วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2023
ประสบการณ์ชีวิตสำคัญของการเป็น "ด่านหน้า" หรือบุคลากรทางการแพทย์ ต้องผ่านห้องเรียน "อาจารย์ใหญ่" หรือศึกษาจากร่างที่อุทิศเพื่อการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาแพทย์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกันทุกคน แต่ปัจจุบันด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้นักศึกษาแพทย์สามารถเรียนผ่าน Virtual Reality จากโปรแกรมที่ออกแบบเพื่อการฝึกทักษะตามที่ต้องการ เปรียบเหมือนการมี "อาจารย์ใหญ่" ในโลกเสมือนจริง ที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษาได้ในทุกที่ทุกเวลา หนึ่งในผลงานที่มหาวิทยาลัยมหิดลภาคภูมิใจ ในฐานะ"ปัญญาของแผ่นดิน" ได้แก่ "โปรแกรมการจำลองการฝึกส่องกล้องภายในหัวไหล่บนเทคโนโลยี Virtual Reality" ผลงานโดยทีม VSATs (Virtual Shoulder Arthroscopy Training Simulator) ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนโดย Mahidol Bremen Medical Informatics Research Unit (MIRU)  โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โมเรศ ปรัชญพฤทธิ์ ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเกมและเกมมิฟิเคชัน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โมเรศ ได้กล่าวถึงผลงานของนักศึกษาที่สร้างชื่อกลุ่มดังกล่าวว่า นับเป็นเทรนด์ใหม่ในการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ ด้วยเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) สามารถใช้แทนการศึกษาจากร่าง "อาจารย์ใหญ่" ซึ่งต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงในการศึกษาแต่ละครั้ง อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในเรื่องการนำมาศึกษาซ้ำ เนื่องจากติดอุปสรรคของการเสื่อมสภาพ  วัตถุประสงค์หลักของการสนับสนุนโดย MIRU คือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้แก้ไขปัญหาทางการแพทย์และสาธารณสุข จึงมุ่งฝึกให้นักศึกษาทีม VSATs นำวิชาความรู้มาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์ โจทย์ที่ได้รับ คือ การฝึกนักศึกษาแพทย์ส่องกล้องรักษาข้อไหล่ผ่าน VR โดยพบว่า จากการออกแบบโปรแกรมให้สามารถฝึกซ้ำจนเกิดความชำนาญ เหมือนมีอาจารย์แพทย์มานั่งสอนอยู่ข้างๆ นอกจากจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษาแพทย์แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยเมื่อนักศึกษาแพทย์จะต้องลงมือปฏิบัติจริงต่อไปในอนาคตอีกด้วย ทีม VSATs นำโดย "ริว" อนาคิน พัชโรทัย รับหน้าที่หัวหน้าทีม ซึ่งนอกจากเป็นผู้ประสานหลักของกลุ่มแล้ว ยังเป็นผู้ร่วมเขียนโปรแกรม วางระบบออนไลน์สำหรับผู้เล่นหลายคน(multiplayer) ตลอดจนวางระบบเสียงสนทนา (voice chat) เพื่อให้อาจารย์แพทย์สามารถสังเกตการณ์การฝึกและให้คำแนะนำแก่นักศึกษาแพทย์แบบทางไกล รวมถึงสามารถสาธิตเทคนิคที่เหมาะสม ในขณะที่ "แม็ก" รัฐนันท์ คัมภีรศาสตร์ รับหน้าที่ทั้งเป็นผู้ร่วมเขียนโปรแกรม ฝ่ายข้อมูล และผู้นำเสนอผลงาน และ"พาย" สฤษฎ์พงศ์ อุดมมงคลกิจ รับหน้าที่ดูแลในเรื่องความสมจริง การจัดวาง ดัดแปลง และทดสอบโมเดล  ริว และ พาย สองนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล สมาชิกของทีมVSATs ได้มีโอกาสบินลัดฟ้าไปทำโปรเจค ณ มหาวิทยาลัยเบรเมน (University of Bremen) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ก่อนสำเร็จการศึกษา  นอกจากนี้ ทีม VSATs ยังสามารถคว้ารางวัลชมเชยหมวดโปรแกรมเพื่อการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับนิสิตนักศึกษา จากการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 24 (National...
