สนค. ศึกษาการเติบโตของการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross-border e-Commerce - CBEC) ในตลาดจีน พบว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่คนจีนใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการเกิดโควิด-19 และรัฐบาลจีนมีนโยบายสนับสนุน เผยเป็นโอกาสในการขยายตลาดส่งออกของไทย ชี้เป้าสินค้าอัตลักษณ์ สินค้าอุปโภคบริโภค มีโอกาสสูง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อํานวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ทำการศึกษาการเติบโตของการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน หรือ Cross-border e-Commerce (CBEC) พบว่า มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักที่สำคัญของไทย โดยมีปัจจัยจากการเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยปี 2565 มีจำนวน 1.067 พันล้านคน เพิ่มขึ้น 35.49 ล้านคน เมื่อเทียบกับปี 2564 และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันมาใช้ e-Commerce มากขึ้น
ทั้งนี้ ยังพบว่า รัฐบาลจีนมีมาตรการและนโยบายสนับสนุน เช่น...
ในงานสัมมนา “หนึ่งทศวรรษของหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ร่วมสร้างโชคชะตาร่วมกันเอเชีย-แปซิฟิก” ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน และศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ณ หอประชุมอาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รศ.ดร.โภคิน พลกุล นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ได้กล่าวในช่วงเวทีเสวนาหัวข้อ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางกับปาฏิหาริย์แห่งเอเชีย-แปซิฟิกในยุคสมัยใหม่” สรุปความว่า
เมื่อจีนเปลี่ยนแปลงเป็น “จีนใหม่”ในปี 1949 นั้นจีนต้องเผชิญกับอะไรและตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร มีหลักการและวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างไร
เราจะพบว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ จีนเน้นเรื่องความเท่าเทียม ความอยู่ดีกินดี การจะต้องไม่มีคนจน ในปี 2025 จีนจะต้องพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง นี่คือเป้าหมายที่จีนวางเอาไว้ ถามว่าเพื่อจะถึงเป้าหมายเขาจะต้องทำอะไรบ้าง
ประการแรกจีนเป็นคอมมิวนิสต์ เขาใช้ลัทธิมาร์กซ์- เลนินนิสม์ จุดแข็งของจีนคือพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่บริหารประเทศอย่างต่อเนื่องนับแต่ปี 1949 ภายใต้ผู้นำ 5 ท่าน ตั้งแต่เหมา เจ๋อตุง เติ้ง เสี่ยวผิง เจียง เจ๋อหมิน หู จิ่นเทา และสี จิ้นผิง แต่ละท่านได้สร้างคุณูปการมากมาย
จุดเปลี่ยนสำคัญของจีนคือเมื่อเปลี่ยนแปลงเป็นคอมมิวนิสต์ใหม่ๆมีความยากคือระบบเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ...
เศรษฐกิจสีเงินหรือเศรษฐกิจสูงวัย เป็นกลุ่มที่น่าจับตาในแวดวงธุรกิจ จากการที่สัดส่วนผู้สูงอายุได้เพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ใช้เวลา 45 ปี 69 ปี และ 115 ปี ในการเปลี่ยนจากสังคมผู้สูงอายุ (aging society) สู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (aged society) ในขณะที่ไทยได้ใช้เวลาไปเพียง 19 ปี ซึ่งสิงคโปร์กับจีนจะใช้เวลา 25 ปีเท่านั้น สหประชาชาติได้ระบุว่า สังคมผู้สูงอายุ (aging society) คือสังคมที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 7% ของประชากรในพื้นที่ทั้งหมด สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (aged society) คือเพื่อกลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนมากกกว่า 14% ของประชากรทั้งหมด และเมื่อมีสัดส่วนเกิน 20% จะถือว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุขั้นสุดยอด (super-aged society) ภายในปี 2573 ผู้ที่มีอายุ...
