ผู้ปกครอง..ลุ้น SCG ทำรถโรงเรียน!!

2052

          เอสซีจีเพิ่งแถลงข่าวผลประกอบการปี 2560 ซึ่งก็เป็นไปตามคาดหมาย คือมีรายได้จากการขาย 450,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อน จากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีกำไร 55,041 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 2 จากปี 2559 จากสภาพการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

ขณะที่ไตรมาสที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม 2560) เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 113,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ตุลาคม-ธันวาคม 2559) สาเหตุหลักจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน (กรกฎาคม-กันยายน 2560) มีกำไร 12,567 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ตุลาคม-ธันวาคม 2559) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อน (กรกฎาคม-กันยายน 2560)

          โดยสรุป ผลประกอบการปี 2560 ถือว่าโอเค

แต่ประเด็นที่ Creative Econ ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือถ้อยแถลงของ รุ่งโรจน์  รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ที่กำลังจะขยายธุรกิจบริการไปสู่การบริการ ‘รถนักเรียน’ โดยนำเทคโนโลยี GPS มาต่อยอดเป็น Solutions ใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองในด้านการดูแลความปลอดภัยของบุตรหลาน

          ไม่ใช่เฉพาะรถนักเรียนเท่านั้น แต่ยังจะทำธุรกิจบริการ ‘รถพยาบาล’ ที่มีระบบ GPS เพื่อติดตามรถพยาบาลที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการรักษาทางการแพทย์ให้กับผู้ป่วยระหว่างการเดินทางอีกด้วย

โดยก่อนหน้านี้ เอสซีจีเพิ่งประสบผลสำเร็จจากการทำธุรกิจบริการโลจิสติกส์ เอสซีจี เอ็กซ์เพรส ด้วยบริการจัดส่งพัสดุด่วนที่ทันสมัย และเป็นรายเดียวในตลาดในขณะนี้ที่มีนวัตกรรมบริการส่งพัสดุด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิ ล่าสุดขยายจุดบริการแล้วกว่า 500 สาขา และจะขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศในช่วงกลางปี 2561

ถือเป็น ‘มิติใหม่’ ของ SCG ที่ขยายธุรกิจจากการผลิตปูนซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมาสู่ธุรกิจบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไป