วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026

ปี 2024 เป็นอีกหนึ่งปีทองของสินทรัพย์การเงินภาคครัวเรือนทั่วโลก เติบโต 8.7% ครึ่งหนึ่งของการเติบโตทั่วโลกมาจากสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวในปี 2024 การถือครองหลักทรัพย์ คือ ปัจจัยหลักของการเติบโต แม้โครงสร้างพอร์ตจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ความเหลื่อมล้ำที่ไม่เปลี่ยนแปลง: 20 ปีที่ผ่านมา ไม่เห็นความคืบหน้าในการกระจายความมั่งคั่ง ไทยฟื้นตัวดีขึ้น: สินทรัพย์การเงินรวมของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้น 2.5% กลุ่มอลิอันซ์ เปิดตัว “Global Wealth Report” ฉบับที่ 16 วิเคราะห์สถานะสินทรัพย์และหนี้สินของครัวเรือนในเกือบ 60 ประเทศ ทั่วโลกอย่างละเอียด เศรษฐกิจโลกก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่ง ปี 2024 เป็นอีกหนึ่งปีที่เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างมั่นคง และเป็นปีทองของสินทรัพย์การเงินภาคครัวเรือน โดยเพิ่มขึ้น 8.7% สูงกว่าปี 2023 ที่ 8.0% ณ สิ้นปี 2024 มูลค่าสินทรัพย์การเงินรวมทั่วโลกแตะ 269 ล้านล้านยูโร ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สัดส่วนสินทรัพย์การเงินต่อเศรษฐกิจอยู่ที่ 283% ซึ่งเท่ากับระดับปี 2017 การเติบโตของสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ตลอด 10...
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 ที่ระยอง มีพิธีเปิดศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร หรือ MRF อย่างเป็นทางการ โดยเป็นแห่งแรกของไทยที่ดำเนินการในรูปแบบ Community Enterprise หรือ “ธุรกิจชุมชน” งานนี้มีบุคคลสำคัญระดับจังหวัดมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระยองมาเป็นประธานในพิธีเปิด ศูนย์ MRF บ้านฉางแห่งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความหวังของจังหวัดระยองในการแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนอย่างยั่งยืน  โดยทำหน้าที่เก็บขยะรีไซเคิลจากชุมชนเพื่อคัดแยกประเภทและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลด้วยนวัตกรรมฝีมือคนไทย ได้รับทุนในการก่อตั้งจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) โดยใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นโดยนักวิจัยไทยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพราะเป็นกิจกรรมเพื่อชุมชน  ดังนั้นคนที่จะเข้ามาทำงานที่ศูนย์นี้จึงเป็นคนในชุมชนด้วยเช่นกัน ปุ๊ - นันท์นภัส โคตรวิชา หนิง - บุณณดา ดิษยาลภัส และ ติ๊ก - ดวงพร บุญค้ำ  สามแม่บ้านในชุมชนประชุมมิตร จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด “ตอนแรก ผอ.กองสาธารณสุข มาชวนพวกเราทำเรื่องคัดแยกขยะ แล้วส่งไปอบรมเรื่องการจัดการและการคัดแยกขยะ ที่ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีจัดการขยะชุมชนตาลเดี่ยว...