บ้านปู แง้มทริค “ปั้นโปรไฟล์ธุรกิจ SE” อย่างไรให้โดนใจนักลงทุน เผย 5 คีย์สำคัญ สร้างโปรไฟล์ธุรกิจ SE น่าเชื่อถือ ดึงดูดนักลงทุน ร่วมผลักดันธุรกิจโต พร้อมชวนติดตามพัฒนาการธุรกิจ SE ใน BC4C ปีที่ 12
กิจการเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise (SE) อาจเกิดจากการมี “ไอเดียเพื่อสังคมที่ดี” แต่การจะทำธุรกิจ SE ให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้นต้องมีแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบหวังผลที่ชัดเจนและพร้อมที่จะนำเสนอให้กับนักลงทุนที่สนใจ ดังนั้นนอกเหนือจากการสร้างความเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว การมี “โปรไฟล์ธุรกิจที่น่าเชื่อถือ” จึงเป็นสิ่งที่ SE ควรให้ความสำคัญ เพราะมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สถาบัน ChangeFusion ในฐานะผู้สนับสนุนกิจการเพื่อสังคมมาอย่างยาวนาน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการกิจการ SE ให้สามารถสร้างโปรไฟล์ธุรกิจให้แข็งแกร่งผ่านการดำเนินโครงการ Banpu Champions for Change (BC4C)...
ไบโอเทค-สวทช. ปฏิวัติวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนด้วย “อควาเจด” นวัตกรรมสาหร่ายสีเขียวเซลล์เดียวต้านโรคไวรัสเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดตัวนวัตกรรมเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน “อควาเจด” (AquaJade) ผลิตภัณฑ์สาหร่ายเซลล์เดียวเพื่อควบคุมโรคระบาด ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่มีความท้าทายในอุตสาหกรรมสัตว์น้ำในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์นี้พัฒนาขึ้นโดย ดร.วรรณวิมล ศักดิ์เสมอพรหม และ ดร.เพทาย จรูญนารถ นักวิจัยไบโอเทค สวทช. โดย “อควาเจด” มีศักยภาพกระตุ้นความสามารถของอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้ง ช่วยจัดการกับความเสียหายจากโรคระบาดและส่งเสริมแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ดร.วรรณวิมล ศักดิ์เสมอพรหม
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาการลดลงของปริมาณกุ้งส่งออกอย่างต่อเนื่องจากการผลิตกุ้งได้ 400,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ในปี พ.ศ. 2553 ลดลงเหลือ 148,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นเงิน 4 หมื่นล้านบาท ในปี พ.ศ. 2565 “เพราะเหตุใดประเทศผู้นำโลกด้านการส่งออกกุ้งจึงมีการผลิตลดลงได้ถึงเพียงนี้?” เป็นคำถามสะท้อนจาก ดร.วรรณวิมล...
ผู้ประกอบการในประเทศไทยไม่น้อยที่ต้องทำการค้าขายกับต่างประเทศอยู่เสมอ finbiz by ttb นำเสนอหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการที่ค้าขายกับต่างประเทศสร้างความได้เปรียบจากสกุลเงิน เพราะปัจจุบันประเทศไทยค้าขายกับประเทศในภูมิภาคมีสัดส่วนสูงถึง 50% และคู่ค้าที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง ในช่วง 5 ปีหลังนี้ ก็คือประเทศจีน โดยปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 18.4% ในขณะที่ผู้ประกอบการยังคงใช้สกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลหลักถึง 79.6% และเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนที่สูงถึง 15.5% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าสกุลท้องถิ่นทั่วไป ผู้ประกอบการจึงต้องเผชิญความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ในขณะที่เงินสกุลบาทและเงินสกุลในภูมิภาคมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน
ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) ในการดำเนินธุรกิจ อาทิ จีนหยวน เกาหลีวอน อินโดนีเซียรูเปียะ อินเดียรูปี มาเลเซียริงกิต ที่มีการปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับเงินบาท จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ ซึ่งในอนาคตการใช้สกุลหยวนยังมีแนวโน้มที่จะเป็นเงินสกุลหลักอีกสกุลหนึ่ง ด้วยนโยบายของทางการจีนกำลังผลักดันให้เงินหยวนเป็นที่ต้องการในด้านการค้าระหว่างประเทศของโลก ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้มีการผ่อนคลายเกณฑ์ธุรกรรมในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ได้อย่างเสรีมากขึ้น และสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าขายระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ (New FX Ecosystem)
ทั้งนี้ การที่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายกับจีน จะต้องแปลงเงินไทยไปเป็นดอลลาร์สหรัฐ และค่อยแปลงจากดอลลาร์ไปเป็นหยวนอีกที ทำให้มีความท้าทายด้านต่าง ๆ...
