
ถ้าประเทศไทยเป็นบริษัทระดับโลก ประเทศนี้คงมีสินค้ามากเกินกว่าจะฝากไว้กับฝ่ายขายเพียงทีมเดียว เพราะเรามีทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรม สินค้าและบริการ ผู้ประกอบการ ฐานการผลิต เมืองศักยภาพที่กำลังเติบโต และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพเวทีระดับนานาชาติ
แต่ละสิ่งต่างก็มีลูกค้าคนละกลุ่ม และต้องใช้วิธีนำเสนอที่ต่างกัน อย่างนักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวจะมองหาประสบการณ์ ผู้ซื้อจากต่างประเทศมองหาสินค้าที่มีคุณภาพ นักลงทุนมองหาความเชื่อมั่นและโอกาสเติบโตระยะยาว ขณะที่ผู้จัดงานระดับโลกไม่ได้เลือกประเทศจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาทั้งความพร้อมของเมือง เครือข่ายอุตสาหกรรม การสนับสนุนจากภาครัฐ และคุณค่าที่งานจะสร้างได้หลังวันจัดงานสิ้นสุดลง
นี่คือเหตุผลที่ประเทศไทยไม่สามารถมี “ทีมขาย” เพียงทีมเดียว แล้วคาดหวังว่าจะขายทุกโอกาสให้กับทุกคนได้
หนึ่งประเทศ หลายโอกาสที่ต้องขาย
เมื่อพูดถึงการนำรายได้จากต่างประเทศเข้ามา คนจำนวนมากอาจนึกถึงการท่องเที่ยวก่อน เพราะเป็นภาพที่มองเห็นได้ทันที ทั้งผู้โดยสารในสนามบิน ห้องพักที่ถูกจอง ร้านอาหารที่มีลูกค้า และเมืองที่กลับมาคึกคัก แต่การท่องเที่ยวเป็นเพียงหนึ่งในหลายช่องทางที่เชื่อมประเทศไทยเข้ากับเศรษฐกิจโลก
ประเทศไทยยังต้องการผู้ซื้อสินค้าไทย นักลงทุนที่เข้ามาตั้งฐานธุรกิจ บริษัทเทคโนโลยีที่กำลังมองหาพื้นที่เติบโต ตลอดจนงานระดับนานาชาติที่สามารถพาผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลกมาพบกันในประเทศไทย
หากเปรียบประเทศไทยเป็นแบรนด์หนึ่ง การท่องเที่ยวต้องขายด้วยแรงบันดาลใจและประสบการณ์ สินค้าไทยต้องขายด้วยคุณภาพมาตรฐาน และความสามารถในการแข่งขัน ส่วนการลงทุนต้องขายด้วยนโยบาย สิทธิประโยชน์ โครงสร้างพื้นฐาน และความเชื่อมั่นในอนาคต ขณะที่การจัดงานไมซ์ต้องขายด้วยความพร้อมด้านมาตรฐานและความเป็นมืออาชีพของระบบนิเวศไมซ์ไทย เพื่อปักหมุดให้ประเทศไทยถูกนึกถึงเป็นอันดับแรก (Top of Mind) ในใจของผู้จัดงานทั่วโลกเมื่อมองหาสถานที่จัดงานนานาชาติ ดังนั้นเมื่อสิ่งที่ขายต่างกัน ทีมที่รับผิดชอบจึงต้องมีความเชี่ยวชาญต่างกันด้วย

ต่างโจทย์…ต่างความเชี่ยวชาญ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ในภาพใหญ่ หน่วยงานเศรษฐกิจของไทยจึงต้องแท็กทีมร่วมกันในฐานะ “ทีมขายประเทศไทย” เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของประเทศให้กลายเป็นรายได้และการลงทุนระยะยาว
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. : สร้างความต้องการเดินทางและท่องเที่ยว เสริมสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการมาเยือนประเทศไทย
- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP : ผลักดันสินค้าและบริการของผู้ประกอบไทย เปิดประตูช่องทางการค้าธุรกิจและการส่งออกของไทยสู่ตลาดโลก
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI : ส่งเสริมการลงทุนมาสู่ประเทศไทย โดยการกำหนดมาตรการ สิทธิประโยชน์ และอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจใหม่
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO : ขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก บูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน เมือง อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเมกะโปรเจกต์อย่างยั่งยืน
กล่าวอีกอย่างหนึ่ง BOI ช่วยส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนเข้ามายังประเทศไทย ส่วน EECO ขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ช่วยทำให้พื้นที่พร้อมรองรับและเปลี่ยนการลงทุนนั้นให้กลายเป็นการพัฒนาระยะยาวที่จับต้องได้
ทีเส็บ ทีมที่ขาย “เวที” ให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของโลก
ในสนามของอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ มีบทบาทเฉพาะที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ทีเส็บไม่ได้ขายสินค้า ไม่ได้ขายพื้นที่ลงทุน และไม่ได้ทำหน้าที่เพียงประชาสัมพันธ์สถานที่จัดงาน แต่ทำหน้าที่ในฐานะ National Bidder หรือ ผู้แทนประเทศในการประมูลสิทธิ์ ดึงงานประชุมนานาชาติ งานแสดงสินค้า งานเทศกาล งานเมกะอีเวนต์ระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย
