เกิน 350x350x350...
ช่วงต้นปี 2561 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่าได้รับการร้องเรียนจากบรรดาผู้รับเหมาก่อสร้างว่าวัสดุก่อสร้างประเภท ดินลูกรัง ทรายถมที่ ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินคลุก หินย่อย รวมไปถึงยางมะตอย  เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนและตึงตัวในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา  เพราะในพื้นที่เหล่านี้มีการขยายตัวด้านงานก่อสร้างทั้งเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล และการลงทุนของภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ  จึงเกิดการแย่งชิงและกักตุนวัสดุก่อสร้าง นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย เคยให้ความเห็นในกรณีนี้ไว้ว่า  สถานการณ์วัสดุก่อสร้างขาดแคลนก็เนื่องมาจากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเริ่มก่อสร้างพร้อมๆกัน  หลายโครงการ  ทำให้เกิดความต้องการวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก  และอาจจะส่งผลต่อราคาให้เพิ่มสูงขึ้นหากสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการในขณะนั้น สถานการณ์ดังกล่าวรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงปลายปี 2561 เมื่อเกิดวิกฤติหินก่อสร้างขาดแคลนถึงขนาดที่บางพื้นที่ต้องสั่งนำเข้าหินก่อสร้างจากประเทศเพื่อนบ้าน  โดยเบื้องลึกเบื้องหลังก็สืบเนื่องจากการเกิดสุญญากาศในกระบวนการพิจารณาต่อใบอนุญาตโรงโม่หินทั่วประเทศ  ซึ่งสาเหตุมาจากความล่าช้าในการออกพ.ร.บ.แร่ ฉบับใหม่  ต่อเนื่องถึงการวางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี และการออกแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ 5ปี ที่กว่าจะสรุปได้ก็ล่วงเข้ามาถึงปี 2562 ซึ่งภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ความตกต่ำทางเศรษฐกิจที่ชาวบ้านรู้สึกว่า “รวยกระจุก-จนกระจาย”  (แต่รัฐบาลอ้างมาตลอดว่าแค่ชะลอตัวแต่ยังเติบโต)  ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่เพราะผลกระทบจากสงครามการค้าของสองมหาอำนาจโลก “สหรัฐอเมริกา – สาธารณรัฐประชาชนจีน” ทำให้การส่งออกของไทยถดถอยยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ภายในประเทศ  บรรยากาศการค้า...
พลาสติก วัสดุมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์โดยเป็นผลพลอยได้จากการผลิตปิโตรเลียม สามารถใช้ทดแทนวัสดุประเภทอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ทั้งด้านความแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา และยังสามารถปรับแต่งคุณสมบัติได้หลากหลายตามความต้องการด้วยการสังเคราะห์และใส่สารเติมแต่ง นอกจากนี้พลาสติกยังใช้ทรัพยากรในการผลิตน้อยกว่า และการผลิตพลาสติกแต่ละครั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าวัสดุประเภทอื่น ๆ ในปริมาณที่เท่ากัน จึงทำให้พลาสติกมีต้นทุนต่ำและได้รับความนิยมในหลากหลายอุตสาหกรรม จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา อย่างไรก็ตาม หากจัดการไม่ดี วัสดุมหัศจรรย์นี้ก็จะทำให้เกิดปัญหาขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทางทะเลไปโดยปริยาย การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงต้องมีการบริหารจัดการขยะจากบกอย่างมีประสิทธิภาพ มีการคัดแยกขยะและทิ้งให้ถูกที่ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีพลาสติกให้ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลาสติกชั้นนำจากทั่วโลกที่มองเห็นปัญหาดังกล่าวจึงรวมตัวกันเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ในงานจัดแสดงนวัตกรรมและสินค้าพลาสติกและยางที่ใหญ่ที่สุดในโลก “K2019” ที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 16-23 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานที่ผู้คนในแวดวงพลาสติกให้ความสนใจอย่างมาก และถือเป็นตัวชี้วัดที่จะกำหนดเทรนด์ในอุตสาหกรรมพลาสติกได้ โดยงาน “K2019” ปีนี้ มีผู้เข้าร่วมจัดแสดงนวัตกรรมถึง 3,300 รายจากทั่วโลก รวมถึง “เอสซีจี” หนึ่งในผู้นำธุรกิจปิโตรเคมีของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปีนี้คอนเซ็ปต์ของงานรวมถึงนวัตกรรมที่แต่ละองค์กรร่วมนำเสนอต่างมุ่งไปที่ “พลาสติกเพื่อความยั่งยืน” และ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การพัฒนาพลาสติกในอนาคตที่ต้องยั่งยืนและมีประสิทธิภาพทั้งด้านการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากร โดยปรับเปลี่ยนตั้งแต่แนวคิดการออกแบบตั้งแต่ต้นทาง วิธีการผลิตใหม่ ๆ การรณรงค์ให้ผู้บริโภคเกิดการใช้ซ้ำ รวมถึงการจัดการหลังการใช้...
