ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรม “เครื่องนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่” เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ตัวนำไฟฟ้ามาติดกับตัวรองเท้าในบริเวณนิ้วโป้งเท้า หรือแผ่นนวด กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เกิดการผ่อนคลาย กระตุ้นจุดรับรสชาติและความรู้สึกที่ทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยน มีการมึนงง คลื่นไส้เวลาที่สูบบุหรี่ ซึ่งอาจต่อยอดนำไปประยุกต์ใช้ในการบำบัดการเสพติดอื่นๆ ได้ เช่น การเสพติดสุรา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้คาดการณ์ไว้ว่าภายในปีพ.ศ.2573 จะมีประชากรโลกเสียชีวิตเนื่องจากการสูบบุหรี่ถึงปีละ 8 ล้านคน นอกจากนี้แผนควบคุมยาสูบแห่งชาติได้มีการตั้งเป้าหมายลดอัตราการสูบบุหรี่ทุกชนิดให้เหลือร้อยละ 15 ในปี พ.ศ.2568 ทั้งนี้เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรัง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดสมอง             รองศาสตราจารย์ ดร.มณฑา เก่งการพานิช ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ในปี 2560 - 2563 ในโครงการ 3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไท้องค์ราชัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ให้เหลือร้อยละ 15 โดยแพทย์ทางเลือกไทยได้ถูกนำมาเผยแพร่นานาวิธีธรรมชาติที่ช่วยเลิกบุหรี่โดยไม่ใช้ยา ทั้งการใช้ผลไม้รสเปรี้ยว และสมุนไพรไทยต่างๆ รวมทั้งการนวดกดจุดเท้าเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ ซึ่งได้มีการจัดอบรมนวดกดจุดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ให้ทุกเขตสุขภาพ และแกนนำ หรือวิทยากรกลุ่มแรก ให้ทุกจังหวัดๆ ละ 10 คนเพื่อให้นำไปอบรมขยายผลเผยแพร่ต่อไป  ซึ่งพบว่ามีการนำไปใช้ที่ยังไม่แพร่หลายด้วยอุปสรรคนานาประการ อาทิ ความพร้อมของบุคลากร ความแตกต่างของการนวด ดังนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.มณฑา เก่งการพานิช และทีมวิจัยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทำงานควบคุมยาสูบในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้พัฒนาเครื่องนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ขึ้น ทั้งนี้หวังให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่าง             โจทย์ของการพัฒนานวัตกรรมเครื่องนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ คือ ทำอย่างไรจึงจะได้เครื่องนวดเท้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ใช้งานง่าย เข้าถึงได้ง่าย และราคาถูก ซึ่งจากการลงพื้นที่ชุมชนเพื่ออบรมเผยแพร่วิธีการนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ ให้แก่บุคลากรสาธารณสุข แพทย์แผนไทยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) แกนนำ ตลอดจนผู้สนใจตามชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สามารถทำได้ครอบคลุมพื้นที่ หากแต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มีการเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์และการวิจัยเพื่อพัฒนาเป็นนวัตกรรมเครื่องนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายภายในท้องถิ่น มาทำเป็นรองเท้านวดติดเซนเซอร์ เพื่อช่วยในการนวดกดจุดบริเวณนิ้วโป้งเท้าและได้มีการทดลองออกแบบตัวอย่างผลิตภัณฑ์เครื่องนวดกดจุดเท้าเพื่อเลิกบุหรี่ถึง 4 รุ่น และพัฒนามาเป็นลำดับ จากการใช้วัสดุที่เป็นรองเท้านวดจากรองเท้าปกติที่เป็นยางและผ้าที่ใส่กันอยู่ทั่วไป รองเท้านวดจากรองเท้าไม้แกะสลัก รองเท้านวดจากรองเท้าสาน มาจนถึงการใช้ตัวนวดเฉพาะนิ้วโป้ง ซึ่งสามารถควบคุมการใช้งานด้วยระบบสายและต่อไปจะพัฒนาต่อยอดเป็นแผ่นนวดที่สะดวกต่อการใช้งาน และการพกพา และใช้ระบบไร้สายในการควบคุมการทำงาน             ซึ่งนวัตกรรมเครื่องนวดกดจุดเท้าเพื่อเลิกบุหรี่นี้ไม่ถือเป็นเครื่องมือแพทย์ โดยอุปกรณ์เสริมที่ใช้ตัวนำไฟฟ้ามาติดกับตัวรองเท้าในบริเวณนิ้วโป้งเท้า หรือแผ่นนวด ใช้กระแสไฟฟ้าเพียง 3 