previous arrow
next arrow
Slider
ความปลอดภัยของลูกน้อยถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นข่าวการสูญหายหรือเสียชีวิตของเด็กที่เกิดจากอุบัติเหตุและความประมาทของผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มปฐมวัย ซึ่งการแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ จำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งมีเครื่องมือที่ช่วยให้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวทุกคนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการเตือนภัย เครื่องมือที่ช่วยให้เด็กอยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลา หรือแม้แต่กระทั่งนวัตกรรมที่ใช้ง่ายสำหรับเด็กที่อายุยังน้อย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA อาสาพาไปรู้จักนวัตกรรมของสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการไทยที่ชื่อว่า “Save the Kids: นวัตกรรมที่เข้ามาช่วยป้องกันปัญหาการลืมเด็กไว้บนรถ” และ “GPS Watch POMO: นาฬิกาติดตามตัวเด็กป้องกันเด็กหายโพโมะ” ซึ่งเป็น 2 นวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ซึ่งจะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหายห่วงเกี่ยวกับภาวะความเสี่ยง และเพิ่มความเซฟตี้ให้กับบรรดาเจ้าตัวน้อยได้มากกว่าที่ผ่านมา โดยนวัตกรรมชิ้นแรกคือ “Save the kids” นวัตกรรมที่เข้ามาช่วยป้องกันปัญหาการลืมเด็กไว้บนรถ โดยนายปิติชัย ปิติมณียากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทูแคนส์ จำกัด เล่าว่า “Save the kids” เกิดจากปัญหาการลืมเด็กไว้ในรถทำให้เด็กเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อเนื่องทุกปี โดยการถูกทิ้งไว้บนรถเป็นเวลานาน ร่างกายของเด็กเล็กจะมีอุณหภูมิที่สูงมากกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะสูญเสียน้ำในร่างกาย และเด็กจะมีโอกาสเสียชีวิตได้ภายใน 2 ชั่วโมง...
ข้าวโพดเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย มี 4 ชนิด คือ ข้าวโพดไร่หรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน และข้าวโพดข้าวเหนียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์ที่การส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยครองแชมป์ส่งออกอันดับ 1 ของโลกมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรที่ทำไร่ข้าวโพดมีจำนวนมากในทุกภาค เป็นแรงบันดาลใจให้ทีมวิจัยนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คิดค้น “หุ่นยนต์หยอดเมล็ดข้าวโพดอัตโนมัติ” เพื่อช่วยชุมชนเกษตรกรได้ผ่อนแรงพร้อมไปกับเพิ่มคุณภาพผลผลิตด้วยนวัตกรรม ดร.สุพรรณ  ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทีมนักวิจัยคนรุ่นใหม่ได้ตอบโจทย์สมาร์ทฟาร์มยุคนิวนอร์มอล โดยได้ออกแบบ “หุ่นยนต์หยอดเมล็ดข้าวโพดอัตโนมัติ” เพื่อช่วยลดภาระของเกษตรกรและทำหน้าที่หยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดได้แม่นยำมากขึ้น ทีมประกอบด้วย นายธัชนนท์ ภูผิวเดือน, นายธีรภัทร ศรีสุข และ นายเจตณัฐ ปัญญาหอมโดยมี ผศ.เดชา วิไลรัตน์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และเป็นที่น่ายินดีที่นวัตกรรมนี้ได้รับรางวัลจากการประกวดนักเทคโนโลยีและนวัตกรรุ่นเยาว์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทนักศึกษา ประจำปี 2563...
