ปีใหม่นี้ไปเที่ยวไหนดี..? เชื่อว่าเป็นคำถามที่หลายคนคิดอยู่ในใจว่าช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ปีนี้(2566 )จะวางแผนไปท่องเที่ยวไหนกัน หลายคนอาจกลับบ้านต่างจังหวัด ไปหาพ่อแม่ ผู้เฒ่าผู้แก่ ขอพรปีใหม่ จากญาติผู้ใหญ่ สังสรรค์รวมญาติตามธรรมเนียม ขณะจำนวนไม่น้อยอยากเดินทางไปท่องเที่ยว พักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว หลังกรากกรำงานมาทั้งปี
คำถามนี้มีคำตอบ เมื่อ”วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม” อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ชวนเที่ยวปีใหม่ ชวนไทยเที่ยวไทย ช้อปผลิตภัณฑ์ สินค้าฝีมือคนไทย เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านโครงการ”ตลาดต้องชม” เป็นตลาดที่มีทั้ง”เอกลักษณ์พาณิชย์”และ”อัตลักษณ์ชุมชน” เป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์ชุมชนเด่น สินค้าพื้นเมืองเด่น มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย จำหนายในราคาที่เป็นธรรม เป็นแหล่งรวม ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีพื้นบ้าน ที่สะท้อนความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีกลิ่นอายท้องถิ่นที่ชัดเจนบ่งบอกถึงที่มาของชุมชนนั้น ๆ เป็นอย่างดี
“ตลาดไหนที่พอมีศักยภาพก็อยากให้ช่วยเจียระไนให้เป็นที่ขายสินค้าพื้นเมือง โอท๊อป เป็นตลาดท่องเที่ยวให้กับชาวไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับคนไทยทั้งประเทศในเรื่องของเศรษฐกิจฐานราก” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เคยให้สัมภาษณ์ถึงตลาดต้องชม เมื่อครั้งลงพื้นที่ตรวจตลาดพ่อตาหินช้าง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ปลายเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา
“ตลาดต้องชม”...
จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ ได้แรงบันดาลใจจากความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนแห่งหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตของเกษตรกรด้วยแนวคิดแบบใหม่ คือ วิสาหกิจชุมชน ต.วาวี ตั้งอยู่บนดอยวาวี พื้นที่ปลูกชาใหญ่ที่สุดในไทย และยังเป็นไร่ชาอู่หลงแห่งแรกของไทยอีกด้วย ชาที่ปลูกบนดอยมีหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์เมือง, ชาซีลอน, ชาจีน, ชามังกรดำ หรือ ชิงชิงอู่หลง ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกิน 1,000 ฟุต ชาของที่นี่จึงโดดเด่นและเลื่องลือไปทั่วโลก
แต่ในอดีตที่ผ่านมา ชาวบ้าน ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ปลูกชากันโดยไม่ได้นำนวัตกรรมหรืองานวิจัยพัฒนาต่อยอด เมื่อผลผลิตออกมาก็เก็บใบชาไปขายให้พ่อค้าคนกลางในราคากิโลกรัมละ 30-40 บาท เป็นอย่างนี้มาเนิ่นนาน
ในเวลาต่อมา ชาจากจีนและเวียดนามถูกนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยได้โดยไม่เสียภาษี ตามข้อตกลงการเปิดเสรีทางการค้าคือเอฟทีเอไทย-จีน และ เอฟทีเออาเซียน-จีน เมื่อชาจากต่างประเทศทะลักเข้ามาชาวาวีจึงไม่สามารถแข่งขันได้
วิสาหกิจชุมชน ต.วาวี จึงได้รวมตัวกันทำเรื่องขอความช่วยเหลือจากกองทุนเอฟทีเอ ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าหรือเอฟทีเอ เมื่อผู้บริหารกองทุนฯ เข้าไปศึกษาก็พบว่าปัญหาของการผลิตชาวารีคือ ไม่มีการใช้นวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าสินค้า จึงได้จัดงบประมาณจัดจ้างนักวิชาการเข้าไปศึกษาเก็บข้อมูล และนำวิธีบริหารจัดการสมัยใหม่เข้าไปประยุกต์ใช้ เริ่มตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบการเพาะปลูก รับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่
การช่วยเหลือของกองทุนเอฟทีเอไม่ได้เพียงทำให้กลุ่มผู้ประกอบการชาวาวีกลับมายืนหยัดต่อสู้กับชานำเข้าได้เท่านั้น แต่ยังพัฒนากลุ่มวิสาหกิจผู้ผลิตชาวาวีให้สามารรถพัฒนาต่อยอดผลักดันราคาให้สูงขึ้น จากเคยขายได้ 30-40 บาท/กก. เป็น...