โวลต์ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ โดยกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เกิดการผ่อนคลาย และกระตุ้นจุดรับรสชาติและความรู้สึกที่ทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยน มีการมึนงง คลื่นไส้เวลาที่สูบบุหรี่ ซึ่งอาจต่อยอดนำไปประยุกต์ใช้ในการบำบัดการเสพติดอื่นๆ ได้ เช่น การเสพติดสุรา นวัตกรรมนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการช่วยเลิกบุหรี่ให้แก่ผู้สูบบุหรี่ที่อยากเลิกและต้องการตัวช่วย             นวัตกรรมนี้ได้เสนอเป็นโครงการพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ และจะนำไปบูรณาการเพื่อใช้ในการส่งเสริมสุขภาวะของคนไทยในระดับนโยบายต่อไป ซึ่งจากการพัฒนานวัตกรรมโดยเอาประโยชน์ของปวงชนเป็นตัวตั้งนี้ ถือเป็นพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดลตามปณิธานแห่งการเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” ที่สร้างสรรค์องค์ความรู้เพื่อสังคมและประเทศชาติ
ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรมน้ำยาบ้วนปากจากสารสกัดข้าวไทย เพื่อผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหาโรคในช่องปาก และต่อยอดนวัตกรรมเพื่อลดผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ  จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยสูงอายุมักมีคราบจุลินทรีย์เกาะที่ง่ามรากฟัน ซึ่งทำความสะอาดได้ยากมากกว่าผู้ป่วยปกติ นอกจากการแปรงฟัน เหงือก และลิ้นแล้ว การใช้น้ำยาบ้วนปากที่เหมาะสม ร่วมกับ การขูดหินน้ำลาย และเกลารากฟันโดยทันตแแพทย์ จะช่วยทำให้การทำความสะอาดทั่วถึงขึ้น ในผู้ป่วยสูงอายุที่ไม่สามารถแปรงฟันได้ถนัด เนื่องจากทักษะในการจับแปรงสีฟัน หรือผู้ที่มีโรคทางสายตา ทำให้เกิดพยาธิสภาพในช่องปากตามมา เช่น การเกิดโรคปริทันต์อักเสบเรื้อรัง มีกลิ่นปาก การเกิดเชื้อราในช่องปาก ปากแห้ง เหงือก และเยื่อบุช่องปากบาง ง่ายต่อการระคายเคือง เกิดแผลในช่องปากได้ง่าย การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก และต้านการอักเสบ ร่วมกับการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟัน จึงเป็นความหวังใหม่ในการป้องกันและบรรเทาโรคดังกล่าว  กว่า 10 ปีที่ได้ทุ่มเทศึกษาวิจัยเรื่องการพัฒนานวัตกรรมน้ำยาบ้วนปากจากสารสกัดข้าวไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ โดยได้มีความร่วมมือกับ ทันตแพทย์หญิงจินตนา โพคะรัตน์ศิริ และทีมงานผู้วิจัย รวมถึงภาคเอกชนช่วยผลักดันสู่ตลาด รองศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงศรัญญา ตันเจริญ หัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ข้าวไทยพันธุ์ต่างๆ ที่มีสี หรือ...
เมื่อเร็วๆนี้เวทีจัดการแข่งขันประกวดนวัตกรรม IDE Competition 2021 จัดโดยศูนย์การสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม (IDE Center) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รูปแบบการแข่งขันผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน IDE Competition Experiment Track ได้แก่ ทีม YAMA Super Feed นวัตกรรมอาหารเสริมที่เป็นสมุนไพร 100% รักษาป้องกันและบำรุงเพื่อลดปัญหาเต้านมอักเสบของโคนม ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมจากนวัตกรรมชุมชนที่เกิดจากการทำงานร่วมกันกับ IDE Node รุ่นที่ 1 จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย            จารุพงศ์ ประสพสุข ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ทีม YAMA Super feed เปิดเผยว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ทำให้เห็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกษตรกรขายนมไม่ได้ ส่งผลให้พวกเกษตรกรไทยขาดโอกาสในการสร้างรายได้และต้องเป็นภาระในการดูแลโคนมที่ป่วย จึงได้ไปหาทีมงานด้านโภชนาการอาหารสัตว์ และสัตวแพทย์เพื่อประชุมหาวิธีการที่เหมาะสมปลอดภัยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จึงเกิดเป็นอาหารเสริม YAMA Super Feed ที่เป็นสมุนไพร 100%...
