ต้องยอมรับว่า ปีนี้ เป็นปีแห่งความยากลำบากของภาคธุรกิจ ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทรุดหนัก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวไม่สู้ดีนัก จากสารพัดปัจจัยทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจร้านอาหาร ที่กำลังฝ่ามรสุมเศรษฐกิจอันหนักอึ้งนี้เช่นกัน
เพราะหากดูจากการประเมินของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” พบว่าในปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มจะเติบโตอย่างชะลอตัว จนคาดว่า จะมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท หรือเติบโต 2.8% ซึ่งปรับลดจากคาดการณ์เดิมที่ว่าจะเติบโต 4.6% ขณะที่จำนวนร้านอาหารในปี 2568 อยู่ที่ 700,000 ร้าน ไม่รวมสตรีทฟู้ด ร้านสะดวกซื้อ!
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดเวทีเสวนา “สร้างโอกาสในวิกฤติ พลิกวิธีคิดสู่ทางรอดธุรกิจร้านอาหาร” ที่ โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) จัดขึ้น เพื่อหวังให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจโฮเรก้า มองเห็น “โอกาส!!!” ในการผ่านช่วงเวลาพายุฝนฟ้าคะนองทางเศรษฐกิจไปให้ได้
งานนี้จัดขึ้นภายใต้กิจกรรม “HoReCa GO MORE โปรแรง ขายง่าย กำไรงาม” ณ โก...
"บ้านที่แข็งแรง ทนทาน ปลอดภัย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดี" คือหัวใจสำคัญที่คนสร้างบ้านในไทยต้องการ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมา ที่สร้างความเสียหายให้อาคารบ้านเรือนในไทยหลายจังหวัด นอกจากภัยแผ่นดินไหวแล้ว วิกฤตหรือปัญหาเดิม ๆ ทั้งเสียงรบกวน ความร้อน หรือฝุ่น PM 2.5 ก็ยังก่อกวนการใช้ชีวิตของคนไทยไม่จบ
บ้าน SCG HEIM ได้ชื่อว่าเป็นบ้านระดับพรีเมียม ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน สะอาด ปลอดภัย ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า บ้าน SCG HEIM เป็นบ้านที่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว หรือต้านทานความเร่งของการสั่นสะเทือนที่ปลอดภัยได้มากกว่า 1,200 แกล (gal)* จุดนี้ถือเป็นศักยภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยหลังประสบภัยแผ่นดินไหวเป็นอย่างยิ่ง
คุณสมบัติที่โดดเด่นของบ้าน SCG HEIM เกิดจากการผสานความร่วมมือระหว่างเอสซีจี และ บริษัท เซกิซุย (Sekisui) ผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างบ้านจากประเทศญี่ปุ่น ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2553 เซกิซุย ได้นำความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมเทคโนโลยีแบบโมดูลาร์ (Modular) ซึ่งเป็นการสร้างบ้านสำเร็จรูปที่ผลิตโดยหุ่นยนต์ในโรงงาน ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพการต่อ-เชื่อม-ประกอบได้ดี และคุมระยะเวลาก่อสร้างได้ตามแผน...
กลุ่มอลิอันซ์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เข้มข้นขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง ประกาศใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) โดยตั้งเป้าเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดถึง 130% ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการค้าระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการภาษีกับประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโก และยุโรปตะวันออก นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางและนักลงทุนต่างเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง
โดยประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลางจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 2.2% ในปี 2025 และ 2.1% ในปี 2026 จาก 2.5% ในปี 2024 โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งจะมีแรงกดดันจากภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เหมือนบางประเทศในภูมิภาค แต่ก็ยังเผชิญกับผลกระทบทางอ้อมจากความไม่แน่นอนทางการค้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ...
การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยเทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญในปี 2568 โดยเทรนด์เหล่านี้เป็นผลมาจากวิวัฒนาการของ generative AI, การกระจายศูนย์ทำงานดิจิทัล, การพึ่งพากันในห่วงโซ่อุปทาน, การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ, การขาดบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
Alex Michaels นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า "ผู้นำด้านความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยง หรือ Security and risk management (SRM) กำลังเผชิญกับความท้าทายและโอกาสที่หลากหลายพร้อมกันในปีนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านและสร้างความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นในองค์กร ความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งสองด้านนี้ขององค์กรมีความสำคัญมากกว่าแค่การสร้างนวัตกรรม แต่เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมเหล่านั้นมีความปลอดภัยและยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว"
6 เทรนด์สำคัญต่อไปนี้ส่งผลกระทบวงกว้างครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม:
เทรนด์ 1: GenAI มีผลต่อการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล (GenAI Driving Data Security Programs)
ความพยายามและงบประมาณส่วนใหญ่ด้านความปลอดภัยมักมุ่งเน้นไปที่การป้องกันข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) เช่น ฐานข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ GenAI กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล โดยเปลี่ยนไปเน้นปกป้องข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) มากขึ้น อาทิ ข้อความ...
