
พลิกโฉม 8 จังหวัดภาคเหนือสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ “อลงกรณ์ พลบุตร” เดินหน้าหนุนจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและนวัตกรรม “ล้านนา” (LEC & LECi) หวังทลายกับดักเศรษฐกิจเดิมและแก้โจทย์ใหญ่ ทั้งสังคมสูงวัย วิกฤตหมอกควัน และสินค้ามูลค่าต่ำ สู่การเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค 4 ชาติ” เชื่อมโยงตลาดอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและจีนตอนใต้ที่มีประชากรกว่า 131 ล้านคน พร้อมขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่าน ตั้งแต่ระบบราง-ท่าเรือบก นวัตกรรมเกษตรอาหาร ไปจนถึงศูนย์กลางสุขภาพระดับโลกและซิลิคอนวัลเล่ย์ล้านนา เพื่อปลุกพลังศักยภาพท้องถิ่นสู่การเติบโตที่ยั่งยืน และสร้างอนาคตใหม่ให้ภาคเหนือผงาดบนเวทีระดับสากลอย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยพายัพ ร่วมกับ บริษัท ทิวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดสัมมนาวิชาการภายใต้หัวข้อ “Raising Lanna : โอกาสใหม่ของธุรกิจภาคเหนือในการเติบโตในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ณ อาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สิรินธร มหาวิทยาลัยพายัพ มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และเครือข่ายธุรกิจ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการภาคเหนือสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้รับเกียรติจาก นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. (FKII) อดีตรัฐมนตรีและอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ล้านนา Raising & Business Transformation สู่ศูนย์กลางเศรฐกิจภูมิภาค”
นายอลงกรณ์ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ที่ต้องก้าวข้ามกรอบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแบบเดิมและแก้โจทย์ใหญ่ 3 ด้านของภาคเหนือ ได้แก่ สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด วิกฤตสิ่งแวดล้อม-PM2.5 และ กับดักสินค้ามูลค่าต่ำก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค 4 ชาติ” เชื่อมโยงการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา และการแพทย์ กับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS) เมียนมา ลาว และมณฑลตอนใต้ของจีน คือยูนนานและเสฉวน ซึ่งมีประชากร 131 ล้านคนมี GDP รวมกว่า 43.5 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าไทย 2.5 เท่า
ทั้งนี้ ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ได้นำเสนอตัวอย่างของประเทศต่างๆซึ่งมีภูมิประเทศป่าเขา ไม่มีทางออกทะเลคล้ายล้านนา แต่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา เช่น แคว้นเซาธ์ไทรอล (อิตาลี), เฉิงตู (จีน), บาเดน-เวิอร์ทเทิมแบร์ค (เยอรมนี) และรัฐเกรละ (อินเดีย)
อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ยังชี้ว่า ล้านนาต้องจัดตั้ง “ระเบียงเศรษฐกิจ-นวัตกรรมล้านนา ( LEC & LECi : LANNA Economic Corridor and Innovation)” เป็นพื้นที่บริหารพิเศษโดยถอดรหัสความสำเร็จของ EEC และ EECi เป็นต้นแบบ เพื่อขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์แห่งการเปลี่ยนผ่าน (LANNA Transformation) ครอบคลุม
1. Transform โลจิสติกส์ : สู่ศูนย์กลางท่าเรือบก (Dry Port Hub) ที่เชียงของเชื่อมต่อระบบรางรถไฟจีน-ลาว ที่ด่านโม่ฮ่านกับรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และเร่งพัฒนาขยายสนามบินเชียงใหม่-เชียงราย เป็นฮับการบิน พร้อมยกระดับระบบ Cold Chain Logistics สู่ตลาดจีนและGMS
2. Transform เกษตรกรรม : สู่ Agri-Food & Bio-Innovation ผ่านกลไกศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC : Agritech and Innovation Center) ใน 8 จังหวัดล้านนา ขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะและนวัตกรรมเกษตรอาหารมูลค่าสูง คู่ขนานไปกับเป้าหมาย Zero-Burn 100% ใน 3 ปี
3. Transform การท่องเที่ยว : สู่ Wellness Longevity & Medical Hub รับ Silver Economy ดึงดูด Digital Nomads และยกระดับคราฟต์ท้องถิ่นสู่ Global Lifestyle Brands
4. Transform เขตเศรษฐกิจพิเศษและนวัตกรรมล้านนา โดยผลักดัน พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจล้านนา (LEC) และเขตนวัตกรรมล้านนา (LECi) เป็นซิลิคอนวัลเล่ย์ท่ามกลางธรรมชาติและวัฒนธรรมล้านนา
5. Transform ธุรกิจและผู้ประกอบการ : บ่มเพาะ 100 แบรนด์ล้านนาสู่ Cross-Border E-Commerce จีน ผลักดัน 20 บริษัทเข้าสู่ MAI ภายใน 5 ปี และเร่งทำ Dual Transformation ปรับธุรกิจเดิมและสร้างธุรกิจใหม่อิงกรอบ ESG
ทั้งนี้การผงาดล้านนา (Raising LANNA) ต้องมีเป้าหมายเชิงพื้นที่ชัดเจนแต่ละจังหวัด แบ่งเป็น 2 โซน คือ 1.ล้านนาตะวันตก (เชียงใหม่–ลำพูน–ลำปาง–แม่ฮ่องสอน) : เชียงใหม่คือศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ และวัฒนธรรมที่มี GPP สูงถึง 2.7 – 2.9 แสนล้านบาท, ลำพูนคือฐานอุตสาหกรรมไฮเทคที่มีรายได้ต่อหัวสูงที่สุดในภาคเหนือกว่า 2 แสนบาท/คน/ปี, ลำปางคือศูนย์กลางพลังงาน เซรามิก และโลจิสติกส์เชื่อมภาคกลาง, แม่ฮ่องสอนคือขุมทรัพย์ทางชีวภาพและผืนป่าที่สมบูรณ์กว่า 85%
2.ล้านนาตะวันออก (เชียงราย–พะเยา–แพร่–น่าน) : เชียงรายคือประตูการค้ามูลค่าเฉียดแสนล้านบาท สู่ GMS, พะเยาคืออู่ข้าวอู่น้ำและนวัตกรรมอาหารปลอดภัยรอบกว๊านพะเยา, แพร่คือเมืองหลวงแห่งงานไม้และผ้าหม้อห้อมธรรมชาติ, และน่านคือเมืองต้นแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและป่าต้นน้ำที่หล่อเลี้ยง 40% ของแม่น้ำเจ้าพระยา
นายอลงกรณ์สรุปทิ้งท้ายว่า “ล้านนาไม่ได้รอคอยให้อนาคตมาถึง แต่พวกเราทุกคนกำลังสร้างอนาคตใหม่ของล้านนา ขอให้ร่วมกันปลุกพลังแห่งแผ่นดินล้านนาเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค”