การ์ทเนอร์เผยผลสำรวจของซีอีโอและผู้บริหารระดับสูง พบว่า 21% ระบุว่าปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดและเชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมไปในอีก 3 ปีข้างหน้านี้
มาร์ค ราสกิโน รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “Generative AI จะส่งผลกระทบอย่างสูงต่อธุรกิจและรูปแบบการดำเนินงานต่าง ๆ อย่างไรก็ตามความกลัวที่จะตกเทรนด์หรือพลาดโอกาสทางธุรกิจกลับเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของตลาดเทคโนโลยี โดย AI กำลังเข้าไปสู่จุดที่ผู้บริหารที่ยังไม่ลงทุนในเทคโนโลยีนี้เริ่มกังวลว่าพวกเขาอาจพลาดบางสิ่งที่สำคัญในการแข่งขัน"
The 2023 Gartner CEO and Senior Business Executive Survey เป็นรายงานประจำปี จัดทำขึ้นเพื่อสำรวจมุมมองของบรรดาผู้บริหารธุรกิจอาวุโสกว่า 400 ราย ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม ที่มีรายได้และขนาดองค์กรแตกต่างกัน จากทั้งภูมิภาคอเมริกาเหนือ (North America), ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้
ครึ่งหนึ่งของซีอีโอมองว่า “Growth” คือ กลยุทธ์ทางธุรกิจที่มีความสำคัญอันดับแรก
คริสติน โมเยอร์ รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “เมื่อต้องจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ...
นับแต่ช่วงต้นปี 2566 แรงกดดันต่อข้อกล่าวหาว่า ผู้ผลิตจีนใช้ฐานการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ใน 4 ประเทศอาเซียนรวมถึงไทยเพื่อเลี่ยง AD/CVD มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากความเห็นต่างของรัฐสภาสหรัฐฯ ต่อคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และการเลื่อนประกาศผลไต่สวนขั้นสุดท้ายไปเป็นกลางเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ผู้นำเข้าสหรัฐฯ เริ่มปรับไปนำเข้าจากแหล่งใหม่อย่าง “อินเดีย” ขณะที่ผู้ผลิตจีนบางรายในเวียดนามก็เริ่มขยับไปใช้ฐานประกอบในประเทศดังกล่าว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตจีนบางรายในไทยที่เข้าข่ายเลี่ยง AD/CVD อาจจะปรับแผนการผลิตของตนเร็วกว่าที่คาด และส่งผลกดดันการส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไทยไปสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งจะทำให้มูลค่าส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไทยไปยังสหรัฐฯ ในปี 2566 เติบโตเพียงร้อยละ 30 จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตราวร้อยละ 57
การส่งออก “แผงโซลาร์เซลล์” ไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญอันดับต้นของไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดราวร้อยละ 97 ในช่วงไตรมาสแรก 2566 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และผู้นำเข้าสหรัฐฯ เร่งคำสั่งซื้อก่อนผลตัดสินขั้นสุดท้าย ภายใต้สถานการณ์ที่ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังถูกไต่สวนโดยสหรัฐฯ จากกรณีที่มีผู้ผลิตจากจีนบางรายพยายามเลี่ยงมาตรการ AD/CVD ทำให้ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกเก็บอากรขาเข้าในอัตราที่สูงเช่นเดียวกับบริษัทที่ตั้งอยู่ในจีน (ร้อยละ 16–254) แม้เบื้องต้นผลกระทบต่อไทยดูเหมือนจะยังคงอยู่ในวงจำกัดภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ให้ยกเว้นอากรดังกล่าวถึงกลางปี 2567 อย่างไรก็ดี แรงกดดันก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2566...