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนา “ผงสีย้อมผ้า หลากสีสันจากแก่นฝาง” จากการร่วมมือดำเนินงานกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างเครือข่ายช่างทอให้เกิดเป็นชุมชนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหม ของจังหวัดมหาสารคาม มีการย้อมเส้นด้ายหรือผ้าไหมจากสีสังเคราะห์เป็นส่วนใหญ่ และมีการย้อมด้วยสีธรรมชาติบ้าง จากการดำเนินงานของ วว. พบว่า ในพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคาม มีพืชหรือต้นไม้ท้องถิ่นหลายชนิดที่สามารถนำมาเป็นแหล่งให้สีจากธรรมชาติได้ แต่ยังไม่นำมาใช้สำหรับงานย้อมมากนัก เนื่องจากสีย้อมธรรมชาติให้สีแตกต่างกันในการย้อมแต่ละครั้ง วว. จึงนำทรัพยากรท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาในท้องถิ่น โดยทีมนักวิจัยมีแนวคิดต้องการปรับปรุงสมบัติของสีธรรมชาติให้มีคุณภาพดีขึ้น และสามารถควบคุมความเข้มของโทนสีได้ โดยนำมาแปรรูปสกัดเป็นผงสีสำหรับนำมาใช้ในการย้อมผ้า “ผงสีย้อมผ้า หลากสีสันจากแก่นฝาง” คือ ผลสำเร็จจากงานวิจัยและพัฒนาของ วว. นักวิจัยได้คัดเลือก “ต้นฝาง” ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นในจังหวัดมหาสารคามมาเป็นวัตถุดิบหลัก โดยนำแก่นฝางมาผ่านกระบวนการสกัดแปรรูปเป็นผงสีธรรมชาติ ลักษณะของผงสีที่ได้เป็นโทนสีแดง ใช้สำหรับย้อมเส้นฝ้าย เส้นไหม หรือผ้าทอ ใช้งานง่าย มีความสะดวก และสามารถเก็บไว้ใช้นอกฤดูกาลของวัตถุดิบได้ จุดเด่นของผงสีจากแก่นฝาง...
ปัจจุบันมีการนำหุ่นยนต์ และยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามาใช้งานในชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นในหลายด้านและหลายภาคส่วน ล่าสุด มีความพยายามในการนำเทคโนโลยีทั้ง 2 มาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรโดยเฉพาะเกษตรกรชาวนาเกลือ โดยนายนรวิศว์ หนังสือ นักศึกษาปริญญาโท สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม หรือ ฟีโบ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้คิดค้นและพัฒนา “หุ่นยนต์ปรับหน้าดินอัตโนมัติ 5G Zero Carbon สำหรับเกษตรกรชาวนาเกลือ” เพื่อช่วยชาวนาเกลือประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง สามารถปรับหน้าดินในนาเกลือให้เรียบและแน่นขึ้น และยังช่วยลดมลภาวะรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมี รศ. ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ดร.ปราการเกียรติ ยังคง และ ผศ. ดร.ถวิดา มณีวรรณ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผลงานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนในส่วนของตัวรถที่เอาไว้ใช้ในการดัดแปลงจากนายอาภรณ์ หนังสือ และได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) นายนรวิศว์ เจ้าของผลงานหุ่นยนต์ปรับหน้าดินอัตโนมัติ กล่าวว่า หุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นนี้ เป็นรถหุ่นยนต์ไร้คนขับ เพื่อตอบโจทย์นวัตกรรมการปรับหน้าดินนาเกลือของคุณพ่อ โดยได้ดัดแปลงมาจากรถปรับหน้าดินหรือรถกลิ้งนาเกลือเดิมที่เป็นเครื่องยนต์สันดาบภายในและใช้แรงงานคนในการขับ เบื้องต้นรถหุ่นยนต์คันนี้เป็นรถขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า โดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์มาเป็นมอเตอร์ที่ใช้พลังงงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ โดยกระบวนการทำงานของรถหุ่นยนต์ตัวนี้จะแบ่งได้เป็น 2...
95% ของความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงในคดีอาญาทั้งหมด คือ “การปลอมแปลงเอกสาร” *    โดยการตรวจโดยการเปรียบเทียบชนิดของหมึกและชนิดของเอกสาร  ที่เป็น 1 ใน 10 วิธีการตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงเอกสาร**  จะใช้ผู้ตรวจพิสูจน์จะอาศัยประสบการณ์และความชำนาญในตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงประเภทต่างๆ ด้วยตาเปล่าผ่านกล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอ (stereo microscope) หรือใช้เครื่องตรวจเอกสาร VSC (video spectral comparator หรือ VSC)  ที่อาศัยหลักการดูดกลืนแสงและการเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์ที่แตกต่างกันขององค์ประกอบในหมึกปากกาแต่ละชนิดในการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบชนิดของหมึกว่ามาจากปากกาชนิดเดียวกันหรือไม่  ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าจากปากกาคนละชนิดกันเฉพาะกรณีที่ “มีการเรืองแสงต่างกัน” เท่านั้น อีกหนึ่งเทคนิคที่นักนิติวิทยาศาสตร์นำมาใช้ในการแก้ปัญหา หากหมึกปากกาในบริเวณต้องสงสัยเรืองแสงเหมือนกัน หรือไม่เรืองแสงเหมือนกัน คือ เทคนิครามานสเปกโทรสโกปี (Raman Spectroscopy – RS) ที่เป็นการวิเคราะห์หาปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและสนามไฟฟ้าแม่เหล็ก โดยใช้การเปรียบเทียบค่าพลังงานส่วนที่เหลือจากการดูดกลืนของพันธะทางเคมีในหมึกปากกาที่จะกระเจิงออกมาเป็นค่าเฉพาะตัวตามลักษณะการสั่นหรือบิดงอของพันธะนั้นๆ  ที่นำมาวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีหมึกปากกา ที่จะช่วยยืนยันถึงจุดที่มีการปลอมแปลง (หรือเพิ่มเติม) ด้วยหมึกปากกา และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการช่วยพิสูจน์ “มีการปลอมแปลงเอกสาร” ได้ ข้อดีของวิธีการนี้คือ สามารถตรวจได้โดยไม่ทำลายวัตถุพยาน รวมถึงใช้ตรวจได้ทั้งสารประกอบในกลุ่มอินทรีย์และสารอนินทรีย์ รวมถึงเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในระดับสูง ขณะที่วิธีการอื่น ๆ...
ในสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายเช่นปัจจุบัน ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถึงแม้จะมีร่างกายบางส่วนบกพร่องและมักถูกทอดทิ้ง แต่ก็ยังพยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วย "ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์"                 ในสภาวการณ์ที่ทุกคนต้องอยู่กับตัวเอง และช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเช่นวิกฤติ COVID-19 ที่มาพร้อมกับปัญหาขยะล้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรืออาหารบริการส่งถึงที่ (Delivery) ทำให้มีปริมาณขยะจากหีบห่อภาชนะเพิ่มมากขึ้นเท่าทวีคูณ แม้จะมีการรณรงค์จัดการขยะกันโดยจัดให้มีถังรองรับต่างสี แต่ไม่มีใครเลยที่จะนึกถึงผู้พิการทางการมองเห็น ที่ถึงแม้จะเป็นส่วนน้อย แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่แตกต่างหลากหลาย และมีความต้องการที่จะใช้ชีวิตอย่างปกติเฉกเช่นคนทั่วไป                รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทราพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และอาจารย์ผู้สอนหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะผู้นำทีมวิจัยสร้างสรรค์นวัตกรรม "ถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็น" จากความต้องการของผู้ใช้จริงครั้งแรกว่า เป็นนวัตกรรมที่ริเริ่มขึ้นโดยตั้งโจทย์จากข้อจำกัดในการแยกขยะของผู้พิการทางการมองเห็น ซึ่งไม่อาจแยกขยะตามสีของถังขยะได้เหมือนคนทั่วไป อีกทั้งไม่อาจแยกได้เพียงจากการสัมผัสป้ายอักษรเบรลล์ เนื่องจากจะเป็นการสัมผัสเชื้อโรคที่มากับขยะด้วย จึงได้ร่วมกับ อาจารย์ ดร.