อุปสรรคสำคัญในการซื้อขายและส่งออกข้าวไทย คือ  ปัญหาการปลอมปนของชนิดพันธุ์ข้าว ด้วยนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แม่นยำสูงที่ใช้ในการตรวจสอบข้าว  จะช่วยในการประเมินราคาที่เที่ยงตรง และทำให้ได้ข้าวที่ตรงตามมาตรฐาน รองศาสตราจารย์ ดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล (MUICT)  ผู้ริเริ่มวิจัยใช้ AI แม่นยำสูงในการจำแนกเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย กล่าวว่า ปัญหาการปลอมปนของข้าวไทย  มีผลอย่างยิ่งต่อราคาขายที่ต่ำลงในตลาด ซึ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลต่อชาวนาไทย จริงๆ แล้วการปลอมปนของข้าวเกิดขึ้นได้ตั้งแต่การเลือกเมล็ดพันธุ์การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การตัดข้าว ฯลฯ ซึ่งการปลอมปนจะทำให้ราคาแตกต่างกัน  เนื่องจากข้าวบางสายพันธุ์ แม้จะเป็นข้าวเจ้าเหมือนกัน แต่จะมีราคาที่ต่างกันสูงมาก ลำพังการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยวิธีดั้งเดิมที่ใช้มนุษย์ (Human Expert) นั้น พบว่ามีความแม่นยำที่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และสถานการณ์ในแต่ละวัน  ซึ่งเวลาขายข้าวที่มีการปลอมปน จะถูกหักราคาตามสัดส่วนการปลอมปนของข้าว อย่างเช่น ข้าวสายพันธุ์ A ประมาณร้อยละ 85 ซึ่งมีการปลอมปนด้วยข้าวสายพันธุ์ B  ร้อยละ 15 เวลาขายจะถูกหักราคาไปตามสัดส่วนของมูลค่าของข้าวแต่ละสายพันธุ์ ด้วยเทคโนโลยี Mask R-CNN (Mask Regional Convolutional Neuron Network) ซึ่งเป็นการใช้ AI จำแนกเมล็ดพันธุ์ข้าวไทยด้วยภาพถ่าย จะทำให้สามารถช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าว  และสามารถคำนวณสัดส่วนการปลอมปนได้อย่างแม่นยำ และเที่ยงตรงมากขึ้น หลักการของ Mask R-CNN คือ การใช้เทคโนโลยีในประเภท Machine Learning ซึ่งเป็นการฝึกทำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ว่า ข้าวไทยในแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะอย่างไร  โดยป้อนข้อมูลที่เป็นภาพถ่ายของข้าวแต่ละสายพันธุ์ที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  การดำเนินการวิจัยเริ่มต้นจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง แล้วนำเมล็ดพันธุ์ข้าวในท้องถิ่นมาฝึกกับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มองเห็นเช่นเดียวกับมนุษย์ ด้วยเทคโนโลยี Mask R-CNN จนมาเลือกศึกษาเพียง 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วยข้าวเหนียว 1 สายพันธุ์ และข้าวเจ้าที่มีราคาแตกต่างกันอีก 4 สายพันธุ์ หนึ่งในนั้น คือ ข้าวหอมมะลิของไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก  จากการเป็นที่ยอมรับในเรื่องรสชาติ และกลิ่นหอม ซึ่งประเทศไทยถือเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของโลกเนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต  ผลจากการใช้เทคโนโลยี Mask R-CNN ในการจำแนกเมล็ดพันธุ์ข้าวไทยนี้ พบว่ามีความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 85 ซึ่งสูงกว่าการประเมินโดยมนุษย์กว่าร้อยละ 20  และในอนาคตอาจใช้ขยายผลต่อยอดคัดแยกผลิตผลทางการเกษตรเพื่อการส่งออกอื่นๆ ของไทยต่อไปได้ อาทิมังคุด ทุเรียน มะม่วง ฯลฯ ซึ่งในการดำเนินการวิจัย ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีของ  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล (MUICT) ร่วมทดลองและพัฒนางานวิจัยด้วย  ผลงานนวัตกรรมจำแนกเมล็ดพันธุ์ข้าวไทยด้วย AI นี้  เคยคว้ารางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประเภทรางวัลประกาศเกียรติคุณ ภายใต้ชื่อผลงาน  "โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการจำแนกเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย โดยใช้ภาพถ่ายของเมล็ดพันธุ์ข้าว ด้วยวิธีการแบบ Mask R-CNN และ Transfer Learning" (Computer Program for Classifying Categories of Thai Rice - Grain Images Using Mask R-CNN and Transfer Learning)" ในงานวันนักประดิษฐ์ ปี2563 มาแล้ว  รองศาสตราจารย์ ดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์...