หน้าที่สำคัญของทีเส็บ จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอว่าประเทศไทยมีศูนย์ประชุม โรงแรม หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ แต่คือการหลอมรวมศักยภาพของประเทศให้กลายเป็นข้อเสนอที่ทรงพลังและน่าเชื่อถือ ตั้งแต่ความพร้อมของเมือง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา สมาคมวิชาชีพ ผู้ประกอบการ ตลอดจนระบบนิเวศของอุตสาหกรรมที่สอดรับกับธีมของงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้จัดงานจากทั่วโลกว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพงานระดับนานาชาติอย่างแท้จริง เพราะในการแข่งขันเพื่อคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ ผู้จัดงานระดับโลกไม่ได้มองหาเพียงสถานที่จัดงาน แต่กำลังมองหาประเทศที่มีความพร้อมทั้งระบบ และสามารถแสดงให้เห็นได้ว่า การเลือกมาจัดงานที่ประเทศไทยจะสร้างประโยชน์ให้กับผู้จัด ผู้เข้าร่วม อุตสาหกรรม และสังคมได้มากกว่าตัวเลือกอื่นอย่างไร
เบื้องหลัง “ความสำเร็จ” ของทีเส็บ ในการคว้าสิทธิ์งานระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คือกระบวนการทำ Proposal และเจรจาต่อรองเงื่อนไขที่ยาวนานและซับซ้อน ร่วมกับผู้จัดงานต่างประเทศ รวมถึงต้องนำคณะผู้จัดงานเดินทางมาตรวจประเมินศักยภาพพื้นที่จริง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยระยะเวลาและระดมทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างมหาศาล เพื่อบ่มเพาะความเชื่อมั่นจนสามารถปิดดีลได้สำเร็จ
ที่สำคัญ วันแห่งความสำเร็จที่แท้จริงคือวันที่ประเทศไทยชนะและได้สิทธิ์งานนั้นมา ซึ่งหลังจากปิดการขายแล้ว ลูกค้าอาจยังไม่ได้เดินทางมาจัดงานในทันที และเมื่อถึงวันจัดงานจริงในอีกหลายปีข้างหน้า ทีเส็บก็อาจไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหน้างานโดยตรง แต่เรายังคงเดินหน้าติดตามและประเมินผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการประมูลสิทธิ์จะแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ
ดังนั้น การคว้าสิทธิ์งานไมซ์ระดับโลกหนึ่งงาน ไม่ได้สร้างเพียงรายได้จากผู้เข้าร่วมหรือยอดจองห้องพักโรงแรมเท่านั้น แต่คือการเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การเปิดตลาดใหม่ การสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ และทำให้ผู้นำอุตสาหกรรมมองเห็นศักยภาพของไทยในมุมที่กว้างกว่าเดิม
ทีเส็บจึงเป็นทีมที่ไม่ได้ขายทุกอย่าง แต่ขาย “เวทีแห่งโอกาส” ที่เปิดให้หลายสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน

ประเทศที่ขายเก่ง ต้องทำให้ทุกทีมขาย ทำงานต่อกัน
การมีหลายทีมขายไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานเหล่านี้กำลังแย่งลูกค้าหรือทำงานซ้ำกัน ตรงกันข้าม แต่ละทีมสามารถส่งต่อและขยายโอกาสให้กันได้ งานแสดงสินค้านานาชาติอาจช่วยเปิดตลาดให้สินค้าไทย งานประชุมอาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน งานเทศกาลระดับโลกอาจต่อยอดการท่องเที่ยว ขณะที่งานเมกะอีเวนต์สามารถเป็นเวทีให้เมือง สินค้า วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมของไทยถูกมองเห็นพร้อมกัน
BOI อาจช่วยส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนให้เกิดขึ้น EECO ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และระบบรองรับ ส่วนทีเส็บช่วยพาคนสำคัญของอุตสาหกรรมเข้ามาเห็นโอกาสเหล่านั้นด้วยตาตนเอง
เมื่อแต่ละหน่วยงานเชื่อมงานเข้าหากัน ประเทศไทยจะไม่ได้ขายเพียงภาพจำเดิมว่าเป็นประเทศที่น่าเที่ยวหรือมีต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ แต่จะสามารถขายภาพของ “ประเทศที่น่ามาทำธุรกิจ น่ามาลงทุน น่ามาจัดงานระดับโลก และน่าเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลก”
คำถามที่ว่า “ใครคือทีมขายประเทศไทย” จึงไม่มีคำตอบเพียงชื่อเดียว เพราะประเทศไทยไม่ได้มีโอกาสเพียงประเภทเดียว และโลกก็ไม่ได้มีลูกค้าเพียงกลุ่มเดียว ประเทศที่แข่งขันบนเวทีโลก จึงไม่ได้ต้องการแค่แบรนด์ที่ดีหรือมีของดีอยู่ในมือ แต่ต้องมีหลายทีมที่รู้ว่าโอกาสแต่ละอย่างควรถูกขายให้ใคร ต้องเล่าด้วยภาษาแบบไหน และจะทำงานร่วมกันอย่างไร เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของประเทศให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันที่เกิดขึ้นได้จริง































