วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2026

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย ส่งทีม TIP Smart Assist พร้อมหน่วยหนุมานทิพยจิตอาสา ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนจังหวัดชุมพร ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ทำให้น้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น สำหรับผู้ประสบภัยทุกท่านที่ต้องการความช่วยเหลือเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่น้ำท่วม ทิพยประกันภัยได้จัดเตรียมรถยกเพื่อช่วยเหลือฟรีไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทฯหรือไม่ก็ตาม และสำหรับลูกค้าของทิพยประกันภัย สามารถโทร.ขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเคลมที่ Hotline 1736 กด 1 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสำนักงานสาขาในพื้นที่นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่เข้าร่วมโครงการ TIP@pttstation  บจก.เค.พี.เอส.กรุ๊ป (สถานีบริการน้ำมัน เดอะไทเกอร์)  อ.หลังสวน จ.ชุมพร ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมสามารถนำรถมาจอดได้ฟรีอีกด้วย             ทิพยประกันภัยขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบภัยทุกท่านสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
หากย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2514 จะพบว่าเป็นปีที่มีอัตราเกิดของประชากรไทยสูงที่สุด จากการมีเด็กเกิดใหม่ถึง 1.2 ล้านคน จนเรียกได้ว่าเป็น "ประชากรรุ่นเกิดล้าน" และเป็นปีเดียวกับที่ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (IPSR) ได้รับการจัดตั้งขึ้นเทียบเท่าคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล              ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสของสถาบันฯกล่าวในฐานะผู้บุกเบิกและมีบทบาทสำคัญในการสำรวจและวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรเพื่อการขับเคลื่อนในเชิงนโยบายของประเทศไทยว่า นับเป็นเวลาครึ่งศตวรรษแล้วที่สถาบันฯ ได้รับใช้ประเทศชาติด้วยการเป็น "ปัญญาของแผ่นดิน" ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล สร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยที่เกิดขึ้นจากการสำรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทย ไม่ว่าจะเป็นการเกิด การตาย และการย้ายถิ่น ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมามีนักวิจัยของสถาบันฯ ได้เป็นคณะทำงานร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในทุกฉบับ เพื่อการขับเคลื่อนสู่นโยบายของประเทศไทย             "ประชากรรุ่นเกิดล้าน" อยู่ในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2506-2526 ซึ่งนโยบายของประเทศไทยในขณะนั้น มุ่งไปที่การวางแผนครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าคนรุ่นใหม่นิยมอยู่เป็นโสด ไม่แต่งงาน และมีลูกกันน้อยลง อัตราเกิดของประชากรไทยจึงลดต่ำลงไปด้วย             จึงเกิดคำถามว่า เราจะเตรียมพร้อมนโยบายทางประชากรของประเทศไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรของไทยอย่างไร เมื่อ "ประชากรรุ่นเกิดล้าน" ที่เกิดระหว่างปีพ.ศ.2506-2526 จะกลายเป็น "สึนามิประชากร" ที่เคลื่อนสู่ "ฝั่งผู้สูงวัย" ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า             ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล ได้ให้มุมมองว่า การแก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำ ด้วยการส่งเสริมให้ประชากรมีลูกกันมากขึ้น อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีนักสำหรับสังคมไทย หากไม่ได้พิจารณาถึงคุณภาพของการเกิด หรือเกิดด้วยความไม่พร้อม              ซึ่งตัวเลขการเกิดของประชากรไทยในปีพ.