เปิดลิสต์ “12 กลุ่มสินค้าอันตรายใกล้ตัว’” ผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้

75

วิกฤตการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าปลอม สินค้าเถื่อน และสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ได้ขยายวงกว้างจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปเข้าสู่อุปกรณ์ไอที สมาร์ตโฟน โซลาร์เซลล์ ยาอาหารเสริม สกินแคร์ สินค้าเกษตรผักผลไม้ อาหารในชีวิตประจำวัน

อลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. (FKII Thailand) ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมส่งเสริมระบบมาตรฐานประเทศไทย (TSA) อดีตรัฐมนตรี และ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าอันตรายไร้มาตรฐานได้แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันอย่างน้อย 12 กลุ่ม โดยมีตัวเลขสถิติความเสียหายและการปราบปรามดังนี้

1. โซลาร์รูฟท็อปและอุปกรณ์ติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์เกรดต่ำย้อมแมวขาย, อินเวอร์เตอร์เถื่อนไม่ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้าฯ (MEA/PEA), สายไฟ Solar Cable (DC) คุณภาพต่ำไม่ทนรังสี UV และขาดระบบตัดไฟอาร์ก (Arc-Fault) ส่งผลให้เกิดความร้อนสะสม ลัดวงจร และเพลิงไหม้หลังคาบ้าน

สถิติการจับกุมล่าสุด : สมอ. ร่วมกับ บก.ปคบ. ตรวจยึดแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์แปลงไฟแรงดันต่ำที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่มี มอก. ภาคบังคับ (มอก. 61215 / มอก. 61730) รวมกว่า 12,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 38 ล้านบาท พร้อมเร่งยกระดับมาตรฐานภาคบังคับคุมเข้มทั้งระบบ

2. ผักผลไม้นำเข้าปนเปื้อนสารเคมี การสุ่มตรวจผักผลไม้นำเข้ายอดนิยม เช่น องุ่นไชน์มัสแคท ส้ม แอปเปิ้ล เซเลอรี และพริกหวาน พบสารเคมีตกค้างและยาฆ่าแมลงเกินมาตรฐานความปลอดภัย (MRL) ชนิดดูดซึมล้างไม่ออก รวมถึงตรวจพบวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่แบนตามกฎหมายไทย เช่น คลอร์ไพริฟอส

สถิติการจับกุมล่าสุด : จากการสุ่มตรวจตัวอย่างหน้าด่านและตลาดค้าส่ง พบสารเคมีตกค้างเกินเกณฑ์สูงถึง 70 – 80% ของตัวอย่าง นำไปสู่การใช้มาตรการกักตรวจ (Hold-Test-Release) ณ ด่านนำเข้าหลัก สกัดกั้นและผลักดันส่งกลับ (Re-export) สินค้าเกษตรไม่ได้มาตรฐานออกนอกประเทศแล้วกว่า 74 รายการ รวมปริมาณหลายร้อยตัน

3. ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ ยาแก้ไอผสมสารเสพติด ยาปฏิชีวนะเถื่อน และยานอนหลับปลอม ลักลอบผสมและแบ่งบรรจุในโกดังสกปรก เสี่ยงไตวาย เชื้อดื้อยา และเป็นพิษเฉียบพลันถึงแก่ชีวิต

สถิติการจับกุมล่าสุด : บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. ทลายแหล่งผลิตและโกดังยาแก้ไอปลอมรายใหญ่ ตรวจยึดยาแก้ไอสำเร็จรูป วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์รวมกว่า 172,000 ชิ้น/ขวด และกวาดล้างยาแผนปัจจุบันเถื่อน คิดเป็นมูลค่าของกลางรวมกว่า 24.5 ล้านบาท

4. เครื่องปรุงรสและอาหารแปรรูป กว้านซื้อซองและขวดเก่ามารีไซเคิลบรรจุใหม่ ผสมเกลือ น้ำตาล และสารเคมีไม่ได้มาตรฐาน ปลอมเป็นผงชูรส ผงปรุงรส น้ำปลา และน้ำส้มสายชู ส่งขายตลาดสดและร้านอาหาร เสี่ยงสะสมโลหะหนักและกรดกัดกระเพาะ