เจแอลแอล (NYSE: JLL) ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลก เผยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นถึง 4 ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดในปี 2568 ได้แก่ การที่ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศสำคัญที่ได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์ China+1 ซึ่งกำลังดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะเดียวกัน เทรนด์การกลับเข้ามาทำงานที่สำนักงานช่วยกระตุ้นความต้องการพื้นที่สำนักงานระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การปรับปรุงและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน สำหรับภาคธุรกิจโรงแรม แนวโน้มยังคงเป็นบวก พร้อมแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนที่ต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวผลักดันให้ทั้งเจ้าของธุรกิจโรงแรมและผู้ประกอบการโรงแรมต้องมีความคิดสร้างสรรค์และยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
บทบาทของประเทศไทยในกลยุทธ์ China+1 และระบบห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับผู้ผลิตที่มองหาทางเลือกในการขยายฐานการผลิตนอกประเทศจีน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ โดยประเทศไทยได้รับความสนใจมากขึ้นจากผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวันและจีน ควบคู่ไปกับการเข้ามาของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลก ที่เข้ามาตั้งโรงงานแห่งใหม่ในไทยเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงาน
นายร็อดดี อัลลัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการงานวิจัยภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเจแอลแอล กล่าวว่า "การเติบโตของ AI และความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นตลาดสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สิทธิประโยชน์ในด้านการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ยังช่วยดึงดูดผู้ผลิตต่างชาติรายใหญ่ที่ต้องการลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสร้างฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ยังขยายตัวอย่างรวดเร็วจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แนวโน้มเหล่านี้กำลังกำหนดยุคใหม่ให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมของไทย...
โดย จอร์จ โลเปซ รองประธานนักวิเคราะห์ การ์ทเนอร์
การเติบโตอย่างรวดเร็วของไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับการใช้งาน AI และ GenAI กำลังก่อให้เกิดความต้องการพลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด เกินกว่าความสามารถในการจ่ายไฟของผู้ให้บริการไฟฟ้าในปัจจุบัน
จากการคาดการณ์ของการ์ทเนอร์ระบุว่าในอีกสองปีข้างหน้าอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์อาจเติบโตสูงถึง 160% และการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมใช้งานของพลังงานและนำไปสู่ภาวะขาดแคลนไฟฟ้า
การ์ทเนอร์คาดการณ์ภายในอีกสองปี (ค.ศ. 2027) 40% ของดาต้าเซ็นเตอร์ AI ที่มีอยู่จะถูกจำกัดการดำเนินงานด้วยปัญหาด้านพลังงาน ซึ่งจะสร้างความท้าทายอย่างมากสำหรับองค์กรที่วางแผนจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกลยุทธ์ด้านคลาวด์ โดยราคาอาจเพิ่มขึ้น 10 ถึง 100 เท่าของราคาปัจจุบันเนื่องจากการใช้พลังงานจาก AI ที่เพิ่มขึ้น
มีการวางแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ใหม่ ๆ เพื่อรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลที่จำเป็นสำหรับฝึกฝนและใช้งาน Large Language Models (LLMs) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาแอปพลิเคชัน GenAI
อย่างไรก็ตาม บางประเทศกำลังระงับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ การขออนุญาตสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในยุโรปถูกปฏิเสธเนื่องจากความต้องการพลังงานเกินกว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าในท้องถิ่น บางพื้นที่ เช่น ไอร์แลนด์และสิงคโปร์ จำกัดหรือหยุดการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากข้อกังวลด้านพลังงาน
ไม่ว่ารูปการณ์จะเป็นอย่างไร การสร้างระบบส่งไฟฟ้า การจัดจำหน่าย และกำลังการผลิตใหม่อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มใช้งานได้และไม่สามารถบรรเทาปัญหาในปัจจุบันจนกว่าจะมีทางออก องค์กรต่าง...
แนวคิดของเมืองอัจฉริยะกำลังเข้ามาปรับเปลี่ยนแนวทางการใช้ชีวิตในเมือง ผ่านการผสมผสานเทคโนโลยีและความยั่งยืนเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพและน่าอยู่มากขึ้น วันนี้ OPEN-TEC (Tech Knowledge Sharing Platform), ภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ในการส่งเสริมความยั่งยืน การบริหารจัดการพลังงาน และโซลูชั่นทางเทคนิคแบบบูรณาการเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของเมืองยุคใหม่
ความยั่งยืนในการพัฒนาเมือง
การวางผังเมืองให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในด้านพลังงานหมุนเวียน ประสิทธิภาพพลังงาน และแนวทางการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในเมืองต่างๆ เช่น สิงคโปร์ และ โคเปนเฮเกน นั้นถือเป็นหนึ่งในผู้นำในด้านการใช้มาตรการสีเขียว ตัวอย่างเช่น โคเปนเฮเกน ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นเมืองที่ปลอดคาร์บอนภายในปี 2025 โดยใช้พลังงานลมและระบบทำความร้อนจากศูนย์กลาง (Copenhagen Green City Plan, 2021)1 ในขณะที่ แผนสีเขียว 2030 ของสิงคโปร์ ได้มุ่งเน้นไปที่อาคารที่ประหยัดพลังงานและการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน (Singapore Government Green...