นับแต่อดีตเมื่อเนิ่นนานมาจนถึงปัจจุบัน เกษตรกรไทยส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนมาโดยตลอด เป็นวิถีชีวิตที่แทบจะไม่มีเวลาเว้นว่าง เสร็จงานนา งานไร่ งานสวน ผู้หญิงก็จะทอผ้า ผู้ชายจะจักสาน บางคนก็ถักสวิงถักแหรอหน้าน้ำหลาก ใช้เองบ้างขายบ้าง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนี้ เพียงแต่เพิ่มผลผลิตจากแค่ทอผ้าจักสานเป็นผลงานที่หลากหลายมากขึ้น มีการรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน บางแห่งทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชุมชนดีกว่าทำนาทำไร่เสียอีก กษมา ถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กษมา เฮลิคอปเตอร์ จำกัด ผู้พัฒนาเฮลิคอปเตอร์วิทยุบังคับสัญชาติไทย เป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่ผลิตเฮลิคอปเตอร์วิทยุบังคับแบบครบวงจร กล่าวถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยได้พัฒนาเครื่องมือขึ้นรูปภาชนะจากใบไม้ ด้วยการจับงานที่มีการออกแบบมาก่อนแล้วต่อยอดให้มีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาผลผลิตให้ออกมามีคุณภาพที่ดีและสมบูรณ์มากขึ้นพร้อมทั้งตั้ง Ksm Agriculture Machine รองรับด้านการตลาด คุณกษมาบอกว่าที่เลือกต่อยอดพัฒนาเครื่องปั๊มภาชนะจากใบไม้เพราะเห็นว่า อุปกรณ์ประเภทนี้ในตลาดยังไม่สมบูรณ์พอ ท่านเห็นว่าอุปกรณ์ที่วิสาหกิจชุมชนใช้จะต้องง่ายต่อการใช้งาน มีความคงทน ง่ายต่อการบำรุงรักษา ต้องผลิตผลงานออกมามีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ที่สำคัญต้องใช้ได้กับวัตถุดิบที่มีมากในท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุนการผลิต เครื่องปั๊มจานของ Ksm Agriculture Machine นั้น คุณกษมาบอกว่า ในขณะนี้เน้นวัตถุดิบจากใบเหียงหรือใบตองตึงกับกาบหมากเป็นหลัก เมื่อปั๊มเสร็จก็จะเคลือบด้วยสารเคลือบอินทรีย์สูตรน้ำ (Water Base Organic Coating) ซึ่งเป็นสารเคลือบระดับ food grade...
ผลงานของคนไทยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีกครั้ง...ท่ามกลางภาวะการแพร่ระบาดโควิด-19 ในนานาประเทศทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกกว่า 106 ล้านคน นวัตกรและนักวิจัยต่างทุ่มเทคิดค้นหาหนทางสร้างนวัตกรรมสู้โควิดอย่างไม่ทดท้อ ล่าสุด Nature Communications วารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ซึ่งมีดัชนีบ่งชี้มาตรฐาน H-Index 300 ได้ตีพิมพ์ไปทั่วโลกเผยแพร่ผลงานของนักวิจัยไทย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง “Rapid Electrochemical Detection of Coronavirus SARS-Cov-2” ความสำเร็จในการคิดค้นนวัตกรรมชุดตรวจวิเคราะห์โควิด-19 โดยใช้ไบโอเทคโนโลยีการนำ ดีเอ็นเอเซ็นเซอร์ทางเคมีไฟฟ้า (Electrochemical DNA Sensor) ตรวจหาเชื้อได้ถูกต้องแม่นยำ 100 %  รู้ผลภายใน 2 ชม. พกพาสะดวกและต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับการใช้งานในภาคสนามและการตรวจผลแบบเรียลไทม์เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ                   รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สงครามระหว่างมนุษย์และไวรัสโควิดยังไม่สิ้นสุด อัตราการแพร่ระบาดยังทวีความรุนแรงและเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ในหลายพื้นที่ของภูมิภาคโลกยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพได้ เนื่องจากเครื่องตรวจวิเคราะห์มีราคาสูงนับหลายล้านบาท ต้องมีห้องปฏิบัติการและผู้เชี่ยวชาญ หรือ การตรวจหาทาง...
ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาถือเป็นบททดสอบของเราทุกคน สำหรับบุคลากรสายครีเอทีฟ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อรูปแบบการทำงานที่ต้องมีไอเดียแปลกใหม่  เพราะผู้คนต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน และต้องหลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์ ทำให้หลายๆ คนพยายามหาความแปลกใหม่และเรื่องราวที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้เกิดความรู้สึกจำเจ และแรงบันดาลใจก็เริ่มถดถอย แบรนด์ต่างๆ พยายามตอบสนองต่อข้อจำกัดของกิจกรรมการตลาดต่างๆ โดยใช้ความระมัดระวังอย่างมาก รวมถึงการสื่อสารข้อความอย่างเหมาะสมที่ไม่ถูกมองว่ากำลังฉวยโอกาสจากความทุกข์ของผู้อื่น แต่การนิ่งเงียบก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเช่นกัน  ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่หรือสตูดิโอขนาดเล็ก ธีมที่เราพบเห็นครั้งแล้วครั้งเล่าในสื่อต่างๆ มักจะเกี่ยวกับการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน การปลอบโยนและสวัสดิภาพ เช่น เราจะติดต่อสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างไรยามที่เราต้องห่างไกลกัน เราจะให้ความช่วยเหลือกันและกันได้อย่างไร และเราจะรักษาสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจในช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างไร เราพบธีมหลักๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่องในสื่อต่างๆ ผ่านรูปภาพ บทบรรณาธิการ การค้นหาข้อมูล และข้อมูลลูกค้า และธีมเหล่านี้แทรกซึมอยู่ในเทรนด์ครีเอทีฟในปี 2564 เช่นกัน ทุกๆ ปี เราได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมผู้บริโภค ประสบการณ์จากทีมครีเอทีฟของ Adobe Stock ถูกรวมมาเป็นข้อมูลคาดการณ์แนวโน้มประจำปี  เมื่อปีที่แล้วเราได้เพิ่มประเด็นการคาดการณ์จากที่มีแค่เรื่องภาพถ่าย ภาพประกอบ และเวกเตอร์ ให้ครอบคลุมถึงโมชั่นกราฟิก กราฟิกดีไซน์ ภาพ 3 มิติ และประสบการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีส่วนร่วม และในปีนี้...