ปลายฝนต้นหนาว คอลัมน์ คุณเก่งชวนชิม ชวนเที่ยว โดย คุณเก่ง ธรรมรัตน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ในคอลัมน์นี้พาจิบกาแฟ ทานของว่างชาววัง เลือกซื้ออาหาร ของว่าง ของใช้ ทำจากวัตถุดิบในชุมชนที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งพา (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้ช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัย อย่างครบวงจร ภายใต้ภารกิจมูลนิธิฯ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็วที่สุด และสามารถพึ่งพาตนเองในการดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน
ร้าน PAfe” ร้านกาแฟพาเฟ่ หรือบางคนเรียกร้านเพื่อนพึ่งภา ได้เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 16 ส.ค.65 ในอาคารมหินทรเดชานุวัตน์ เป็นเรือนเก่ายุครัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2472-2474 อาคารสถาปัตยกรรม ของพระยามหิทรเดชานุวัตน์ (ใหญ่ ศยามานนท์) อดีดสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครไชยศรี และต่อมาเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนเพชรบุรี ช่วงแยกอุรุพงษ์ เขตราชเทวี กทม. ซึ่งปัจจุบันเป็นร้านอาหารเฉพาะอย่าง ขนม ของว่าง และ...
โภชนาการ คือศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของอาหาร ทั้งการจัดแบ่งประเภทสารอาหาร ประโยชน์ของอาหาร และการย่อยอาหาร นพ.กรกฎ พานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์และเวชศาสตร์การกีฬา และคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้ให้ความรู้ในเรื่องของโภชนาการสำหรับการออกกำลังกายว่า ร่างกายของมนุษย์นั้น ตามหลักโภชนาการจะใช้พลังงานในการเคลื่อนไหว รวมถึงสารอาหารชนิดอื่นๆ ล้วนมีส่วนสำคัญที่ร่างกายจะดึงมาใช้ในการเคลื่อนไหวเช่นกัน หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบตามความต้องการ หรือในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะส่งผลให้การเคลื่อนไหวหรือการออกกำลังกายนั้นๆ จะไม่เกิดประสิทธิภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วยว่าออกกำลังกายมากน้อยเพียงใด เปรียบเทียบง่ายๆ โดยลองนึกภาพว่าถ้าร่างกายของเราเป็นรถยนต์ เมื่อเราต้องการเดินทางไกลก็จำเป็นต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังเพื่อใช้สำหรับการเดินทาง แต่หากเราต้องการเดินทางเพียงระยะสั้นๆ เราก็ใช้น้ำมันที่มีอยู่เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย เสมือนการออกกำลังกายที่ถูกต้องและมีโภชนาการที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายสุขภาพที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่คุณอยากมี ร่างกายที่แข็งแรงขึ้น หรือออกกำลังกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตามปกติการออกกำลังกายในแต่ละครั้ง ร่างกายจะดึง พลังงานจาก สารอาหาร ที่เรารับประทานเข้าไป เช่น แป้ง น้ำตาลและไขมัน ออกมาใช้สำหรับทำกิจกรรมเคลื่อนไหวของร่างกาย ส่วนโปรตีน ร่างกายใช้สำหรับฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ช่วยการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกายในระดับเซลล์ หากเราออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานให้ดีขึ้น แต่ถ้าออกกำลังกายหักโหม และไม่ได้รับประทานสารอาหารให้เพียงพอและเหมาะสม และไม่ได้พักผ่อน จะส่งผลให้ภูมิต้านทานลดลง ทำให้เจ็บป่วยได้...