สภาทองคำโลกเผยประเทศไทยทำสถิติสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ด้านความความต้องการทองคำทั่วโลกพุ่งทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่จำนวน 4,974 ตัน ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในปี 2567
รายงานแนวโน้มความต้องการทองคำประจำไตรมาสที่ 4 และการสรุปภาพรวมตลอดปี 2567 ของสภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) ได้เปิดเผยข้อมูลความต้องการทองคำทั่วโลกที่รวมปริมาณการซื้อขายทองคำนอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-counter: OTC) ซึ่งได้ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ด้วยจำนวนรวม 4,974 ตัน โดยประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นตลาดทองคำที่มีความแข็งแกร่งในปี 2567 และมีปริมาณความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ที่จำนวน 39.8 ตัน คิดเป็นการเติบโตสูงถึง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สภาทองคำโลกระบุว่าความต้องการทองคำทั่วโลกในปี 2567 นั้นได้รับแรงขับเคลื่อนจากการซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งของธนาคารกลาง และการเติบโตของความต้องการทองคำเพื่อการลงทุน ราคาทองคำที่ทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งและปริมาณความต้องการที่พุ่งสูงในปีที่ผ่านมา ได้ร่วมกันส่งผลให้ความต้องการทองคำรวมมีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.82 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธนาคารกลางยังคงซื้อทองคำในปริมาณที่มหาศาลอย่างต่อเนื่องในปี 2567 โดยมีปริมาณการซื้อในระดับสูงกว่า 1,000 ตัน เป็นปีที่สามติดต่อกัน และการเข้าซื้อทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของธนาคารกลางในไตรมาสที่ 4 จำนวน...
ในปี 2025 นี้ การทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ไม่เพียงแค่ต้องติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ แต่ยังต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นี่คือ 9 เทรนด์และกลยุทธ์ที่ธุรกิจควรรู้ เพื่อเพิ่มการมองเห็นและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ finbiz by ttb รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียมาอัปเดตเทรนด์การสร้างตัวตนบนโซเชียลมีเดีย ปี 2025 เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการไปพิจารณากัน
1. Video Form
จากสถิติในระดับโลกล่าสุดที่ผู้คนใช้เวลารวมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ 5 อันดับสูงสุด ได้แก่ TikTok Youtube Facebook WhatsApp และ IG เวลาเฉลี่ย 3 อันดับแรก แชมป์เป็นของ Tiktok ต่อด้วย Youtube และ Facebook จะพบว่าวิดีโอยังคงเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ผู้ใช้โซเชียลมีเดียมักจะชื่นชอบเนื้อหาที่เป็นวิดีโอเพราะสามารถสื่อสารได้ครบถ้วนในระยะเวลาสั้น ๆ การเล่าเรื่องด้วยภาพและเสียงช่วยให้ผู้ติดตามเข้าใจและจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้น การสร้างวิดีโอคุณภาพไม่เพียงแต่จะดึงดูดความสนใจ แต่ยังเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์อีกด้วย
2. Live Commerce
Live...
อัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลายแต่ความเสี่ยงจากการค้าและการเปลี่ยนแปลงนโยบายยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม EBC Financial Group วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและโอกาสการลงทุนในปี 2568
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2568 เศรษฐกิจในไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และความผันผวนของตลาดทั่วโลก แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจกลับได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่อ่อนแอ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาทางโครงสร้าง ซึ่งปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและภาคการท่องเที่ยว EBC Financial Group (EBC) ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจในประเทศ โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางการเงินที่กำลังเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเสนอแนวโน้มและโอกาสการลงทุนในปี 2568
อัตราเงินเฟ้อและนโยบายการเงินที่มีผลต่อเศรษฐกิจในช่วงปลายปี
ในปี 2567 อัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ตั้งไว้ระหว่าง 1% ถึง 3% โดยในเดือนธันวาคม ปี 2567 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยับขึ้น 1.23% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก เดือนพฤศจิกายน 0.95% ซึ่งถือเป็นการกลับเข้าสู่ช่วงเป้าหมายครั้งแรกในรอบ 7 เดือน แม้จะมีการปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปี แต่ค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2567 ยังคงอยู่ที่ 0.4%...





