อิศวรา ศิริรุ่งเรือง อาจารย์ประจำภาควิชาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้พิการทางการมองเห็น ออกแบบและพัฒนาถังขยะขึ้นใหม่ ให้มีเซนเซอร์คอยส่งเสียงให้แยกและทิ้งขยะได้อย่างถูกต้อง                กลุ่มเป้าหมายเริ่มต้นที่นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา เนื่องจากต้องการปลูกฝังจิตสำนึกของคนไทยให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนเรื่องการแยกขยะให้กับนักเรียนและขยายผลสู่การสร้างรายได้จากแปรรูปขยะต่อไปได้อีกด้วย                 นอกจากนี้ เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับ COVID-19 ก้าวต่อไปทีมวิจัยเตรียมจะพัฒนาถังขยะพูดได้รองรับหน้ากากอนามัยและขยะติดเชื้อสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น และจะขยายผลการพัฒนานวัตกรรมถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็นดังกล่าวออกไปในวงกว้าง ทั้งในภาครัฐ และเอกชนรวมถึงในระดับนโยบายต่อไปอีกด้วย                จุดเด่นของนวัตกรรมอยู่ที่การเลือกใช้วัสดุที่มีราคาไม่แพงง่ายต่อการดูแลรักษา และทำขึ้นจากพลาสติกที่มีความทนทาน แข็งแรง และปลอดภัยจากเหตุไฟรั่ว แม้ใช้พลังงานจากไฟฟ้า และง่ายต่อการดูแลรักษา โดยเตรียมมอบถังขยะพูดได้ พร้อมอบรมการใช้สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอด 14 แห่งทั่วประเทศ ให้สามารถนำไปดูแลด้วยตัวเอง ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนคนตาบอดได้ต่อไป ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานอันเป็น "ปัญญาของแผ่นดิน" ดำเนินการยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) ที่มหาวิทยาลัยมหิดลภาคภูมิใจ                อาจารย์ ดร.อิศวรา ศิริรุ่งเรือง อาจารย์ประจำภาควิชาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้พิการทางการมองเห็น ที่ร่วมพัฒนานวัตกรรมถังขยะพูดได้ฯ กล่าวเสริมว่า แม้ผู้พิการจะมีความแตกต่างด้วยข้อจำกัดทางสภาพร่างกาย แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกับสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายนี้ได้ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน จากการเรียนรู้ที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ที่จะจัดการกับขยะด้วยความรับผิดชอบ หวังว่านวัตกรรมถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็นที่ได้ร่วมพัฒนานี้จะเป็นความหวังใหม่ของสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายที่ออกแบบด้วย Inclusive Design โดยไม่ทิ้งผู้พิการไว้ข้างหลัง
LEO สุดล้ำ สร้างคอนเทนต์ไวรัลในโซเชียลมีเดีย   ล่าสุดไม่ตกเทรนด์ด้วยการเปิดตัวป้ายโฆษณา ปล่อย “เสือดาว” ออกมาโลดแล่นจากป่ากระโดดทะลุตึก” บนจอดิจิทัล 3 จอเรียงกัน ในรูปแบบ 3Dด้วยเทคโนโลยี 3D Illusion ทะลุจอสมจริงระดับ Hyper-realistic สัมผัสความสมจริงได้วันนี้ ที่ลานพาร์คพารากอน เปิดตัวกระหึ่ม ทันกระแส ไม่ยอมตกเทรนด์ใดๆ สำหรับ LEO ล่าสุด ปล่อย “เสือดาว” ออกมาโลดแล่นจากป่ากระโดดทะลุตึก” กับป้ายโฆษณาเทคนิค 3D Illusion บนจอ LED  3 จอเรียงกัน ณ พาร์คพารากอน  เรียกได้ว่าสมจริง กับเสือ LEO ที่พร้อมส่งเสียงคำรามทักทายผู้คนที่ผ่านไปมา  สร้างสีสัน ตื่นตาตื่นใจ เปิดประสบการณ์ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความเสมือนจริง  ให้หลายคนได้ถ่ายรูปและแชร์ลงโซเชียลมีเดีย กลายเป็นคอนเทนต์ไวรัลอยู่ในขณะนี้ เรียกได้ว่า เป็นอีกกิจกรรมและกลยุทธ์การตลาดที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำ LEO ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย สร้างกระแสให้กับผู้บริโภค จนเกิดสีสันและความประทับใจ...
กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  มุ่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ BCG  ประสบผลสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร นำมาวิจัยพัฒนาเป็นกระถางเพาะชำที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อทดแทนและลดการใช้ถุงเพาะชำที่ทำจากพลาสติก ระบุผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรง ทนทาน มีความยืดหยุ่น ทำให้รากพืชสามารถชอนไชออกจากก้นกระถาง/ด้านข้างของกระถางได้ มีความสามารถในการอุ้มน้ำ ระบายความร้อนได้ดี ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ  วว.  กล่าวว่า  นโยบายเศรษฐกิจ BCG เป็นธงการดำเนินงานของ วว. เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้สำเร็จ สามารถตอบโจทย์ แก้ปัญหา ของประเทศด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม “กระถางเพาะชำย่อยสลายได้” เป็นหนึ่งในผลงานที่เป็นรูปธรรม ซึ่ง วว.  โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ ประสบผลสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร  ได้แก่  ใยมะพร้าว   แกลบ  เปลือกข้าวโพด  ฟางข้าว  หญ้าเนเปีย ...
