นศ.อาชีวะสุดเจ๋ง คิดค้นสารเคลือบผิวผักและผลไม้สกัดจากธรรมชาติ ยืดอายุการเก็บรักษาและสร้างความมันวาวให้กับผักและผลไม้ นายณรงค์  แผ้วพลสง  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษาเป็นผลงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมให้ผู้สอนใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้ และผู้เรียนได้ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์มาทำโครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน สังคม และสามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมโดยมีการวางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ลงมือปฏิบัติตามแผน เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สรุปผลและเขียนรายงานภายใต้การแนะนำของครูที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์และประชาชนที่สนใจ ยกตัวอย่าง              สารเคลือบผิวผักและผลไม้สกัดจากเปลือกแก้วมังกรและใบย่านาง ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 สิ่งประดิษฐ์ประเภทที่ 8 เทคโนโลยีชีวภาพในโครงงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2562           ระดับภาค ภาคตะวันออกและกทม. ซึ่งเป็นผลงานที่สกัดจากธรรมชาติปลอดสารพิษซึ่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนไทยมีสุขภาพดีรับปีใหม่ พ.ศ. 2563 นี้ “น้องตี๋” นายธวัชชัย  ชมพูพาน   นักศึกษาชั้นปวช. 3 สาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ เล่าถึงสารเคลือบผิวผักและผลไม้สกัดจากเปลือกแก้วมังกรและใบย่านางว่า                  “การเคลือบผิวผลไม้” เป็นวิธีที่ช่วยลดอัตราการสูญเสียน้ำและยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้ภายหลังจากการเก็บเกี่ยว โดยผักและผลไม้ในปัจจุบัน เกษตรกรจะนิยมใช้สารสังเคราะห์ในการเคลือบผิวเพื่อให้มีอายุการเก็บรักษายาวนาน  แต่มีอันตรายต่อสุขภาพ ตนและเพื่อนๆ จึงมีแนวคิดนำเปลือกแก้วมังกรและใบย่านางที่เหลือใช้มาสกัดจนได้สารเพกทิน หรือโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยยืดอายุผักและผลไม้ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยขั้นตอนเริ่มจากนำเปลือกแก้วมังกรและใบย่านางมาผึ่งแดดให้แห้ง เป็นเวลา...
เด็กอาชีวยุคนี้ไม่ธรรมดา คิดค้นนวัตกรรมอาหารว่าง หรือ สแน็ค  (Snack)  ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ สามารถเรียนการทำธุรกิจพร้อมกับสร้างรายได้ระหว่างเรียน เช่น ธุรกิจขนมตูเล่กระฉีกปลาแผ่น เสริมข้าวกล้องงอก 9 ชนิด ตรา หอมนัวร์ ของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ นางสาวอารียา  จงหมื่นไวย์  นักศึกษาชั้นปวส.1 แผนกวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ เล่าถึงธุรกิจขนมตูเล่กระฉีกปลาแผ่น เสริมข้าวกล้องงอก 9 ชนิด ตรา หอมนัวร์ว่า เกิดจากขนมตูเล่หรือขนมเบื้องฝรั่งเศส ซึ่งลักษณะเป็นแผ่นแป้งกลม บางกรอบ โรยหน้าด้วยอัลมอนด์ และมีกลิ่นหอมจากเนยสด เป็นที่นิยมมาก แต่มีราคาแพง ตนและเพื่อนๆ จึงคิดที่จะนำขนมตูเล่ดังกล่าวมาประยุกต์ให้มีรสชาติแบบไทยๆเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร และปลอดจากไขมันทรานส์ โดยได้คิดค้นและทดลองทำจนได้สูตรลับเฉพาะที่ลงตัวตั้งแต่ตัวแป้งที่ผสมผงข้าวกล้องงอก 9 ชนิดเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร ซึ่งสารกาบามีส่วนช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ บำรุงระบบประสาท ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน ช่วยระบบย่อยอาหาร และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ไม่ให้แก่ก่อนวัย โดยนำไปอบจนได้แผ่นแป้งที่มีลักษณะบางกรอบ เมื่อทานเข้าไปแล้วจะหอมเนยพร้อมกับละลายในปาก  ตกแต่งด้วยหน้ากระฉีกปลาทูน่ามะพร้าวขูดขาวที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพร...