ศ.2563 ซึ่งเป็นปีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 587,000 คน และอาจมีแนวโน้มต่ำลงไปอีกประมาณ 2 - 3 หมื่นคนตามวิกฤติ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก              โดยการประกาศจำนวนเกิดของประชากรไทยในแต่ละปีจะนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคมของปีนั้นๆ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในอีกประมาณ 2 - 3 เดือนถัดไป             "ปัญหาที่เร่งด่วนมากกว่าปัญหาอัตราเกิดฮวบต่ำลงในขณะนี้ คือ การเตรียมพร้อมอย่างไรเมื่อสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งประชากรที่เกิดในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2506-2526 ถือเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดในการนำมาพิจารณาเป็นโจทย์เพื่อการศึกษาวิจัยให้ตอบสนองทิศทางความต้องการของผู้สูงวัยไทยในอนาคต โดยควรเน้นให้เตรียมพร้อมเรื่องสุขภาพ และระวังการใช้จ่าย หมั่นเก็บออมไว้เพื่ออนาคต" ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ กล่าวแนะนำทิ้งท้าย             รองศาสตราจารย์ ดร.อารี จำปากลาย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล คนปัจจุบัน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของสถาบันฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทยใน 50 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีเพียงงานวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรเท่านั้น ยังมีงานวิจัยเพื่อติดตามพฤติกรรมทางสุขภาพของประชากร ความเท่าเทียมทางการศึกษา ความเท่าเทียมทางเพศ แรงงานย้ายถิ่น หรือแม้แต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ฯลฯ ที่ตอบโจทย์เกือบทุกเป้าหมาย SDGs เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งนอกจากเพื่อการขับเคลื่อนสู่นโยบายในระดับชาติแล้ว ยังได้ขยายผลสู่การสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติต่อไปอีกด้วย โดยสถาบันฯ พร้อมเดินหน้ารับใช้ประชาชน สร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อส่งเสริมคุณภาพประชากรไทย และร่วมทำโลกนี้ให้มีอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป
นายวานิช ไชยวรรณ ประธานกิตติคุณ พร้อมด้วยนายไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายวิญญู ไชยวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มอบเงินบริจาค จำนวน  20,000,000 บาท แก่นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อสมทบทุนก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) เนื่องในโอกาสครบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ณ อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ 
กรุงเทพประกันชีวิต ลงพื้นที่ส่งต่อความห่วงใย มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดนครราชสีมา รวมไปถึง    ผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย พร้อมทั้งได้เยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน นายอนุชา ภิงคารวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนส่งผลให้หลายจังหวัดของประเทศไทยเกิดปัญหาน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลขยายเป็นวงกว้าง ทำให้ให้เกิดความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนเป็นอย่างมาก กรุงเทพประกันชีวิตจึงได้ร่วมกับตัวแทนประกันชีวิตลงพื้นที่ส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในแก่พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย ด้วยความห่วงใจต่อสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคน บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ส่งต่อความห่วงใยและขอส่งกำลังใจให้ประชาชน พนักงาน ตัวแทนประกันชีวิต และครอบครัวผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และนางสาวภาสินี ปรีชาธนาพล กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ พร้อมทีมฝ่ายขายจิตอาสา มอบถุงยังชีพ จำนวน 434 ชุด เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