สถิติการจับกุมล่าสุด : ปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการผลิต “ผงชูรส–ผงปรุงรสปลอมแบรนด์ดัง” ตรวจยึดของกลางรวม 24,918 ชิ้น (ทั้งผงชูรสบรรจุซอง, สารเคมีผสมกว่า 2.6 ตัน และซองพลาสติกเตรียมบรรจุ) ควบคู่กับการยึดน้ำปลา-น้ำส้มสายชูเถื่อนอีกกว่า 10,000 ขวด

5. สกินแคร์และอาหารเสริม ครีมหน้าขาว กาแฟคุมหิว และอาหารเสริมลดน้ำหนัก ปลอมฉลากแบรนด์ดังและสวมเลข อย. ปลอม ลักลอบผสมสารปรอท สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน และไซบูทรามีน เสี่ยงตับวายและหัวใจวายเฉียบพลัน

สถิติการจับกุมล่าสุด : อย. บูรณาการร่วมกับ บก.ปคบ. ทลายโรงงานเถื่อนและเครือข่ายจำหน่ายออนไลน์ ยึดเครื่องสำอางปลอม วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วนเถื่อนรวมกว่า 1,234,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 32 ล้านบาท

6. อุปกรณ์ความปลอดภัยและอะไหล่ยานยนต์ หมวกกันน็อกเถื่อนปลอมเครื่องหมาย มอก., ยางรถยนต์ค้างสต็อกย้อมแมว และผ้าเบรกผสมแร่ใยหิน ไร้ประสิทธิภาพ หมวกแตกละเอียดไม่ซับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และเบรกแตกบนท้องถนน

สถิติการจับกุมล่าสุด : สมอ. บุกทลายคลังสินค้าและโกดังกระจายสินค้า ตรวจยึดหมวกกันน็อกเถื่อน-ปลอม มอก. ล็อตเดียวกว่า 9,600 ใบ พร้อมตรวจยึดอะไหล่และยางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐาน รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

7. วัสดุก่อสร้างและโครงสร้างอาคาร เหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน (เหล็กเบา เหล็กไม่ได้ มอก.), สายไฟโครงสร้างบ้านแกนทองแดงไม่ได้ขนาด และสีทาอาคารปนเปื้อนสารตะกั่ว เสี่ยงอาคารแตกร้าว ทรุดถล่ม และไฟฟ้าลัดวงจรทั้งหลัง

สถิติการจับกุมล่าสุด : เจ้าหน้าที่ สมอ. ลงพื้นที่ตรวจโรงงานและโกดังวัสดุก่อสร้าง อายัดเหล็กเส้นเบา เหล็กโครงสร้าง และสายไฟไม่ได้มาตรฐาน มอก. รวมมูลค่าของกลางกว่า 43 ล้านบาท

8. มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริม หัวชาร์จเร็ว สายชาร์จ พาวเวอร์แบงก์ และแบตเตอรี่มือถือปลอมแบรนด์ดัง แผงวงจรตัดระบบป้องกันไฟเกิน (Overcharge Protection) ขาด มอก. 2879-2560 เสี่ยงแบตเตอรี่บวม ระเบิด และไฟฟ้ารั่วดูดขณะใช้งาน

สถิติการจับกุมล่าสุด : บก.ปอศ., บก.ปคบ. และ สมอ. บุกค้นโกดังออนไลน์ ยึดอุปกรณ์มือถือ-ไอทีปลอมกว่า 15,000 ชิ้น พร้อมยึดสายชาร์จ หัวชาร์จ และพาวเวอร์แบงก์ไร้ มอก. อีกกว่า 68,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 53 ล้านบาท

9. เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ปลั๊กพ่วง หม้อทอดไร้น้ำมัน ไดร์เป่าผม และกาต้มน้ำไฟฟ้า เลี่ยง มอก. ภาคบังคับ สายไฟทองแดงเส้นเล็ก ไม่ทนความร้อนสูง ไร้ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ต้นเหตุอันดับหนึ่งของไฟไหม้บ้าน