เป็นที่แน่ชัดว่าการแพร่ระบาดของโรค ทำให้คนไทยตระหนักถึงภาวะสุขภาพของตนเองมากขึ้น โดยผลการสำรวจด้านความเฉื่อยของสุขภาพในเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2564 (Asia Pacific Health Inertia Survey 2021) โดยเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ฉบับล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีคนไทยจำนวน 500 คนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปร่วมทำแบบสอบถาม พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่าสุขภาพในปัจจุบันของพวกเขาต่ำกว่าเกณฑ์ในอุดมคติ โดยมากกว่า 60% รู้สึกว่าสุขภาพจิตและสุขภาพกายในปัจจุบันของพวกเขา ‘พอประมาณ’ หรือ ‘แย่’ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้ที่รู้สึกว่าตน ‘ดี’ ‘ดีมาก’ หรือ ‘ยอดเยี่ยม’
สตีเฟน คอนชี ประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและจีน เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าวว่า แม้ว่าผลสำรวจจะบอกเราว่าคนไทยอาจไม่รู้สึกดีกับสุขภาพกายและใจมากนัก แต่ก็มีผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าสุขภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาดีขึ้นจากเมื่อปีก่อน บรรดาผู้ที่เห็นว่าสุขภาพของตนเองดีขึ้นนั้นมาจากการได้ “ออกกำลังกายมากขึ้น” (61%) และ “รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ” (63%) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายและโภชนาการที่ดีอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวมของพวกเขา
โดยผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยที่ระบุว่ามีสุขภาพจิตดีขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อ 12 เดือนที่แล้ว...
ในขณะที่นักเทคโนโลยีและนักกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับการขยายกรอบการใช้งานจากเมตาเวิร์สให้กว้างขวางขึ้น บทบาทของบอร์ดคือการดึงให้เกิดบทสนทนาที่พูดถึงยุทธศาสตร์และความเสี่ยง แนวคิดที่ครั้งหนึ่งเคยพบเฉพาะในนิยายวิทยาศาสตร์และวิดีโอเกมกำลังเข้าสู่โลกแห่งความจริงในวันนี้ โดยมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงแง่มุมต่าง ๆ ของการมีปฏิสัมพันธ์ทางธุรกิจและส่วนบุคคล
เมตาเวิร์ส คืออินเทอร์เน็ตยุคถัดไป โดยมีเนื้อหาที่ล้ำหน้าจากข้อความเป็นกราฟิกไปจนถึงวิดีโอที่มีการสอดผสานการตอบสนองทางดิจิทัลที่สมจริง เป็นการเชื่อมโยงโลกเสมือนเข้ากับประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างแนบเนียน
สิ่งที่ขับเคลื่อนเมตาเวิร์ส 2 ปัจจัยหลัก คือ ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการเชื่อมต่อและประสบการณ์สมจริงผ่านเครือข่ายความเร็วสูง รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาในการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ สำหรับภาคธุรกิจที่เตรียมพร้อมสำหรับการใช้เมตาเวิร์สจะต้องปรับตัวให้มีความสามารถในการประมวลผลแบบ edge computing การเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น เซิร์ฟเวอร์ เครือข่ายฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ - ชุดหูฟัง ถุงมือ กล้องที่รองรับได้ เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ เพื่อรองรับระบบนิเวศนี้
เมตาเวิร์สมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจได้หลายวิธี ซึ่งมีการใช้งานที่เป็นไปได้ดังนี้
การทำงานร่วมกัน การทำงานแบบไฮบริด เช่น การประชุมเสมือนจริงผ่านอวตาร และมีส่วนร่วมในการสนทนาแบบดิจิทัลที่สมจริงมากขึ้นการผลิตและการขนส่ง บริษัทต่าง ๆ สามารถใช้ digital twins เพื่อจำลองกระบวนการผลิต และการขนส่งภายในเมตาเวิร์ส ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนด้วยการวางแผนและบำรุงรักษาล่วงหน้าการศึกษาและการฝึกอบรม การใช้อวตารมาผสมผสานกับประสบการณ์ออนไลน์สามารถขยายขอบเขตการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันได้ อวตารตัวเดียวสามารถเคลื่อนที่ไปมาในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่ห้องบรรยาย ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงห้องผ่าตัด...
วงเสวนา แกะปม 4 ชีวิต เหยื่อพิษสุรา เผยประสบการณ์เฉียดตาย เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจนักดื่ม สสส. เชิญชวนงดเหล้าช่วงเข้าพรรษา พักตับ 3 เดือน ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำลายสุขภาพ เพื่อตนเองและครอบครัว
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2565 ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวในเวทีเสวนาเนื่องในโอกาส “วันเข้าพรรษา วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ปี 2565 หัวข้อ “แกะปม 4 ชีวิต...เหยื่อพิษสุรา (รุนแรง)” จัดโดยเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับ มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า วันเข้าพรรษาของทุกปี ถือเป็น“วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 14 ก.ค.65 โดยพลเอกประยุทธ์...