มะม่วงหาว มะนาวโห่ ผลไม้สดรสเปรี้ยวจัด ที่ทำให้คนที่ง่วงนอนรู้สึกกระชุ่มกระชวยและตื่นตัวขึ้นมาในทันที นางสาวอรอนงค์  นายออน  นักศึกษาชั้นปวช.3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา ผู้จัดการธุรกิจยำหาวโห่อัดเม็ด  เล่าว่า มะม่วงหาว มะนาวโห่ เป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นและเป็นที่ถูกจับตามองในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาสำหรับคนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณทางยามากถึง 50 ประการไม่ว่าจะเป็นป้องกันมะเร็ง ช่วยบำรุงโลหิต ชะลอการแก่ก่อนวัย ป้องกันโรคหัวใจ ขยายหลอดเลือก รักษาปอด รวมไปถึงอาการถุงลมโป่งพองก็ช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นได้ จึงได้นำมาแปรรูปเป็นยำหาวโห่ให้อยู่ในรูปแบบอัดเม็ด ถือเป็นของทานเล่นที่ลูกค้าสามารถทานยำมะม่วงหาวมะนาวโห่ได้ทุกที่ ไม่หกเลอะเทอะ แต่ยังคงคุณค่าทางสารอาหารและเสน่ห์ของรสชาติยำ โดยมีกลิ่นหอมของปลากรอบ รสเปรี้ยวและเนื้อสัมผัสของมะม่วงหาวมะนาวโห่และถั่วลิสงในเม็ดยำเป็นความอร่อยลงตัวที่พกพาไปทานได้ทุกที่ ปัจจุบันมียอดขายต่อเดือนประมาณ  11,320 บาท โดยอนาคตวางแผนจะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำมะม่วงหาว มะนาวโห่ และน้ำพริกมะม่วงหาว มะนาวโห่ ทั้งนี้ ยำหาวโห่อัดเม็ดบรรจุในรูปแบบซอง ขนาด 50 กรัม ราคา 20 บาท และแบบกระปุก ขนาด    ...
อาหารไทยมีชื่อเสียงมานาน เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ด้านรสชาติ  ความละเอียดประณีตบรรจง และที่สำคัญมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาหารไทยหลายอย่างเป็นที่รู้จักและขึ้นชื่อติดเมนูระดับโลก อาทิ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย และแกงเขียวหวาน เป็นต้น นายณรงค์  แผ้วพลสง  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาคิดค้นนวัตกรรมในการทำอาหารไทยให้เป็นอาหารจานโปรดของทั่วโลก โดยมีรสชาติต้นตำรับไทยแท้ดั้งเดิม ไม่ผิดเพี้ยน สามารถปรุงที่ไหนก็ได้  เกิดความสะดวก รวดเร็ว และสอดรับกับวิถีชีวิตที่รีบเร่งในปัจจุบัน จนได้ผู้ผ่านการคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 ทีมธุรกิจดีเด่นของโครงการอาชีวศึกษา ผงแกงพื้นบ้านอีสานทางเลือกใหม่ “น้องแพรว” หรือ นางสาวปริศนา  พูนกระโทก นักศึกษาชั้นปวช.3  สาขาวิชาบัญชี วิทยาลัยเทคนิค              พิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ผู้จัดการธุรกิจผงแกงพื้นบ้านอีสาน All in one เล่าว่า ผงแกงพื้นบ้านอีสาน All in one  สามารถนำมาประกอบอาหารเป็นแกงพื้นบ้านรสชาติต้นตำรับแบบไทยอีสานแท้ๆ เพียงแค่ฉีกซอง ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่ผงแกงฯ...
วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทยตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน บางปีเทศกาลลอยกระทงจะตรงกับเดือนตุลาคม เช่นปี พ.ศ. 2544 วันลอยกระทงปีนั้นตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม น่าสนใจที่กระทงยุคใหม่มีสีสันแปลกตาและประกอบด้วยไอเดียต่างๆมากมาย แต่ที่เหมือนกันคือกระทงทุกใบล้วนมีคอนเซ็ปต์รักษ์โลก นายณรงค์  แผ้วพลสง  รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีลอยกระทง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้สนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวะนำความรู้วิชาชีพที่เป็นผลมาจากการเรียนการสอน ช่วยกันออกแบบประดิษฐ์ คิดค้น และสร้างสรรค์กระทงรักษ์โลกที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้ เช่น กระทงทำจากเส้นด้ายที่เป็นฝ้าย ของวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา กระทงน้ำแข็งของวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง  กระทงรักษ์โลกที่ทำจากหยวกกล้วย และกระทงออนไลน์ของวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ นายณรงค์ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า นักเรียน นักศึกษาของ สอศ. ล้วนแล้วแต่มีความรู้ความสามารถ นำทักษะวิชาชีพออกมาใช้ในงานเทศกาลต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม เช่น นางสาวพรนภา  คิดการ  นักศึกษาระดับชั้นปวส. 1 สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา เล่าถึงแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์กระทงลอยด้วยเส้นด้ายที่ทำจากฝ้ายว่า ฝ้ายถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ปลูกกันมากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ...