Opensignal ผู้ดำเนินการวิเคราะห์ระบบมือถือและกำหนดมาตรฐานระดับโลกเผยรายงานประสบการณ์เครือข่ายมือถือของประเทศไทย เดือนพฤษภาคม 2566 พบว่า AIS ครองตำแหน่งผู้ให้บริการที่ได้รับรางวัลมากที่สุดอีกครั้ง โดยเป็นรางวัลที่ชนะแต่เพียงผู้เดียว 9 รางวัลและรางวัลร่วมอีก 2 รางวัล แม้ว่าจะได้รับรางวัลร่วมหนนี้น้อยกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ รายงานในครั้งที่แล้ว เราพบว่าผู้ใช้งานในประเทศไทยเพลิดเพลินกับความเร็วที่สูงที่สุดบนเครือข่ายของ AIS พร้อมยังได้รับประสบการณ์การเล่นเกมและแอปสื่อสารด้วยเสียงที่ดีที่สุดทั้งจากการใช้งานเครือข่ายโดยรวมและการใช้งานเครือข่าย 5G ขณะที่ AIS ยังคงรักษาคุณภาพความเสถียรขั้นสูงและนำหน้า TrueMove H ในด้านประสบการณ์ความเร็วการอัปโหลด แต่ก็หลุดจากตำแหน่งผู้ชนะในด้านความพร้อมใช้งาน 5G
DTAC ได้รับรางวัลเพิ่มในรอบนี้ โดยคว้ารางวัลประสบการณ์วิดีโอมาจาก TrueMove H และขึ้นเป็นผู้ชนะร่วมในด้านประสบการณ์วิดีโอ 5G และยังคงเป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวในด้านคุณภาพความเสถียรหลัก โดย TrueMove H หลุดจากรางวัลประสบการณ์วิดีโอและประสบการณ์ความเร็วในการอัปโหลดให้กับคู่แข่ง อย่างไรก็ตามในครั้งนี้ TrueMove H สามารถทำลายสถิติที่เคยเสมอกับ AIS กลายเป็นผู้ชนะแต่เพียงผู้เดียวในรางวัลความพร้อมใช้งาน 5G
สรุปข้อมูลสำคัญ:
TrueMove H แซงหน้า AIS คว้ารางวัลความพร้อมใช้งาน 5G แต่เพียงผู้เดียว
ในรายงานก่อนหน้านี้...
การ์ทเนอร์ อิงค์ คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายบริการคลาวด์สาธารณะของผู้ใช้ทั่วโลกในปี 2566 จะเติบโตเพิ่มขึ้น 21.7% คิดเป็นมูลค่า 597.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มจาก 491 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2565 ซึ่งคลาวด์คอมพิวติ้งคือปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลให้เติบโตไปอีกขั้น ตามที่หลาย ๆ องค์กรกำลังปรับตัวรับมือกับการหยุดชะงักโดยนำเทคโนโลยีกำเนิดใหม่ อาทิ Generative AI, Web3 และ Metaverse มาเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ
การ์ทเนอร์คาดว่าองค์กรธุรกิจในประเทศไทยจะมีปริมาณการใช้จ่ายในบริการคลาวด์สาธารณะปี 2566 เพิ่มขึ้น 31.7% จากปี 2565 คิดเป็นมูลค่า 54.8 พันล้านบาท โดยตลาดคลาวด์ทุกกลุ่มคาดว่าจะเติบโตในปีนี้ และบริการ Infrastructure-as-a-service (IaaS) คาดว่าจะเติบโตสูงสุดที่ 44.3%
ซิด ณาก รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลกำลังขับเคลื่อนคลาวด์เป็นวาระสำคัญ โดยปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ มองว่าคลาวด์คือแพลตฟอร์มกลยุทธ์ขั้นสูงสำหรับทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ซึ่งองค์กรเหล่านี้ต้องการผู้ให้บริการคลาวด์ที่สามารถนำเสนอความสามารถที่ซับซ้อนได้มากขึ้น อันเป็นผลมาจากแนวโน้มการแข่งขันของบริการดิจิทัลที่กำลังร้อนระอุ”
“ตัวอย่างเช่น Generative...





