ผลิตภัณฑ์นาฬิกาศรีครามเป็นผลงานสิ่งประดิษฐ์ของทีมนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ สิ่งประดิษฐ์ประเภทที่ 5 ด้านหัตถศิลป์ จากงานประกวดสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2562 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มุ่งมั่นในการพัฒนายกระดับคุณภาพการเรียนการสอนตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อเตรียมกำลังคนไปสู่ศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา สามารถสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ให้มีคุณภาพ ทันสมัย สวยงาม และได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้งานได้จริง ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนและสังคม “น้องไหมซอ” นางสาวญาณ์ณิช  สุวรรณวงศ์ นักศึกษาชั้นปวช.3 สาขาวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี  เล่าว่า ผลิตภัณฑ์นาฬิกาศรีคราม ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบอัตลักษณ์ลวดลายศิลปะแบบศรีวิชัยที่รุ่งเรืองในจังหวัดสุราษฎร์ธานีภาคใต้ของไทย ช่วงศตวรรษที่ 13 – 18 นำมาประยุกต์จากหมวดศิลปะที่มีทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสถาปัตยกรรมจากลวดลายหน้าจตุรมุข วัดพระบรมธาตุไชยา ด้านประติมากรรมจากลวดลายตกแต่งบนพระอวโลกิเตศวร และด้านจิตรกรรมจากลวดลายประดับกระจกศาลหลักเมืองและเครื่องใช้ ตลอดจนลวดลายจากกนกเถาผักกูด โดยนำมาผสมผสานและพัฒนาจัดองค์ประกอบจนได้เป็นลวดลายรูปแบบเฉพาะที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ แสดงเอกลักษณ์แบบไทยที่มี               ความอ่อนหวาน ถ่ายทอดเป็นงานหัตถศิลป์ที่สวยหรู คลาสสิก และทรงคุณค่าในรูปแบบผลิตภัณฑ์นาฬิกาศรีครามที่เหมาะแก่การสะสมเป็นของที่ระลึกด้านหัตถศิลป์ 700 ปี นาฬิกาศรีครามมีทั้งหมด...
นายณรงค์  แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ในการจัดงานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีการศึกษา 2562 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมุ่งเน้นที่จะพัฒนายกระดับคุณภาพการเรียน การสอนให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ได้คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ให้มีคุณภาพ ทันสมัย ได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้งานได้จริง ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ในชุมชน สังคม และอุตสาหกรรม โดยในปีนี้มีสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่     ประเภทการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ รวมจำนวน 9 ประเภท และการนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ ภาคภาษาอังกฤษ  มีดังนี้ สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้แก่ผลงาน “เครื่องดูดขนนกด้วยระบบสุญญากาศ” วิทยาลัยเทคนิคสตูล 2.สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ได้แก่ผลงาน “เตาอบไฟฟ้าโอ่งดิน” วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ 3.สิ่งประดิษฐ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน...
โดยปกติ จมูกคนเราจะมีขนจมูกที่ช่วยกรองอากาศและฝุ่นละอองก่อนเข้าสู่ร่างกาย แต่ปัจจุบันประเทศไทยได้เผชิญกับมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะค่าฝุ่นละออง PM.2.5 ซึ่งจมูกไม่สามารถกรองได้       โดยในช่วงแรกอาจไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่หากได้รับติดต่อกันเป็นเวลานานหรือสะสมในร่างกายมาก ๆ ก็จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ไอ จาม ภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหลอดเลือดและหัวใจเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง หรือมะเร็งปอด และโรคทางผิวหนัง เช่น ผื่นคันตามตัว ลมพิษ อาจถึงขั้นทำร้ายเซลส์ผิวหนัง ทำให้ผิวอ่อนแอและเหี่ยวย่นง่าย เป็นต้น นายณรงค์  แผ้วพลสง  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาค่าฝุ่นละออง PM.2.5 จึงได้มอบนโยบายให้สถานศึกษาในสังกัดช่วยกันระดมองค์ความรู้ด้านวิชาชีพ ผนวกกับการใช้เทคโนโลยี ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละออง PM.2.5 ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี ได้ประดิษฐ์เครื่องฟอกอากาศ PM.2.5  รุ่น R Air Purifier เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ขึ้น และเป็นหนึ่งในสถานศึกษาสังกัดสอศ.ที่ได้นำเครื่องฟอกอากาศไปให้กับโรงเรียนสังกัดสพฐ.ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM.2.5 เพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้กับน้องๆนักเรียนสพฐ. นางสาวมณฑกานต์...
สหประชาชาติระบุว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในสัดส่วนเกินร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ถือได้ว่าประเทศนั้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ เมื่อสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 ทั้งนี้ คาดการณ์กันว่าในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยจะก้าว        เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ คือ มีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด นายณรงค์  แผ้วพลสง  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการ   การอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ และเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคม สร้างโอกาสให้ประชากรทุกกลุ่ม และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาสร้างนวัตกรรม โดยใช้เทคโนโลยีผนวกกับความรู้ด้านวิชาชีพมาคิดค้นพัฒนาเป็นชุดเครื่องช่วยอาบน้ำผู้สูงอายุและคนพิการของวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับรางวัลขวัญใจมหาชน (Popular Vote) จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ Enjoy Science : Young Makers Contest ปี 4...
จากการยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ตามนโยบายรัฐบาลที่มีเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยทำให้ลดปริมาณพลาสติกที่ต้องนำไปกำจัด ประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอยและประหยัดพื้นที่รองรับ รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ด้วย  โดยรัฐบาลได้ตั้งเป้าจะยกเลิกการใช้พลาสติกประเภทครั้งเดียวทิ้ง 4 ชนิด ได้แก่ ถุง พลาสติกหูหิ้ว  หลอดพลาสติก แก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และกล่องโฟมให้ได้เร็วขึ้นภายในปี พ.ศ.2564 โดยความเกี่ยวโยงระหว่างการใช้ถุงพลาสติกกับภาวะโลกร้อนคือ ยิ่งมีการใช้ถุงพลาสติกมากเท่าไหร่ การเผาไหม้ในกิจกรรมการผลิต และเผาทำลายถุงพลาสติกก็จะสูงมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยสู่ชั้นบรรยากาศโลกมากขึ้น เกิดปัญหามลภาวะต่าง ๆ มากมาย อาทิ พายุหมุนที่เกิดถี่ และรุนแรงมากขึ้น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก สภาพอากาศที่แปรปรวนจนยากจะคาดเดาฤดูกาล วงจรการเกษตรเปลี่ยนแปลง และโรคระบาดใหม่ ๆ เกิดตามมา  เป็นต้น นายณรงค์  แผ้วพลสง  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนอาชีวศึกษานำความรู้ทางวิชาชีพมาผนวกกับเทคโนโลยีคิดค้นและประดิษฐ์กระเป๋าผ้าลดโลกร้อนที่ผลิตจากธรรมชาติ สามารถพกพา และใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายและสะดวก โดยนำผลิตภัณฑ์มาพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สามารถเรียนการทำธุรกิจพร้อมกับสร้างรายได้ระหว่างเรียนตามโครงการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระในกลุ่มผู้เรียนอาชีวศึกษา ดังเช่น ธุรกิจแบรนด์ไอดินกลิ่นฝ้าย ของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา...
นศ.อาชีวะสุดเจ๋ง คิดค้นสารเคลือบผิวผักและผลไม้สกัดจากธรรมชาติ ยืดอายุการเก็บรักษาและสร้างความมันวาวให้กับผักและผลไม้ นายณรงค์  แผ้วพลสง  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษาเป็นผลงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมให้ผู้สอนใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้ และผู้เรียนได้ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์มาทำโครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน สังคม และสามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมโดยมีการวางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ลงมือปฏิบัติตามแผน เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สรุปผลและเขียนรายงานภายใต้การแนะนำของครูที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์และประชาชนที่สนใจ ยกตัวอย่าง              สารเคลือบผิวผักและผลไม้สกัดจากเปลือกแก้วมังกรและใบย่านาง ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 สิ่งประดิษฐ์ประเภทที่ 8 เทคโนโลยีชีวภาพในโครงงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2562           ระดับภาค ภาคตะวันออกและกทม. ซึ่งเป็นผลงานที่สกัดจากธรรมชาติปลอดสารพิษซึ่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนไทยมีสุขภาพดีรับปีใหม่ พ.ศ. 2563 นี้ “น้องตี๋” นายธวัชชัย  ชมพูพาน   นักศึกษาชั้นปวช. 3 สาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ เล่าถึงสารเคลือบผิวผักและผลไม้สกัดจากเปลือกแก้วมังกรและใบย่านางว่า                  “การเคลือบผิวผลไม้” เป็นวิธีที่ช่วยลดอัตราการสูญเสียน้ำและยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้ภายหลังจากการเก็บเกี่ยว โดยผักและผลไม้ในปัจจุบัน เกษตรกรจะนิยมใช้สารสังเคราะห์ในการเคลือบผิวเพื่อให้มีอายุการเก็บรักษายาวนาน  แต่มีอันตรายต่อสุขภาพ ตนและเพื่อนๆ จึงมีแนวคิดนำเปลือกแก้วมังกรและใบย่านางที่เหลือใช้มาสกัดจนได้สารเพกทิน หรือโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยยืดอายุผักและผลไม้ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยขั้นตอนเริ่มจากนำเปลือกแก้วมังกรและใบย่านางมาผึ่งแดดให้แห้ง เป็นเวลา...