เจแอลแอล เผยผลสำรวจจากงานเสวนาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในหัวข้อ Workplace Evolution: People and Space รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดยังคงได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้พนักงานด้วยการผสมผสานความยืดหยุ่นกับการทำงานร่วมกันในสำนักงาน ขณะที่หลายองค์กรเชื่อว่ารูปแบบดังกล่าวกำลังกลายเป็นแนวโน้มระยะยาว แต่ก็มีหลายองค์กรมุ่งส่งเสริมให้พนักงานกลับมาทำงานในสำนักงานมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร เจแอลแอลได้เผยข้อสังเกตและผลสำรวจจากงานเสวนาด้านอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดในหัวข้อ Workplace Evolution: People and Space งานประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับ C-suite, ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคล, ผู้จัดการอาคาร และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์สถานที่ทำงานกว่า 120 คน จากบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม โดยมีการเสวนาร่วมกับตัวแทนจากบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่, ไมโครซอฟท์ และเชลล์ พร้อมโพลสำรวจความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมในงาน การเสวนาชี้ให้เห็นว่า รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดยังคงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง เพราะองค์กรเชื่อว่ารูปแบบนี้ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานไว้ได้ ซึ่งสะท้อนจากผลสำรวจที่ 76% ของผู้ตอบระบุว่า องค์กรอนุญาตให้พนักงานทำงานนอกสำนักงานได้ 1–2 วันต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวโน้มที่บริษัทต่าง ๆ อยากให้พนักงานกลับมาทำงานในสำนักงานมากขึ้น การสร้างแรงจูงใจให้พนักงานกลับมานั้นยังคงเป็นเรื่องท้าทาย หนึ่งในกลยุทธ์ที่องค์กรธุรกิจใช้เพื่อทำให้ออฟฟิศเป็นพื้นที่ทำงานที่น่าสนใจคือ การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (collaboration spaces) เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน...
Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทยเปิดเผยว่ากลุ่มแรงงานรุ่นใหม่หรือกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางเทคโนโลยีดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาดแรงงานทั่วโลก กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักที่พร้อมจะนิยามรูปแบบของการทำงานยุคใหม่ โดยข้อมูลจาก Jobsdb by SEEK บ่งชี้ว่า Gen Z ไม่เพียงกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิถีการทำงาน แต่ยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้องค์กรไทยควรเร่งปรับตัว เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดแรงงานของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “องค์กรไทยต้องพยายามเปิดใจและทำความเข้าใจว่า Gen Z ไม่ได้มองหางานเพียงเพื่อค่าตอบแทน แต่พวกเขาให้ความสำคัญกับโอกาสในการพัฒนาในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยความยืดหยุ่นในการทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งองค์กรที่เข้าใจและสามารถสร้างวัฒนธรรมที่ตอบโจทย์ จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบในการดึงดูดและรักษาบุคลากรรุ่นใหม่นี้ไว้ได้ ซึ่งพวกเขาจะเป็นพลังสำคัญ ร่วมกับเจเนอเรชันอื่น ๆ ทั้ง Gen X และ Gen Y ซึ่งจะช่วยผลักดันองค์กรและภาพรวมตลาดแรงงานของประเทศไทยในอนาคตอัน โดยองค์กรไทยสามารถเริ่มต้นการปรับตัวได้จากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการสร้างความเข้าใจและเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานได้มากขึ้น” ถอดรหัสแรงงาน Gen Z แรงงานแห่งอนาคต สำหรับลักษณะเด่นของแรงงาน...
อย่ามองข้าม! อาการปวดหลังธรรมดา อาจเป็นสัญญาณ "หินปูนงอกเกาะกระดูกสันหลัง" ที่กำลังทำลายคุณ หากคุณเคยมีอาการปวดหลังร้าวลงแขนหรือขา รู้สึกชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาจไม่ใช่แค่อาการปวดเมื่อยทั่วไป แต่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะ "หินปูนงอกเกาะกระดูกสันหลัง" หรือ Bone Spurs ซึ่งเป็นภัยเงียบที่พบได้บ่อยและอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หินปูนงอกเกาะกระดูกสันหลัง คืออะไร? นพ.ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง ได้อธิบายว่า ภาวะ Bone Spurs หรือ Osteophytes นี้ เกิดขึ้นจากความเสื่อมของกระดูกที่ร่างกายพยายามซ่อมแซมตัวเองด้วยการดึงแคลเซียมมาเติมเต็ม แต่แทนที่จะซ่อมแซมให้กลับมาปกติ กลับกลายเป็นก้อนแข็งคล้ายหินงอกออกมาจากกระดูก ซึ่งก้อนหินปูนเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่หากไป กดทับเส้นประสาท หรือเนื้อเยื่อสำคัญต่างๆ ส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าว ชา หรือแม้กระทั่งกล้ามเนื้ออ่อนแรง สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ป่วยจำนวนมากมักเข้าใจผิดว่าอาการปวดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงกล้ามเนื้ออักเสบจากการทำงานหรือออกกำลังกายหนัก แต่หากอาการปวดนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา มีอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าอาจมีการกดทับของเส้นประสาทแล้ว เนื่องจากหินปูนที่งอกออกมาไม่ได้มองเห็นได้จากภายนอก การวินิจฉัยที่แน่นอนจึงต้องอาศัยการตรวจด้วยภาพถ่ายทางการแพทย์ เช่น X-ray, CT Scan หรือ MRI เพื่อให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน กลุ่มเสี่ยงและแนวทางการรักษา ภาวะหินปูนเกาะกระดูกสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่กลุ่มที่เสี่ยงเป็นพิเศษ ได้แก่...
ในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI), ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือระบบคลาวด์ (Cloud Computing) ซึ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย โดยสิ่งเหล่านี้มีส่วนเชื่อมโยงมาจากการเขียนโปรแกรม โดยใช้ภาษาโปรแกรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา แม้ผู้ใช้งานทั่วไปอาจไม่ได้เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์โดยตรง แต่การมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาโปรแกรมที่กำลังได้รับความนิยมย่อมเป็นประโยชน์ ทั้งในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มศักยภาพในสายอาชีพ และเข้าใจระบบดิจิทัลที่อยู่รอบตัวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น วันนี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP จะพาไปแนะนำ 5 ภาษาโปรแกรมที่ควรทำความรู้จักในปี 2025 ซึ่งล้วนเป็นภาษาหลักที่อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบัน Python ภาษายอดนิยมที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย Python เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในระดับโลก ด้วยจุดเด่นด้านโครงสร้างที่เรียบง่าย อ่านเข้าใจได้ไม่ยาก จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นและนักพัฒนาระดับมืออาชีพ ภาษานี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้อ่านง่ายและเขียนง่าย โค้ดของ Python มักมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษ จึงช่วยลดระยะเวลาในการเรียนรู้ของผู้เริ่มต้นอย่างมีประสิทธิภาพ Python มีบทบาทสำคัญในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เช่น การวิเคราะห์ภาพ เสียง ข้อความ และพฤติกรรมผู้ใช้ ตลอดจนการสร้างระบบอัตโนมัติหรือแชทบอทที่สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ได้อย่างชาญฉลาด  ดังนั้น ความยืดหยุ่นและความสามารถของ Python ทำให้ภาษานี้ยังคงเป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่วงการเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต Go ภาษาที่ของการทำงานระบบขนาดใหญ่ Go หรือที่หลายคนเรียกว่า Golang เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่พัฒนาโดย Google จุดเด่นของ Go คือความรวดเร็วในการประมวลผล และความสามารถในการรองรับงานที่ต้องทำพร้อมกันจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการสร้างระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ขนาดใหญ่ บริการคลาวด์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นที่นิยมในสายงาน DevOps, ระบบเครือข่าย, และงานที่ต้องเชื่อมต่อกับ IoT (Internet of Things) ด้วยจุดเด่นของภาษาที่เรียบง่าย ทำให้แม้แต่ผู้ใช้งานใหม่ก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในปี 2025...
ต้องยอมรับว่า ปีนี้ เป็นปีแห่งความยากลำบากของภาคธุรกิจ ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทรุดหนัก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวไม่สู้ดีนัก จากสารพัดปัจจัยทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจร้านอาหาร ที่กำลังฝ่ามรสุมเศรษฐกิจอันหนักอึ้งนี้เช่นกัน เพราะหากดูจากการประเมินของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” พบว่าในปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มจะเติบโตอย่างชะลอตัว จนคาดว่า จะมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท หรือเติบโต 2.8% ซึ่งปรับลดจากคาดการณ์เดิมที่ว่าจะเติบโต 4.6% ขณะที่จำนวนร้านอาหารในปี 2568 อยู่ที่ 700,000 ร้าน ไม่รวมสตรีทฟู้ด ร้านสะดวกซื้อ! จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดเวทีเสวนา “สร้างโอกาสในวิกฤติ พลิกวิธีคิดสู่ทางรอดธุรกิจร้านอาหาร” ที่ โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) จัดขึ้น เพื่อหวังให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจโฮเรก้า มองเห็น “โอกาส!!!” ในการผ่านช่วงเวลาพายุฝนฟ้าคะนองทางเศรษฐกิจไปให้ได้ งานนี้จัดขึ้นภายใต้กิจกรรม “HoReCa GO MORE โปรแรง ขายง่าย กำไรงาม” ณ โก...