เมียนมาเป็นตลาดที่นักธุรกิจไทยสนใจอยากเข้าไปลงทุน เนื่องจากการเปิดประเทศและกฎหมายลงทุนที่แผ่กว้างกว่าในอดีต ประชากรมากพอๆกับประเทศไทย การเดินทางไม่ไกล ทรัพยากรธรรมชาติล้นเหลือ แต่หลายคนกลับยังเลเลไม่กล้าเสี่ยง เลิศรัชต์ อัครพัศพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรัทธาทัวร์ นักธุรกิจผู้มีประสบการณ์เปิดร้านอาหาร ‘สบาย..สบาย’ ในเมียนมากว่า 30 ปี ให้ข้อแนะนำผ่านเวทีการสัมมนา ‘รุกตลาดใกล้ (เมียนมา) บุกตลาดไกล (อินเดีย)’ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า เคล็ดลับสำคัญในการเจาะตลาดเมียนมาคือต้องใช้กลยุทธ์แบบผู้ชนะสิบทิศ รู้เขารู้เรา รบสิบครั้ง ชนะสิบครั้ง “คุณเชื่อไหมว่าบริษัทใหญ่ๆของไทยที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา เจ็บตัวกันเยอะ การทำธุรกิจในเมียนมา เก่งบวกเฮงไม่พอ ต้องใช้หลักของบุเรงนองในผู้ชนะสิบทิศคือรู้เขารู้เรา” เลิศรัชต์ กล่าวพร้อมขยายความว่าเมียนมามีเผ่าใหญ่ๆนับพันเผ่า แต่ละเผ่ามีวัฒนธรรมแตกต่างกัน กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ คะฉิ่น มอญ ฯลฯ ฉะนั้นถ้าเราจะเข้าไปเมียนมาต้องรู้จักเขา ต้องเข้าใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของแต่ละเผ่า ต้องพยายามดูบุคคลที่เราจะติดต่อว่าเขาเป็นคนเมืองไหน เผ่าไหน ถ้าค้าขายกับคนมะริดเขามีวิธีทวงเงินที่น่ารัก ซึ่งถ้าไม่จ่ายเป็นเรื่อง หากมีเพื่อนหรือคู่ค้าเป็นคนกะเหรี่ยง เผ่านี้ซื่อสัตย์ แต่ถ้าพูดถึงคนรวยที่สุดคือพวกคะฉิ่น เพราะค้าหยก...
มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่กำลังคิดหาช่องทางสร้างรายได้ทั้งจากการขายของ  หรือการทำกิจกรรมอื่นๆเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของคนในครอบครัว  และปัจจุบันในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับชีวิตแทบจะทุกย่างก้าว การเปิดร้านค้าออนไลน์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเพิ่มรายได้ทั้งผู้สูงอายุที่เกษียณจากงานประจำหรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่มีธุรกิจอยู่แล้ว แต่ปัญหาของกลุ่มคนนี้คือเกิดความเกรงกลัวต่อการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมหรือทำกิจกรรมอื่นๆ เพราะขาดความชำนาญในการใช้งานและมักจะคิดเสมอว่าอายุมากแล้วไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้เทคโนโลยีอะไรมากนัก อีกทั้งยังมีลูกหลานคอยทำเรื่องพวกนี้ให้  แต่จะดีแค่ไหนหากในวันนี้ผู้สูงอายุสามารถใช้เทคโนโลยีหรือโซเชียลมีเดียได้เอง ไม่ว่าจะใช้เพื่อความบันเทิง หรือสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เมื่อเร็วๆนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ได้จัดฝึกอบรมโครงการ “60+ ค้าออนไลน์ ขายทั่วโลก” ซึ่งเป็นโครงการบ่มเพาะการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ รวมทั้งเทคนิคการทำการค้าออนไลน์      ให้กับผู้สูงอายุวัยเกษียณและผู้ประกอบการที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยโครงการดังกล่าวมุ่งสร้างแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นให้กับกลุ่มวัยเก๋าให้เท่าทันกับดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงวัยยุคใหม่ต้องรู้จักเรียนรู้  นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมเทคนิคการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และแนวคิดการการทำธุรกิจให้สำเร็จในวัยเกษียณจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรง ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับทั้งผู้ที่กำลังจะก้าวสู่วัย 60 และวัยเกษียณ เพราะแค่เปลี่ยนก็มีความสุขอย่างสะพรั่ง 3 เปลี่ยนพลิกชีวิต เริ่มกันที่เทคนิคการเปลี่ยนชีวิตและพฤติกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ของ วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้คร่ำหวอดในวงการเพลง และ ผู้ก่อตั้งค่ายจีนี่ เรคคอร์ด คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองและเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งผู้สูงอายุจะต้องออกจากกรอบแนวคิดเดิมๆ แก้ปัญหาและลบข้อจำกัดด้านร่างกายด้วยการเรียนรู้สิ่งที่ยังไม่มีความชำนาญเพื่อเป็นการเพิ่มทักษะและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในแบบเดิมๆ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ทั้งหมด 3 เปลี่ยน ได้แก่ เปลี่ยนแรก คือ เปลี่ยนวิธีการมองปัญหา...