เด็กอาชีวยุคนี้ไม่ธรรมดา คิดค้นนวัตกรรมอาหารว่าง หรือ สแน็ค  (Snack)  ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ สามารถเรียนการทำธุรกิจพร้อมกับสร้างรายได้ระหว่างเรียน เช่น ธุรกิจขนมตูเล่กระฉีกปลาแผ่น เสริมข้าวกล้องงอก 9 ชนิด ตรา หอมนัวร์ ของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ นางสาวอารียา  จงหมื่นไวย์  นักศึกษาชั้นปวส.1 แผนกวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ เล่าถึงธุรกิจขนมตูเล่กระฉีกปลาแผ่น เสริมข้าวกล้องงอก 9 ชนิด ตรา หอมนัวร์ว่า เกิดจากขนมตูเล่หรือขนมเบื้องฝรั่งเศส ซึ่งลักษณะเป็นแผ่นแป้งกลม บางกรอบ โรยหน้าด้วยอัลมอนด์ และมีกลิ่นหอมจากเนยสด เป็นที่นิยมมาก แต่มีราคาแพง ตนและเพื่อนๆ จึงคิดที่จะนำขนมตูเล่ดังกล่าวมาประยุกต์ให้มีรสชาติแบบไทยๆเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร และปลอดจากไขมันทรานส์ โดยได้คิดค้นและทดลองทำจนได้สูตรลับเฉพาะที่ลงตัวตั้งแต่ตัวแป้งที่ผสมผงข้าวกล้องงอก 9 ชนิดเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร ซึ่งสารกาบามีส่วนช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ บำรุงระบบประสาท ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน ช่วยระบบย่อยอาหาร และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ไม่ให้แก่ก่อนวัย โดยนำไปอบจนได้แผ่นแป้งที่มีลักษณะบางกรอบ เมื่อทานเข้าไปแล้วจะหอมเนยพร้อมกับละลายในปาก  ตกแต่งด้วยหน้ากระฉีกปลาทูน่ามะพร้าวขูดขาวที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพร...
มะม่วงหาว มะนาวโห่ ผลไม้สดรสเปรี้ยวจัด ที่ทำให้คนที่ง่วงนอนรู้สึกกระชุ่มกระชวยและตื่นตัวขึ้นมาในทันที นางสาวอรอนงค์  นายออน  นักศึกษาชั้นปวช.3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา ผู้จัดการธุรกิจยำหาวโห่อัดเม็ด  เล่าว่า มะม่วงหาว มะนาวโห่ เป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นและเป็นที่ถูกจับตามองในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาสำหรับคนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณทางยามากถึง 50 ประการไม่ว่าจะเป็นป้องกันมะเร็ง ช่วยบำรุงโลหิต ชะลอการแก่ก่อนวัย ป้องกันโรคหัวใจ ขยายหลอดเลือก รักษาปอด รวมไปถึงอาการถุงลมโป่งพองก็ช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นได้ จึงได้นำมาแปรรูปเป็นยำหาวโห่ให้อยู่ในรูปแบบอัดเม็ด ถือเป็นของทานเล่นที่ลูกค้าสามารถทานยำมะม่วงหาวมะนาวโห่ได้ทุกที่ ไม่หกเลอะเทอะ แต่ยังคงคุณค่าทางสารอาหารและเสน่ห์ของรสชาติยำ โดยมีกลิ่นหอมของปลากรอบ รสเปรี้ยวและเนื้อสัมผัสของมะม่วงหาวมะนาวโห่และถั่วลิสงในเม็ดยำเป็นความอร่อยลงตัวที่พกพาไปทานได้ทุกที่ ปัจจุบันมียอดขายต่อเดือนประมาณ  11,320 บาท โดยอนาคตวางแผนจะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำมะม่วงหาว มะนาวโห่ และน้ำพริกมะม่วงหาว มะนาวโห่ ทั้งนี้ ยำหาวโห่อัดเม็ดบรรจุในรูปแบบซอง ขนาด 50 กรัม ราคา 20 บาท และแบบกระปุก ขนาด    ...