วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2026

ซีพีแรม (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดตรุษจีนปีม้าไฟ ยกขบวนเมนูมงคลตอบโจทย์ทั้งโต๊ะไหว้และมื้อสำคัญของครอบครัวที่จัดเตรียมง่าย สะดวก พร้อมคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยเต็มร้อย พร้อมชูผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้แบรนด์ “เจด ดราก้อน” และเซตเมนูเสริมมงคลรับตรุษจีน ’69 ต้อนรับปีม้าไฟกับ 8 เมนูมงคลช่วงเทศกาลตรุษจีนทีให้สามารถสั่งได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางการจำหน่ายกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.Fudidiworld.com ตอบโจทย์ทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง นายธีรพันธุ์ ลักษณาภิรมย์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการขายและการตลาด บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า “เทศกาลตรุษจีนถือเป็นไฮซีซันที่สำคัญ ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการกลับมารวมตัวกันของสมาชิกในครอบครัว พร้อมด้วยการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักทุกปี สำหรับตรุษจีนปีนี้ ซีพีแรมขอร่วมสืบทอดขนบธรรมเนียมอันดีงามด้วยอาหารมงคลของไหว้ที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอาหารทุกคำอัดแน่นด้วยความหมายอันเป็นมงคล พร้อมความสดใหม่ คุณภาพสูง ปลอดภัย รสชาติอร่อย และให้คุณค่าทางโภชนาการ ตรุษจีนปีนี้ ซีพีแรมเสิร์ฟเมนูมงคล รับเทศกาลตรุษจีน 2569 ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพิ่มเติมที่สามารถเลือกทานได้ทุกวันไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเทศกาล...
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย สนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยนายสถาพร ฤกษ์ดี ผู้จัดการภาคตะวันออก ธุรกิจสาขา เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อาทิ น้ำดื่ม ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ให้แก่โรงพยาบาลอรัญประเทศ โดยมีนายเชิดชัย ศิริมหา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอรัญประเทศ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลอรัญประเทศ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่โรงพยาบาลตาพระยา โดยมีนายนพดล คำแสน รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตาพระยา เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย โดยให้การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการให้บริการและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานทั่วประเทศ
ฮ่องกง, 11 กุมภาพันธ์ 2026 – กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“เอไอเอ” หรือ “กลุ่มบริษัท”) เผยผลวิจัยล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่าทัศนคติการเหมารวมเรื่องสุขภาพทั้งทางกาย จิตใจ และการเงินที่ฝังรากลึกในสังคมนั้น ส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในภูมิภาคเอเชีย ผลงานวิจัย(1) ครอบคลุมประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง(2)  สิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 100 ล้านโพสต์บนโซเชียลมีเดียและคอนเทนต์ออนไลน์ ร่วมกับการสำรวจกลุ่มตัวอย่างโดยตอบแบบสอบถาม จำนวน 2,100 คน งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำความเข้าใจว่าทัศนคติการเหมารวมเรื่องสุขภาพที่ฝังรากลึกนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ถูกหล่อหลอมและกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ผลงานวิจัยเผยให้เห็นว่าความคาดหวังที่ยึดติดเกี่ยวกับความแข็งแรงของร่างกาย การดูแลสุขภาพจิตใจ ความมั่งคั่ง และบทบาทความรับผิดชอบต่อครอบครัว ความคาดหวังเหล่านี้ยังคงสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อผู้คน ทั้งยังส่งผลต่อการรับรู้คุณค่าของตนเอง การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงวิธีที่ผู้คนเหล่านี้ใส่ใจการดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของตนเองอย่างไร ประเด็นสำคัญจากผลวิจัย ได้แก่: 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าการรักษาความแข็งแรงของร่างกายต้องอาศัยวินัยอย่างเคร่งครัดแบบไม่มีการผ่อนปรน 59% เชื่อว่าการพัฒนาสุขภาพให้ดีขึ้นจำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 57% รู้สึกว่าการจะได้รับการยอมรับ ต้องควบคุมอารมณ์ของตนเองและหลีกเลี่ยงการแสดงความอ่อนแอ 63% มีทัศนคติเชิงลบต่อการเหมารวมด้านสุขภาพทางการเงิน ขณะที่ 41% มองว่าคุณค่าของบุคคลถูกผูกกับความสำเร็จทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ชาย ผู้ที่มีความเป็นอยู่ที่ดีเท่านั้นที่มักจะมองแบบแผนเหล่านี้เป็นแรงจูงใจและแรงผลักดัน แต่สำหรับผู้ที่มีความเป็นอยู่ที่ด้อยกว่ากลับรู้สึกว่าเป็นแรงกดดันที่ยิ่งทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตนเอง และส่งผลต่อการลงมือดูแลสุขภาพของตนเองที่ล่าช้าลง สจ๊วต เอ. สเปนเซอร์...