"บ้านที่แข็งแรง ทนทาน ปลอดภัย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดี" คือหัวใจสำคัญที่คนสร้างบ้านในไทยต้องการ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมา ที่สร้างความเสียหายให้อาคารบ้านเรือนในไทยหลายจังหวัด นอกจากภัยแผ่นดินไหวแล้ว วิกฤตหรือปัญหาเดิม ๆ ทั้งเสียงรบกวน ความร้อน หรือฝุ่น PM 2.5 ก็ยังก่อกวนการใช้ชีวิตของคนไทยไม่จบ บ้าน SCG HEIM ได้ชื่อว่าเป็นบ้านระดับพรีเมียม ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน สะอาด ปลอดภัย ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า บ้าน SCG HEIM เป็นบ้านที่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว หรือต้านทานความเร่งของการสั่นสะเทือนที่ปลอดภัยได้มากกว่า 1,200 แกล (gal)* จุดนี้ถือเป็นศักยภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยหลังประสบภัยแผ่นดินไหวเป็นอย่างยิ่ง คุณสมบัติที่โดดเด่นของบ้าน SCG HEIM เกิดจากการผสานความร่วมมือระหว่างเอสซีจี และ บริษัท เซกิซุย (Sekisui) ผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างบ้านจากประเทศญี่ปุ่น ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2553 เซกิซุย ได้นำความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมเทคโนโลยีแบบโมดูลาร์ (Modular) ซึ่งเป็นการสร้างบ้านสำเร็จรูปที่ผลิตโดยหุ่นยนต์ในโรงงาน ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพการต่อ-เชื่อม-ประกอบได้ดี และคุมระยะเวลาก่อสร้างได้ตามแผน...
กลุ่มอลิอันซ์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เข้มข้นขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง ประกาศใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) โดยตั้งเป้าเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดถึง 130% ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการค้าระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการภาษีกับประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโก และยุโรปตะวันออก นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางและนักลงทุนต่างเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง โดยประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลางจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 2.2% ในปี 2025 และ 2.1% ในปี 2026 จาก 2.5% ในปี 2024 โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งจะมีแรงกดดันจากภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เหมือนบางประเทศในภูมิภาค แต่ก็ยังเผชิญกับผลกระทบทางอ้อมจากความไม่แน่นอนทางการค้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ...
การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยเทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญในปี 2568 โดยเทรนด์เหล่านี้เป็นผลมาจากวิวัฒนาการของ generative AI, การกระจายศูนย์ทำงานดิจิทัล, การพึ่งพากันในห่วงโซ่อุปทาน, การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ, การขาดบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา Alex Michaels นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า "ผู้นำด้านความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยง หรือ Security and risk management (SRM) กำลังเผชิญกับความท้าทายและโอกาสที่หลากหลายพร้อมกันในปีนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านและสร้างความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นในองค์กร ความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งสองด้านนี้ขององค์กรมีความสำคัญมากกว่าแค่การสร้างนวัตกรรม แต่เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมเหล่านั้นมีความปลอดภัยและยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว" 6 เทรนด์สำคัญต่อไปนี้ส่งผลกระทบวงกว้างครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม: เทรนด์ 1: GenAI มีผลต่อการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล (GenAI Driving Data Security Programs) ความพยายามและงบประมาณส่วนใหญ่ด้านความปลอดภัยมักมุ่งเน้นไปที่การป้องกันข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) เช่น ฐานข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ GenAI กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล โดยเปลี่ยนไปเน้นปกป้องข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) มากขึ้น อาทิ ข้อความ...