โดย กิตตินันท์ อนุพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอนนี่แวร์ ทู โก จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง Claim Di
ถ้ามีใครบอกว่าอีกห้าปีข้างหน้า การเก็บข้อมูลของโลกจะเปลี่ยนไป และการนำพฤติกรรมผู้บริโภคมาวิเคราะห์ทางการตลาดจะล้ำยุคไปยิ่งกว่านี้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คุณจะเชื่อหรือไม่
ในโลกธุรกิจ สิ่งที่มีค่าสูงสุดตลอดกาล และรับรู้กันโดยทั่วไปก็คือข้อมูล เพราะข้อมูลลูกค้าคือสิ่งที่ทุกบริษัทมองหาและอยากมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในการทำแคมเปญการตลาดได้โดนใจ ไม่ว่าจะลูกค้าหรือผู้บริโภคก็ตาม และนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ ยิ่งใครมีข้อมูลเชิงลึกได้มากเท่าไหร่ และหากรู้วิธีการนำมาใช้ ก็จะยิ่งเสมือนเป็นการการันตีความสำเร็จให้กับธุรกิจได้
ในยุคเว็บ 1.0 ลากยาวมาจนถึง 2.0 ผู้บริโภคไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่ตัวตนที่จะเป็นผู้ถือครองข้อมูล ข้อมูลทุกชนิดแม้กระทั่งข้อมูลตัวตนของผู้บริโภค ถูกเจ้าของแพลตฟอร์ม และองค์กรต่างๆ เข้ามาจัดเก็บ จนถึงนำไปใช้ประโยชน์ตามแต่ที่แต่ละองค์กรจะเห็นสมควร ขณะที่ผู้บริโภคทั่วไปต้องคอยมาตั้งคำถามว่าข้อมูลของฉันจะย้อนกลับมาสร้างความเสียหายในด้านส่วนตัวเมื่อไหร่กันแน่
แต่เมื่อถึงยุค 3.0 ด้วยตัวเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่มีความแข็งแกร่งในด้าน decentralize ตัดตัวกลางออกไป ขณะที่ความปลอดภัยยังมีอยู่ แถมมีการรับรองตัวตนกันในระดับที่ยอมรับได้ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มคิดค้นนวัตกรรมและแนวทางธุรกิจใหม่ๆ มารองรับการเก็บพฤติกรรมผู้บริโภคแนวใหม่ขึ้นมาเสียที แต่น่าเสียดายที่ในระดับโลกยังไม่เกิดทั้งสองอย่างที่กล่าว แต่บล็อกเชนกลับไปรองรับการสร้างเงินตราแบบใหม่ไปแทน
ภาพของ customer centric ที่ทั่วโลกใช้กันอยู่ขณะนี้ก็คือ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคยอมให้ข้อมูล เมื่อได้ข้อมูลก็นำมาเก็บไว้เอง...
กำลังมาแรงมากในยุคนี้ สำหรับเทรนด์รักตัวเองหรือ “Self-Care First” เพราะโควิด-19 ทำให้เรารู้ว่าการดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ดีกว่าการเก็บเงินไว้เพื่อรักษาตัวเองในอนาคตเพราะหลายคนมองว่าการพบแพทย์แบบไม่มีประกันนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง และการไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะพบเจอเชื้อโรคต่างๆ อีกมากมาย จึงเริ่มหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองกันอย่างจริงจัง เจนเนอราลี่ จึงขอแนะนำทริกการดูแลสุขภาพฝึก “กาย-จิต” ให้แข็งแรงเสริมความแกร่งให้สุขภาพ
เริ่มที่การดูแล “กาย” หรือร่างกายของเรา มีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายท่านพูดว่าการจะดูแลร่างกายให้แข็งแรงแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง คือการรับประทานอาหารที่มีความสำคัญถึง 70% และอีก 30% คือการออกกำลังกาย และแน่นอนว่าหลายคนมักจะถอดใจกับสิ่งนี้ เพราะการทำอะไรซ้ำๆ วนไปมา ทำให้เราเบื่อได้ ดังนั้น ทริกการออกำลังกายให้ได้ผล ควรหาวิธีการออกกำลังกายใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดความสนุกและตื่นเต้น
หยินโยคะ (Yin Yoga)...





