ครั้งแรกในประเทศไทย ม.มหิดล - University of London สหราชอาณาจักร คิดค้นและพัฒนา "LangArchive-TH" คลังข้อมูลดิจิทัลของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยที่ชุมชนเข้าถึงได้ง่ายและสามารถบรรจุข้อมูลเพิ่มได้เอง             วันที่ 16 พฤศจิกายน ของทุกปี UNESCO ได้จัดตั้งเป็น "วันพิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก" โดย  Michael E. Krauss นักภาษาศาสตร์โลกชาวอเมริกัน (ค.ศ.1934 - 2019) ได้คาดคะเนเอาไว้ว่า จากภาษาทั่วโลกมีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันประมาณ 6,000 ภาษา จะมีถึงร้อยละ90 ที่ต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤต หรือ สูญสิ้นได้ หากไม่ใส่ใจส่งต่อสู่รุ่นลูกหลานภายในศตวรรษนี้ ในจำนวนนี้รวมถึง "กลุ่มชาติพันธุ์" ในประเทศไทยด้วย ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดกว่า 70 กลุ่มที่ยังขาดการสืบทอดอนุรักษ์กันอย่างจริงจัง             ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริเพ็ญ อึ้งสิทธิพูนพร รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย นวัตกรรมและการคลัง ในฐานะอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาภาษาศาสตร์และภาษาศาสตร์ประยุกต์เพื่อการพัฒนา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชียมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในขณะที่ภาษาสากลซึ่งเป็นภาษากลางที่ใช้ติดต่อสื่อสารกันทั่วโลกยังคงเป็นภาษาอังกฤษมากที่สุด และภาษาจีนซึ่งกำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับพบว่าภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ กำลังจะจมหายไปกับยุคสมัย เนื่องจากขาดการตระหนักในความสำคัญของการสืบทอดสู่รุ่นลูกหลาน มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย จึงได้ริเริ่มโครงการวิจัยเพื่อฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งตนได้อยู่ในทีมตั้งแต่ช่วงแรกๆ โดยได้ทุ่มเทเวลากว่า 2 ทศวรรษมุ่งชุบชีวิตภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ให้ฟื้นคืนมา เพื่อมอบเป็นมรดกสู่รุ่นลูกหลาน โดยได้ระดมคณาจารย์นักวิจัย และนักศึกษาของสถาบันฯ ลงพื้นที่ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศไทย เก็บข้อมูลในรูปแบบแอนะล็อก(analog) ซึ่งครอบคลุมกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย             มาถึงปัจจุบันเพื่อให้สามารถก้าวทันโลกยุคใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริเพ็ญ อึ้งสิทธิพูนพร จึงได้ร่วมกับEndangered Languages Archive (ELAR), SOAS University of London ด้วยทุนสนับสนุนจาก Newton Fund สหราชอาณาจักร และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) นำข้อมูลแอนะล็อก (analog) ที่ได้จากการลงพื้นที่ชุมชนเก็บไว้จากการดำเนินโครงการวิจัยเพื่อฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย ของสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่สมัยที่ร่วมทีมวิจัยกับอดีตผู้อำนวยการสถาบันฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ มาต่อยอดสร้างสรรค์เป็นข้อมูลดิจิทัล(digital) ภายใต้ชื่อนวัตกรรม "LangArchive-TH" ซึ่งเป็นคลังข้อมูลดิจิทัลของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย ที่ชุมชนสามารถเข้าถึงได้ และรวบรวมข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย             "LangArchive-TH" เป็นคลังข้อมูลดิจิทัลที่ครบครันด้วยสื่อซึ่งสามารถเข้าชมได้ในรูปแบบวีดีโอ เอกสาร ไฟล์เสียง และรูปภาพ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริเพ็ญ อึ้งสิทธิพูนพร เป็นหัวหน้าโครงการฯ และร่วมกับทีมวิจัยถ่ายทอดความรู้สู่นักวิชาการในพื้นที่ที่ทำงานร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งในเบื้องต้นประกอบด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจทางด้านภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย ที่รวบรวมไว้สำหรับการสืบค้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาไว้มากถึง18 กลุ่ม โดยผู้เข้าชมจะได้เต็มอิ่มกับความรู้ทางภาษาและวัฒนธรรมจากประสบการณ์ตรงของชนกลุ่มชาติพันธุ์ที่หาดูได้ยาก และมากด้วยคุณค่า ในรูปแบบของเรื่องเล่า นิทานเพลง การละเล่น รวมทั้งได้มีการแสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นประเพณี พิธีกรรม สมุนไพรพื้นบ้านน่ารู้ รวมทั้งคำศัพท์ และระบบเขียนภาษาท้องถิ่นอักษรไทยของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อการต่อยอดศึกษาวิจัยทางด้านภาษาและวัฒนธรรมต่อไป            ...
กรุงเทพประกันภัยตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง เร่งแพ็กถุงยังชีพและส่งมอบผ่านเครือข่ายสาขาของบริษัทฯ ในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยนายธีรยุทธ กิจวรพัฒน์  ผู้อำนวยการธุรกิจสาขาและการร่วมทุน พร้อมด้วยนายกรรณสูตร หอมจันทร์ ผู้จัดการภาคกลาง และผู้จัดการสาขาต่างๆ ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบถุงยังชีพ ซึ่งบรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ และน้ำดื่มบรรจุขวด ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ บ้านพรหมทิน อ.โคกสำโรง และบ้านกล้วย อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี บ้านดอนทอง อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ชุมชนหมู่บ้านวัดเจดีย์ทอง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี และต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี รวมจำนวนถุงยังชีพกว่า 1,700 ชุด และน้ำดื่ม 13,800 ขวด ทั้งนี้ จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ลูกค้าของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน บริษัทฯ...
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ "เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย ครั้งที่ 32” แก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร พื้นที่เขตห้วยขวาง เขตดินแดง และเขตปทุมวัน จำนวน 160 ทุน และบุตรหลานเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 เขต จำนวน 15 ทุน รวมทั้งสิ้น 175 ทุน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 350,000 บาท ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายบริษัทในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการตอบแทนกลับคืนสู่สังคม พร้อมสร้างความสุขและรอยยิ้มแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยมีนางพิตราภรณ์  บุณยรัตพันธุ์  รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส นายรัชดา     พุ่มสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นางสายทิพย์ สุคนธ์มณี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง นายสายชล จังสมยา...
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสัตว์น้ำทะเลไทย สนับสนุนโครงการกิจกรรมอาสารักษ์ปูม้าเพื่อการต่อยอดธนาคารปูม้าชุมชนบ้านในถุ้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเพิ่มปริมาณปูม้าในทะเล และการสร้างบ้านให้ปลา ตลอดจนส่งเสริมอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งจัดโดยนิตยสารไทยแลนด์อินชัวรันส์ และกลุ่มคนอาสา โดยนายศักดิ์สิทธิ์ เหมือนพรรณราย (ที่ 3 จากซ้าย)  ผู้จัดการสาขานครศรีธรรมราช ธุรกิจสาขาและการร่วมทุน พร้อมด้วยพนักงานของสาขานครศรีธรรมราช เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้าร่วมพร้อมมอบเงินสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าวให้แก่สมาคมประมงพื้นบ้านในถุ้ง โดยมีนายเจริญ โต๊ะอิแต (ที่ 3 จากขวา) นายกสมาคมประมงพื้นบ้านในถุ้ง เป็นผู้รับมอบ ณ สมาคมประมงพื้นบ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2564
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ผู้นำด้านวัสดุศาสตร์ (Materials Science) มีความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาความท้าทายของโลกด้วยวิทยาศาสตร์และการมีส่วนร่วม เมื่อเร็ว ๆ นี้ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ 47th International Congress on Science, Technology and Technology-based Innovation ซึ่งจัดโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ ทีม Dow Pack Guru ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านแพคเกจจิ้ง ได้ร่วมสัมมนาเรื่อง “นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสำหรับบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต” พร้อมกับแบ่งปันประสบการณ์ในโลกธุรกิจแพคเกจจิ้งเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่จะช่วยลดโลกร้อนและแก้ปัญหาขยะได้อย่างไร การผลิตบรรจุภัณฑ์ในยุคนี้นอกจากคำนึงถึงเรื่องความทนทานและความสวยงามแล้ว ยังต้องตอบโจทย์ของความยั่งยืนที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งกลายเป็นพันธกิจสำคัญสำหรับบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้งหลายที่จะต้องร่วมกันพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อช่วยกันสร้างบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ปัจจุบันลูกค้าหันมาสนใจเรื่องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืนเกือบ 99% จึงทำให้ Dow เห็นความสำคัญของการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอนาคต โดย Dowมีนักวิจัยมากถึง 7,000 คนทั่วโลกเพื่อค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ชมพูนุช จันทร์บัว Marketing Development Manager กล่าวถึงแนวโน้มของบรรจุภัณฑ์ในอนาคต...