มูลนิธิพงษ์ศักดิ์ วิทยากร และกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์ (PRINC Group) ประกาศความร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญร่วมกับ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Assumption University) ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์และการสาธารณสุข เพื่อมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรทางการแพทย์คุณภาพสูงเข้าสู่ระบบสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ อาคาร St. Luke School of Medicine มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กรร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน นำโดย คณะผู้บริหารจากมูลนิธิ พงษ์ศักดิ์ วิทยากร โดย ดร. สาธิต วิทยากร ประธานมูลนิธิ และ คุณธนธรณ์ วิทยากร ผู้บริหารมูลนิธิ และ นพ. วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พริ้นซิเพิล  แคปิตอล (PRINC Group) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ...
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ฉลองครบรอบ 53 ปี จัดแคมเปญพิเศษ กระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยและเปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น ด้วยการนำที่อยู่อาศัยเกือบ 6,000 หน่วย ในพื้นที่ 7 จังหวัด มาจัดโปรโมชันลดราคาพิเศษ 5-20% ราคาเริ่มต้นเพียง 250,000 บาท เริ่มตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติได้จัดที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยวและอาคารชุด ขนาดประมาณ 24 และ 33 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร อุตรดิตถ์ บุรีรัมย์ และฉะเชิงเทรา ครอบคลุมโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเชิงสังคม โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน และโครงการเคหะชุมชน ได้แก่ บ้านเอื้ออาทรปทุมธานี (บางคูวัด),...
กรุงเทพประกันชีวิต ออกแบบประกันใหม่รับกระแส Longevity กระตุ้นสังคมใส่ใจการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ด้วยประกันโรคร้ายแรง บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์ ให้ความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตระยะยาว ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึงอายุ 99 ปี เมื่อตรวจพบโรคร้ายแรง ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยต่อ พร้อมรับผลประโยชน์เงินชดเชยรายปี 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมไทยหันมาใส่ใจเรื่อง Longevity หรือแนวคิดการมีอายุที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ แต่สำหรับกรุงเทพประกันชีวิต เรามอง Longevity คือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยด้านของสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี รวมถึงการเงินที่มั่นคง นอกจากนี้ ประเทศไทยมีสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นทุกปีและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว โดยมีสัดส่วนกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังไม่มีผู้ดูแลสูงขึ้น ซึ่งเมื่อก้าวสู่วัยสูงอายุ มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคร้ายแรงจากความเสื่อมของร่างกายและจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งบางโรคไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้หรืออาจต้องใช้เวลารักษายาวนาน นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการวางแผนชีวิตในระยะยาวได้อย่างรอบด้าน บริษัทจึงได้ออกแบบประกันโรคร้ายแรง บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์ (BLA Long Life Care) ซึ่งให้ความคุ้มครอง...
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยปัจจุบันยังคงมีความผันผวน การค้าการลงทุนยังมีแนวโน้มการชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำเป็นต้องมีสภาพคล่องทางการเงินอย่างเพียงพอ ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาเอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จึงเร่งเติมเงินทุนสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตด้วยโครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (TOP UP) วงเงินโครงการ 500 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้เดิมของกองทุนฯ ที่ต้องการเติมทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจและคงสภาพการจ้างงาน โดยต้องเป็นลูกหนี้เกรด A หรือชำระดีติดต่อกัน 12 เดือน โดยมีวงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.5-3.5% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 3 ปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มโครงการฯได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ “สำหรับมาตรการโครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (TOP UP) นั้นเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้เดิมของกองทุนฯ ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังมีความผันผวน พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่อง ขยายกิจการ และฟื้นฟูศักยภาพทางธุรกิจ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และนำพาธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว” นายณัฐพล กล่าว สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับพิจารณาโครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (TOP...