สถิติการจับกุมล่าสุด : ตรวจยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและปลั๊กพ่วงไม่ได้มาตรฐานตามร้านค้าส่งและโกดังแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน รวมกว่า 45,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 22 ล้านบาท

10. อุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตู้ชาร์จติดผนัง (Wallbox) และสายชาร์จฉุกเฉินราคาถูก นำเข้าโดยไม่ผ่านการทดสอบ ขาดระบบตัดวงจรไฟฟ้ารั่วกระแสตรง (RCD Type B) และไม่ผ่านเกณฑ์ EMC เสี่ยงเพลิงไหม้โรงจอดรถและระบบไฟตัวรถพังเสียหาย

สถิติการจับกุมล่าสุด : สมอ. ร่วมกับด่านศุลกากร สกัดตรวจยึดตู้ชาร์จ Wallbox และสายชาร์จ EV พกพาไร้มาตรฐานที่ลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางพรมแดนและโกดังนำเข้า รวมกว่า 1,800 ชุด มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท

11. อุปกรณ์ช่างและเครื่องมือก่อสร้าง หินเจียร (ลูกหมู), สว่านไร้สาย, ตู้เชื่อม และใบตัดไฟเบอร์เกรดต่ำ ไร้ตาข่ายเสริมแรงเหนียว มอเตอร์ระบายความร้อนไม่ได้ ใบตัดแตกกระเด็นด้วยความเร็วรอบสูงปักร่างกายผู้ใช้งานจนพิการหรือเสียชีวิต

สถิติการจับกุมล่าสุด : ปฏิบัติการตรวจค้นโกดังเครื่องมือช่างนำเข้าราคาถูก ตรวจยึดใบตัด หินเจียร และเครื่องมือไฟฟ้าไร้มาตรฐาน มอก. รวมกว่า 35,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 14 ล้านบาท

12. สินค้าแม่และเด็ก & ของเล่น จุกนมหลอก ขวดนม ยางกัด ของเล่นพลาสติกรีไซเคิลสีฉูดฉาด และคาร์ซีทราคาประหยัด พบการปนเปื้อนสารพลาสติไซเซอร์ (Phthalates) และสารตะกั่ว คาร์ซีทโครงสร้างเปราะแตกหักง่ายเมื่อเกิดแรงกระแทก

สถิติการจับกุมล่าสุด : บก.ปคบ. และ สมอ. ทลายโกดังของเล่นเด็กและอุปกรณ์แม่และเด็กไม่มี มอก. ตรวจยึดของเล่นเด็กไม่ได้มาตรฐานกว่า 40,000 ชิ้น พร้อมจุกนมและคาร์ซีทเถื่อน รวมมูลค่าของกลางกว่า 8 ล้านบาท

พิมพ์เขียวป้องกันและปราบปรามอัพเกรดคุณภาพมาตรฐานประเทศ คือ

1. ยกระดับด่านตรวจนำเข้าทุกด่าน ปรับใช้มาตรการ “กักและตรวจก่อนปล่อย” (Hold & Test) สุ่มตรวจเข้มข้น 100% ในกลุ่มสินค้าเกษตรอาหารเสี่ยงสูง พร้อมติดตั้งชุดตรวจเร็ว (Rapid Test Kits/Mobile Labs) ประจำด่านชายแดนและท่าเรือ

2. คุมเข้มมาตรฐานอุปกรณ์พลังงานสะอาดและอุปกรณ์ก่อสร้าง บูรณาการ สมอ. ร่วมกับ กกพ., MEA และ PEA บังคับใช้มาตรฐาน มอก. แผงโซลาร์เซลล์ (มอก. 61215 / มอก. 61730) และอินเวอร์เตอร์อย่างเคร่งครัด พร้อมสุ่มตรวจคลังสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จำหน่ายชุดโซลาร์เซลล์เถื่อน