ผู้หญิงยุคใหม่รักอิสระ มองหาคนข้างกายที่เคมีตรงกัน ถ้าไม่คลิกก็ยังไม่ตกลงปลงใจ นี่ละมังที่ทำให้สาว ๆ เป็นโสดมากขึ้น อยากทำอะไรก็ทำเอง และถ้าอยากมีแหวนเพชรสักวง ก็ให้รางวัลตัวเองด้วยการซื้อใส่เอง ไม่ต้องชะเง้อรอให้ชายหนุ่มซื้อให้ Mind Set เรื่องการซื้อแหวนเพชรใส่เองดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของสาวยุคนี้ไปแล้ว ไม่มีใครซื้อให้ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าแหวนมีมากมายหลายแบบ จะเลือกแบบไหนดี ยิ่งได้ยินคำศัพท์แปลก ๆ เกี่ยวกับการฝังเพชร ยิ่งงงเข้าไปใหญ่  บทความจาก ร้านเพชรอโบฟไดมอนด์ (ABOVE DIAMOND) ตอนนี้ก็เลยจะมาไขข้อข้องใจให้สาวๆ รู้ชัดๆ ว่าแหวนเพชรแบบไหนที่เป็นที่นิยมกัน แต่ละแบบมีหน้าตาเป็นอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร มาเริ่มกันเลยดีกว่า แบบที่ 1 แหวนเพชรเม็ดเดี่ยวฝังหนามเตย พบบ่อยที่สุด เป็นแบบคลาสสิกตลอดกาล หนามเตยคือก้านที่ต่ออยู่กับกระเปาะที่ประคองเพชรไว้ โดยส่วนปลายของหนามเตยแต่ละจุดจะมีลักษณะโค้งเข้าหากันเพื่อยึดเพชรเอาไว้ ข้อดีของตัวเรือนฝังหนามเตย คือ เพชรจะได้รับการชูขึ้น มองเห็นได้ง่าย เพิ่มพื้นผิวสัมผัสของเพชร แสงจึงผ่านเข้าไปได้ดี ทำให้เพชรดูมีไฟ ฝังเพชรได้หลายรูปทรง ทำความสะอาดง่าย เป็นลุคที่คลาสสิก สวมใส่ได้ในทุกโอกาส ส่วนข้อเสีย คือ แหวนอาจเกี่ยวดึงกับเสื้อผ้าหน้าผม เมื่อสวมใส่ไปเรื่อยๆ เพชรอาจหลวมและขยับได้ แบบที่ 2 แหวนเพชรฝังหุ้ม เป็นลุคที่ดูทันสมัย เหมาะกับคนไลฟ์สไตล์ Active การฝังแบบนี้จะฝังหุ้มล้อมตัวเพชรทั้งเม็ดด้วยโลหะบาง ๆ...
นักวิจัยในโลกยุคดิสรัปชันเช่นปัจจุบัน สร้างสรรค์นวัตกรรมโดยมองถึงผลกระทบ (impact) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่ง "นวัตกรรม" คือ "การสร้างสรรค์สู่สิ่งใหม่" โดยจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากไม่ "ลงมือทำ" เสียตั้งแต่วันนี้ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) ได้กล่าวไว้ว่า "นักวิจัยที่ดี" ต้องรู้จัก "มองอนาคตให้เป็น" และ "กล้าคิดนอกกรอบ" เพื่อการสร้างสรรค์สู่สิ่งใหม่ "ถ้าเรายังทำวิจัยเหมือน 5 ปีที่แล้ว ก็จะไม่เกิดสิ่งใหม่ แต่ถ้าเรามองโลกในอนาคตอีก 5 ปีว่าต้องการอะไร ซึ่งสิ่งที่คนต้องการในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า หมายถึงว่าเราต้องเริ่มทำวิจัยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในวันนี้" "จมูกอิเล็กทรอนิกส์" (Electronic Nose) ซึ่งใช้ดมกลิ่นแทนจมูกของมนุษย์ ถือเป็นผลงานนวัตกรรมเด่นของมหาวิทยาลัยมหิดล ริเริ่มโดยอาจารย์ประจำ 2 ท่านจากคณะวิทยาศาสตร์ คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์...
อินโดรามา เวนเจอร์ส ปลุกกระแสแฟชั่นรักษ์โลก ชวนดีไซเนอร์รุ่นใหม่จุดไอเดียฟื้นชีพวัสดุรีไซเคิลสู่แฟชั่นสไตล์สตรีท เดินหน้าโครงการ “RECO Young Designer Competition 2020” (รีโค่) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 9 ท้าไอเดียดีไซเนอร์รุ่นใหม่ อายุระหว่าง 17-35 ปี ร่วมประกวดออกแบบแฟชั่นเพื่อความยั่งยืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘REVIVE: Start from Street’ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 5 แสนบาท พร้อมจัดเวิร์คช็อป eco-design เรียนรู้และพัฒนาผลงานโดยได้รับคำแนะนำจากมืออาชีพ เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2563             นายยาช โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้นำด้านเคมีภัณฑ์ระดับโลก กล่าวว่า “อินโดรามา เวนเจอร์ส ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เราเชื่อมั่นว่าการรีไซเคิลเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีความรับผิดชอบสูงสุดในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า...