ไลฟ์สไตล์คนทำงานและชาวออฟฟิศในยุคดิจิทัลวันนี้ต่างต้องนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวันซึ่งหากนั่งในอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง อาจเป็นภัยต่อสุขภาพ ทั้งกล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ กระตุก อ่อนแรง ชา หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย ล้วนเป็นสัญญาณเตือนอันตรายจาก โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ที่จะลุกลามเป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปได้ หลายท่านั่งที่ทำลายสุขภาพ ได้แก่ นั่งหลังงอหรือหลังค่อม ส่งผลให้ปวดเมื่อยที่บริเวณหัวไหล่และสะโพก หากสะสมเป็นเวลานานจะทำให้กระดูกผิดรูป  นั่งไขว้ห้าง ส่งผลให้กระดูกสันหลังคดได้ในภายหลัง เพราะการนั่งไขว่ห้างเป็นการทิ้งน้ำหนักตัวลงที่ก้นข้างใดข้างหนึ่ง นั่งบนเก้าอี้โดยไม่พิงพนัก หรือนั่งไม่เต็มก้น จะทำให้ฐานในการรับน้ำหนักตัวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่หลังทำงานหนักกว่าปกติ และเกิดผลเสียต่อกระดูกสันหลังได้ ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2556-2560 พบว่าประเทศไทยมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ประมาณ 30.8 ล้านคน เป็นกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 15 ขึ้นไป) จำนวน 28.1 ล้านคน โดยผู้ที่ทำงานในสำนักงานมีแนวโน้มที่จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อสูงขึ้น เนื่องจากต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือทำงานในท่าเดิมซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยตำแหน่งที่มักพบบ่อยคือ บริเวณศีรษะและคอ ปัญหาจากการนั่งและออฟฟิศซินโดรมนี้เอง...
จากประเทศที่ร่ำรวยด้วยผลผลิตทางภาคการเกษตร มาจนถึงการเป็นประเทศแห่งรอยยิ้มและวัฒนธรรมที่กลายเป็นจุดขายของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ได้ฤกษ์ปรับภาพลักษณ์ประเทศใหม่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคประเทศไทย 4.0 ด้วยการผันตัวเองจากประเทศฐานวัฒนธรรมมาเป็นประเทศฐานนวัตกรรม ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ห่างไกลจากคำว่า “นวัตกรรม” เพราะทุกวันนี้ เราใช้ชีวิตอยู่กับนวัตกรรมในหลากหลายรูปแบบที่มาช่วยเติมเต็มการดำเนินชีวิตของเรามีความสะดวกสบายมากขึ้น แม้เพียงเรื่องเล็กน้อยเราก็สามารถนำนวัตกรรมมาเสริมสร้างความสุขสบายให้กับชีวิตได้ ทำไมต้องเป็นประเทศฐานนวัตกรรม ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า จากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่า “นวัตกรรม” เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นทั้งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ประเทศไทยต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดจาก Made in Thailand มาเป็น Innovated in Thailand เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมเมืองเป็นอีกหนึ่งมิติที่จะช่วยตอบโจทย์ความสุขของคนในเมืองหรือชุมชน ทั้งในแง่พลวัตทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือปฏิสัมพันธ์ในเชิงสร้างสรรค์ของคนในสังคม ซึ่งนวัตกรรมที่จะตอบโจทย์ความสุขของคนในเมืองจะมีอยู่ 4 มิติ ได้แก่ 1) Connected City ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงของสังคมเมือง ทั้งการเดินทาง การศึกษา การแพทย์ บนพื้นฐานของระบบ 5G...
นศ.การอาชีพห้วยยอด  คิดค้นแผ่นระงับกลิ่นเหงื่อบริเวณเท้าจากพืชอ้อดิบ  แก้ปัญหากลิ่นเท้า สร้างยอดขายสุดว้าว นายณรงค์  แผ้วพลสง  ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมพัฒนา SMEs โดยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวด้านการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ทั้งรายใหม่และรายเดิมให้สามารถดำรงอยู่และ             มีความก้าวหน้า  ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยมีฐานธุรกิจและฐานภาษีที่กว้างขึ้น สามารถสร้างรายได้เพื่อนำมาพัฒนาประเทศต่อไป สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)    เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอาชีวศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจและจิตสำนึกที่ดีในเชิงธุรกิจให้แก่กลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาให้มีความรู้ด้านเทคนิควิธีและวิชาชีพเฉพาะด้าน ได้แสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจอย่างมีระบบ โดยอาศัยทักษะความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติมาผนวกกัน ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถเขียนแผนธุรกิจและก้าวไปเป็นผู้ประกอบการใหม่ที่ประสบความสำเร็จได้ในอนาคตเช่นธุรกิจ “Care Foot แผ่นระงับกลิ่นเหงื่อบริเวณเท้า” ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอด จังหวัดตรัง ที่ได้ผ่านการคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 ทีมธุรกิจดีเด่นของโครงการของอาชีวศึกษาที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาที่จะจัดแสดงแผนธุรกิจในวันที่ 23 ธันวาคม  2562 ที่จะจัดขึ้น ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นางสาวจันจิรา  เกสรบัว นักศึกษาชั้นปวส.1 สาขาวิชาการตลาด  วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอด   จังหวัดตรัง...