3. สกัดกั้น Free Zone & บังคับความรับผิดชอบแพลตฟอร์ม ปิดช่องโหว่ภาษีคลังสินค้าทัณฑ์บน และบังคับกฎหมายให้แพลตฟอร์ม E-Commerce ร่วมรับผิดทางแพ่งและอาญาหากปล่อยให้จำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย

4. ใช้เทคโนโลยี Digital Traceability ตรวจสอบย้อนกลับเลข อย., มอก. และ กสทช. ผ่าน QR Code แบบเรียลไทม์

5. ลงโทษขั้นรุนแรง ใช้มาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงิน (ปปง.) จัดเป็นความผิดฐาน “เจตนาก่ออันตรายต่อชีวิตสาธารณะ”

6. แจ้งเบาะแสดิจิทัล “โมเดลทราฟฟี่ฟองดูว์คุ้มครองผู้บริโภค” สร้างระบบดิจิทัลให้ประชาชนถ่ายภาพ ปักหมุด ส่งเบาะแสตรงถึง อย., สมอ., กรมศุลกากร, ตำรวจ ปคบ.และปอศ. พร้อมแดชบอร์ดติดตามคดีแบบเรียลไทม์

7. สร้างภูมิคุ้มกันผู้บริโภคผ่านหลัก “3 ไม่” ไม่เชื่อ (ของถูกเกินจริง)  ไม่ซื้อ (ไร้ มอก. อย. ฉลากไทย) ไม่ยอม (พบเห็นแจ้งเบาะแสดิจิทัลทันที)

วิกฤตสินค้าปลอม สินค้าเถื่อน และสินค้าไร้มาตรฐานในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงประเด็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือการค้าขายที่ผิดกฎหมายทั่วไป แต่ได้ทวีความรุนแรงจนกลายเป็น “ภัยคุกคามต่อความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และสุขภาวะของประชาชนในระดับชาติ” การแก้ปัญหาด้วยการไล่จับกุมปลายทางตามกระแสข่าวไม่สามารถสกัดกั้นปริมาณสินค้าข้ามพรมแดนที่ไหลทะลัก 100–120 ล้านชิ้นต่อปีแต่สุ่มตรวจได้ไม่ถึง 3% ผ่านทั้งช่องทางดิจิทัลและด่านพรมแดน ทั้งนี้ตัวเลขความเสียหายจากภัยไซเบอร์-หลอกขายสินค้าปลอมคิดเป็นมูลค่ากว่า 65,000 ล้านบาท

ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จผ่านการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (NQI) คุมเข้มและกักตรวจสินค้าเกษตรอาหาร ณ ด่านนำเข้าทุกด่านอย่างจริงจัง บังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มตัวกลางอย่างเคร่งครัด ปิดช่องโหว่ทางภาษีและศุลกากร สนับสนุนเทคโนโลยีงบประมาณกำลังคนหน่วยงานภาครัฐที่ขาดแคลนและพลิกบทบาทผู้บริโภคจาก “ผู้รับเคราะห์” มาเป็น “เครือข่ายผู้ตรวจจับ” ผ่านนวัตกรรมแจ้งเบาะแสดิจิทัล เพื่อหยุดยั้งไม่ให้ระบบตลาดไทยกลายเป็นถังขยะของสินค้าไร้มาตรฐานและสารพิษตกค้างเป็นมหันตภัยสำหรับผู้บริโภคทั้งประเทศ

นี่คือเหตุผลสำคัญที่มีการจัดตั้ง สมาคมส่งเสริมระบบมาตรฐานในประเทศไทย (Thailand Standards Association: TSA) และเครือข่ายพันธมิตรมาตรฐาน (Standards Alliance) ขึ้นมาเป็นกลไกฟันเฟืองใหม่ เพื่อทำหน้าที่ประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และภาคประชาสังคม เชื่อมโยงทุกมิติของการตรวจสอบ รับรอง และเฝ้าระวังอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อเป้าหมายสำคัญในการปกป้องคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่สินค้าและบริการของไทยในเวทีสากลได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน