
“Adsawin” ปลั๊กไฟรายแรกและรายเดียวของเมืองไทย ที่ดีไซน์พื้นที่บนปลั๊กไฟให้กลายเป็นป้ายโฆษณาสวยงาม สร้างความทรงจำและความรู้สึกดีๆกับ “แบรนด์” ของกลุ่มผู้ผลิตสินค้า บริษัท หน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการมีโลโก้ หรือ แบรนด์ขององค์กรปรากฏอยู่บนปลั๊ก สำหรับมอบให้กับลูกค้าหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอยากเปลี่ยนของแจกจากแบบเดิมๆ มาเป็นการแจกปลั๊กไฟพรีเมียม รวมถึงนักเรียน นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป ที่อยากมีปลั๊กไฟลวดลายเฉพาะของตัวเอง ซึ่งลูกค้าสามารถส่งแบบมาให้บริษัทสกรีนลงบนปลั๊กไฟ หรือให้บริษัทออกแบบให้ก็ได้ ราคาเริ่มต้นแค่อันละ 199 บาท การสั่งผลิตเริ่มต้นเพียง 12 ชิ้นเท่านั้น
ความโดดเด่นและแปลกใหม่ของปลั๊กไฟ “Adsawin” ส่งผลให้สินค้าและองค์กรจำนวนมาก เข้ามาใช้บริการ เพราะนอกจากจะเป็นของแจกเก๋ไก๋ สวยงาม ยังเป็นของใช้จำเป็นของทุกบ้าน ใครได้ไปก็ประทับใจ แม้กระทั่งการขายในออนไลน์สำหรับลูกค้าทั่วไปก็ได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะเป็นปลั๊กไฟที่มีลวดลายสวยงาม ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับซื้อไปใช้เองหรือแจกให้กับญาติสนิทมิตรสหาย ใช้ได้ทั้งประโยชน์และเป็นสีสันตกแต่งบ้าน ได้มาตรฐาน มอก. รับรองทุกชิ้น



CREATIVE ECON สัมภาษณ์ เอกพจน์ ตติยจารุวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ปลั๊กไฟรูปแบบใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “ปลั๊กไฟตามสั่ง” ที่กำลังสร้างกระแสทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์
คุณเอกพจน์เล่าถึงจุดเริ่มต้นของไอเดียปลั๊กไฟตามสั่งว่า “ผมมองว่าปล๊กไฟเป็นได้มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะมีอัตลักษณ์โดดเด่นคือต้องอยู่กับเรา 5 ปี เมื่อปลั๊กไฟต้องอยู่คู่บ้าน คู่ออฟฟิศ หรือพกพาไปตามสถานที่ต่างๆนานถึง 5 ปี ทำไมเราไม่ทำปลั๊กไฟให้สวยงาม มีดีไซน์ เป็นแฟชั่น หรือเป็นพื้นที่สำหรับนำเสนอแบรนด์สินค้าหรือภาพลักษณ์องค์กรต่างๆที่ต้องการนำปลั๊กไฟไปแจกให้กับลูกค้า ซึ่งการันตีได้เลยว่าเมื่อใครก็ตามได้รับปลั๊กไฟเป็นของที่ระลึก เขาจะต้องนำไปใช้งานแน่นอน ไม่เอาไปเก็บไว้เฉยๆ สามารถตอบโจทย์กลุ่มเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกบริษัทมี Corporate Identity เป็นของตัวเอง สามารถที่จะแปลงเอกลักษณ์ให้เป็นความสวยงามบนปลั๊กไฟได้ เพื่อนำไปให้กับลูกค้าของเขา เป็นการสร้าง Brand Loyalty ให้เกิดการจดจำ ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ถ้ามองในแง่การตลาดถือเป็นการลดต้นทุนการสร้างแบรนด์ เพราะใช้งบประมาณน้อย แต่สร้างความจดจำได้ยาวนาน”
นอกเหนือจากความสวยงาม สิ่งที่ต้องมาคู่กับปลั๊กไฟคือ ความปลอดภัย ซึ่งคุณเอกพจน์การันตีว่า ปลั๊กไฟอัศวินให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 เนื่องจากมีประสบการณ์การผลิตปลั๊กไฟมายาวนาน ซึ่งปลั๊กไฟอัศวินได้รับมาตรฐานความปลอดภัย มี มอก. ทุกอัน ซึ่ง สมอ.ต้องเข้ามาตรวจสอบทุก 1-3 ปี
“เราไม่สามารถได้รับมาตรฐานเหล่านี้ได้ ถ้าเราไม่รักษามาตรฐาน เรามีปลั๊กทุกขนาดตาม มอก. ตั้งแต่ระดับ 10 แอมป์ 2300 วัตต์ ใช้กับคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และ 16 แอมป์ 3600 วัตต์ ใช้กับอุปกรณ์ที่กินไฟฟ้ามากๆ ความยาวสายไฟสูงสุด 30 เมตร การันตีนาน 5 ปี”


อัศวินยังมีแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน (ESG) และทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่อง
“ลวดลายบนปลั๊กหลายร้อยลาย เราเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยร่วมออกแบบ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับเขาอีกทางหนึ่ง เราเปิดมุมหนึ่งของออฟฟิศเป็นโอเพนเฮ้าส์ ให้ลูกค้า นักเรียน นักศึกษา เข้ามาชมสินค้าและร่วมออกแบบลวดลายบนปลั๊กไฟตามแบบที่อยากได้ ทุกคนมี Personal like Trend อยากได้อะไรเป็นของตัวเอง บางคนรักหมา พอหมาเสียชีวิต เขาก็นำภาพมาทำลวดลาย เป็นมูลค่าทางใจ ปลั๊กไฟจึงเปรียบเสมือสินค้าแฟชั่น ไม่ต่างจาก กระเป๋า เสื้อผ้า สามารถดีไซน์เป็นลวดลายต่างๆได้ตามใจชอบ และสั่งผลิตขั้นต่ำแค่ 12 ชิ้นก็สามารถมีปลั๊กไฟเป็นของตัวเองได้แล้ว หรือใครต้องการซื้อปลีกก็มีขายทั้งในออนไลน์และออฟไลน์” คุณเอกพจน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คุณเอกพจน์ยอมรับว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปลั๊กไฟตามสั่ง เป็นสินค้าแนวใหม่ การอธิบายในช่วงแรกๆคนยังนึกภาพไม่ออก แต่พอมีคนสั่งทำ เช่นสินค้าแบรนด์หนึ่งสั่งผลิตเพื่อมอบให้ลูกค้า คนที่เห็นก็เริ่มเข้าใจ กลายเป็น Community บอกต่อกันเป็นลูกโซ่





