หากพูดถึงประเทศที่มีการเลือกตั้ง “โปร่งใสและมีคุณธรรมที่สุดในโลก” โดยอ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดในปี 2025 และ 2026 จากองค์กรระดับโลก เช่น The Electoral Integrity Project (EIP) และ Transparency International (TI) กลุ่มประเทศที่ครองแชมป์มักเป็นกลุ่มประเทศในแถบยุโรปเหนือ (Nordic) คือ 1. เดนมาร์ก (Denmark) ครองอันดับ 1 อย่างต่อเนื่องในหลายดัชนี ทั้งดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI 2025) ที่ได้คะแนนสูงถึง 89/100 มีความโดดเด่นในเรื่องความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงสื่อของพรรคการเมือง และความเป็นอิสระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2. ฟินแลนด์ (Finland) ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยระบบการเลือกตั้งที่มีความน่าเชื่อถือสูงมาก กระบวนการนับคะแนนเป็นไปอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้จากทุกภาคส่วน 3. นิวซีแลนด์ (New Zealand) เป็นประเทศนอกยุโรปที่ติดอันดับต้นๆ เสมอ (ได้อันดับ 4 ของโลกในปี 2025) นิวซีแลนด์ขึ้นชื่อเรื่องกฎหมายการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองที่เข้มงวดและการจัดการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพสูง สรุปอันดับประเทศที่มีความโปร่งใสและมีคุณภาพการเลือกตั้งสูง (2025/2026) อันดับประเทศจุดเด่น1เดนมาร์กระบบตรวจสอบเข้มข้น คอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลก2ฟินแลนด์กระบวนการนับคะแนนที่โปร่งใสและได้รับความไว้วางใจสูง3สิงคโปร์(ในแง่ CPI) บริหารงานภาครัฐใสสะอาด...
ในวันที่โลกเต็มไปด้วยสงครามการค้าและการแบ่งขั้วเศรษฐกิจ แต่ "สินค้าไทย" ยังคงยืนหนึ่ง! กรมการค้าต่างประเทศเผยตัวเลขสุดปัง 11 เดือนแรกของปี 2568 ผู้ประกอบการไทยแห่ใช้สิทธิ FTA สร้างมูลค่าสูงถึง 2.6 ล้านล้านบาท สะท้อนชัดว่าสิทธิประโยชน์ทางการค้าคือ "เกราะป้องกัน" ชั้นดีที่ทำให้ไทยไม่ได้แค่รอด แต่ยัง "รุ่ง" ในตลาดโลก เปิดโผ 5 อันดับคู่ค้าเนื้อหอม – อาเซียนยังครองแชมป์! ไทยไม่ได้ส่งออกเก่งอย่างเดียว แต่ยัง "ฉลาดใช้สิทธิ" โดยมีกลุ่มตลาดหลักที่สร้างเม็ดเงินมหาศาล ได้แก่: อาเซียน (ATIGA): พี่ใหญ่เบอร์หนึ่ง กวาดไป 30,135 ล้านดอลลาร์ จีน (ACFTA) : มาแรงแซงโค้งด้วยสัดส่วนการใช้สิทธิสูงถึง 95.46% อินเดีย (AIFTA) : ตลาดขุมทรัพย์ใหม่ที่มองข้ามไม่ได้ ญี่ปุ่น (JTEPA) : พันธมิตรเหนียวแน่น มาตรฐานสูง ออสเตรเลีย (TAFTA) : ตลาดพรีเมียมที่ไทยยังครองใจ "ทุเรียน-รถกระบะ" แชมป์ออฟเดอะแชมป์ เมื่อเจาะลึกสินค้าดาวเด่น พบว่าสินค้าอุตสาหกรรมยังเป็นหัวใจหลัก (72.31%)...
BAM ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ทำผลงานปี 68 New High สร้างผลเรียกเก็บสูงสุดในรอบ 5 ปี ทะลุเป้าหมาย 17,800 ล้านบาท โดยมาจากผลงานทั้งทางด้าน NPL และทาง NPA พร้อมชูโมเดลยกระดับการพัฒนาองค์กร 3 ด้านสำคัญ คือ การพัฒนา Business Model การปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวถึงผลการดำเนินงานปี 2568 ว่า เป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 5 ปี สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ทะลุเป้าที่ 17,800 ล้านบาท โดยผลงานด้าน NPL มาจากการดำเนิน กลยุทธ์เดินหน้าด้วยแนวทางที่ให้โอกาสลูกหนี้ในการได้หลักประกัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน และมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถฟื้นฟูกิจการหรือสถานะทางการเงินของตน...