“บรรจุภัณฑ์” หรือ “แพคเกจจิ้ง” เปรียบเสมือนประตูด่านแรกของการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคโดยเฉพาะกับแบรนด์สินค้าที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตลาด และยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก โดยจากงานวิจัยของ C Space ที่ปรึกษาด้านธุรกิจในบอสตันระบุว่า ผู้บริโภคในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ มักตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและให้คุณค่ากับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ในระดับที่ใกล้เคียงกับคุณภาพและประโยชน์ของสินค้าดังกล่าว ขณะที่ผลการสำรวจของ Bizongo ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อผู้บริโภคพบว่ากว่า 63% ของผู้บริโภคมีพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าจากแพคเกจจิ้งที่น่าดึงดูด งาน “แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 18  - 21 กันยายน ณ ไบเทค บางนา แสดงให้เห็นนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมการพิมพ์และการบรรจุภัณฑ์ที่หน้าไปไกล นางสาวนลินี ทองแท้ ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ด้านการออกแบบกราฟิกเเละผลิตภัณฑ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวถึงเทรนด์การออกแบบแพคเกจจิ้งมาแรงในปี 2563 ซึ่งน่าจะได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคที่น่าสนใจ ได้แก่ มินิมอลดีไซน์ (Minimalism) ยังเป็นหนึ่งเทรนด์ออกแบบที่ยังคงได้รับความนิยมกับการออกแบบที่คงความเรียบง่าย และสื่อสารได้ชัดเจน โดยมินิมอลดีไซน์ไม่เพียงได้รับการประยุกต์ใช้มากในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโปรดักต์ดีไซน์ในชีวิตประจำวันรอบตัวก็ยังหยิบเอาเทรนด์มินิมอลไปพัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เอาใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย ซึ่งมินิมอลดีไซน์ไม่จำเป็นจะต้องจืดชืดไร้สีสันเสมอไป แต่ยังสามารถเติมเต็มความมีชีวิตชีวาด้วยสีสันเข้าไปให้สนุกสนานมากขึ้นได้อีกด้วย การไล่โทนสี และการใช้สีสันฉูดฉาด (Vibrant...
ขยะล้นเมืองเป็นปัญหาทั่วโลก โดยเฉพาะปริมาณขยะจากภาชนะโฟม ที่เรียกว่า โฟมพอลิสไตรีน (Polystyrene Foam) เพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งมีสารก่อมะเร็งและสารอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งใช้เวลาย่อยสลายยาวนานถึง 450 ปี จากสถิติของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในปี 2558 มีปริมาณขยะโฟมพอลิสไตรีนถึง 3,678 ตันต่อวัน และในปี 2559 มีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 3,704 ตันต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี            ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ขยะเป็นปัญหาใหญ่ในสิ่งแวดล้อมทั้งบนบก ทะเลและอากาศ  นักวิจัยและวิศวกรทั่วโลกต่างหาทางที่จะลดขยะที่ก่ออันตรายต่อสิ่งแวดล้อม  วัสดุศาสตร์ หรือ Material Science ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาหลายเทคโนโลยี โดยใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติต่าง ๆ ของวัสดุและกระบวนการจากพหุศาสตร์หลายสาขา ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ กระบวนการขึ้นรูป จนถึงการออกแบบคุณสมบัติและการใช้งานของวัสดุที่ผลิตออกมา โลกของวัสดุศาสตร์ในประเทศไทยวันนี้ก้าวไกลด้วยพลังของทีมนักวิจัยรุ่นใหม่จากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วยอาจารย์และทีมนักศึกษา ได้คิดค้นจากแนวความคิดในการนำขยะโฟมพอลิสไตรีนมารีไซเคิล ด้วยวิธีการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาสร้างนวัตกรรม แผ่นปูทางเท้าเพื่อผู้พิการทางสายตาและไฟเบอร์บอร์ดจากขยะโฟมรีไซเคิล...