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยกระดับบทบาทเภสัชกรตอบรับ‘การแพทย์แม่นยำ’ พร้อมพัฒนาเภสัชกรไทยยุคดิสรัพชั่นล่าสุดทีมนักศึกษาคิดค้นนวัตกรรม และแผนการตลาดเอลด้าแบนด์ (ELDARBAND) นาฬิกาอัจฉริยะช่วยป้องกันและตรวจจับก่อนการล้มในผู้สูงอายุ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศจาก ‘การประกวดแผนการตลาดของสมาคมเภสัชกรการตลาด (MPAT) โปรเจ็ค Start-up Pharma’ จัดโดย ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) และสมาคมเภสัชกรการตลาด (ประเทศไทย) รศ.ดร.เภสัชกร อรัมษ์ เจษฎาญานเมธา คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก้าวไกลไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเภสัชกรรมและสุขภาพยุคดิสรัพชั่น  มุ่งใช้ศักยภาพและยกระดับบทบาทเภสัชกรให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วย สาธารณสุขและเศรษฐกิจของไทยมากยิ่งขึ้น เภสัชกรเป็นหนึ่งในสหวิชาชีพที่ทำงานด้านยาซึ่งมีผลกระทบสำคัญยิ่งในการบำบัดรักษาผู้ป่วย เคียงข้างแพทย์ พยาบาล โภชนากร และที่สำคัญคือเราส่งเสริมการใช้องค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมผนวกเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านยาและเฮลท์เทคหรืออุปกรณ์การแพทย์ของไทย  การริเริ่มแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมและแผนการตลาด เอลด้าแบนด์ (ELDARBAND)  นาฬิกาอัจฉริยะ เตือนผู้สูงวัยก่อนล้ม ทีมงานประกอบด้วย 4 นักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แก่ นส.ยงธิดา แสวงสุข น.ส.ณัฐกฤตา ครองแถว นายสรัช ธีระสุต และนายธนกฤต โสเจยยะ...
ในงานประกาศผล “โครงการออกแบบนวัตกรรมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” รอบชิงชนะเลิศ จัดโดย โคเวสโตร ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทีมนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คว้ามาได้ทั้ง 3 รางวัลหลัก นายพิชิต พงษ์ประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจใหม่-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่าจากแนวคิดของโจทย์การประกวด Innovation Design Contest  ปีนี้คือการออกแบบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way) สอดคล้องกับ กฟผ. ที่กำหนดให้มีการจัดสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ภายในปี 2565 “แม้ว่า สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผลงานของทีมนักศึกษา มจธ. ทั้ง 3 ทีม สามารถตอบโจทย์ที่เรากำหนดได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านการออกแบบที่เน้นการใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านพลังงานหมุนเวียน เช่น ผู้ชนะเลิศมีจุดเด่นด้านการออกแบบอาคาร mini station ที่น่าสนใจ...
กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (อว.)   โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  ตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีประเทศด้านอุตสาหกรรมแปรรูป ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนัล (Functional food products) ชนิดใหม่ในรูปของผงชาฟรีซดรายสำหรับชงน้ำเย็นดื่มและผลิตภัณฑ์ชนิดผงพร้อมบริโภค ภายใต้ชื่อ “โพรเฮิร์บ (ProHerb)”  ที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งนี้องค์ประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์คือ สารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่จากธรรมชาติ 2 ชนิด ได้แก่ จุลินทรีย์โพรไบโอติก (probiotic) และสารสกัดพืชสมุนไพร (herbal extract) มีประสิทธิภาพช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases, NCDs)  โดยเฉพาะควบคุมภาวะโรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูงจากภาวะไขมันในเลือด ซึ่งทั้งสองโรคมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ปัจจุบันอัตราการเป็นโรคเบาหวานของคนไทยและโดยเฉพาะผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขขณะนี้ระบุว่า มีประชากรไทยเป็นโรคเบาหวานมากกว่า 5.5 ล้านคน โดยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสนคนต่อปี และเสียชีวิต 200 รายต่อวัน และจำนวนผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูงราว 30 ล้านคน ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ...