สนค. กางโรดแมปดันไทยสู่ “Hub of ASEAN” รับเทรนด์กาแฟโลกพุ่ง 1.7 แสนล้านกระสอบ ชี้ช่องรวยจากโมเดล “สวิตฯ-เยอรมนี” แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม

575

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยข้อมูลสถิติกาแฟโลกปี 68/69 พบความต้องการบริโภคพุ่งสูงต่อเนื่อง ชี้เป็นโอกาสทองของไทยในการปรับกลยุทธ์จาก “ผู้ปลูก” สู่ “ผู้แปรรูปและส่งออก” ระดับโลก เดินหน้าปลดล็อกกฎระเบียบ หนุนนำเข้าวัตถุดิบสร้างรสชาติใหม่ พร้อมชูโมเดลความยั่งยืน-คาร์บอนต่ำ มัดใจตลาดสากล

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การค้ากาแฟโลก ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่ม แต่ได้กลายเป็น “ไลฟ์สไตล์” และสัญลักษณ์ทางสังคมที่สำคัญ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯ สหรัฐฯ (USDA) คาดการณ์ว่าในปีการผลิต 2568/2569 ผลผลิตกาแฟโลกจะสูงถึง 174.4 ล้านกระสอบ (ประมาณ 10.5 ล้านตัน) โดยมีบราซิลและเวียดนามเป็นผู้เล่นหลัก ขณะที่ประเทศไทยรั้งอันดับ 18 ของโลก ด้วยสัดส่วนผลผลิต 0.5%

เจาะลึกตัวเลข: ตลาดกาแฟไทยโตกระโดด

แม้ไทยจะมีผลผลิตไม่มากเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ แต่ตัวเลขการค้ากลับสะท้อนความคึกคักอย่างเห็นได้ชัด คือ การนำเข้า ปี 2568 ไทยนำเข้ากาแฟมูลค่า 703.1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 23,296.9 ล้านบาท) พุ่งทะยานถึง 58.92% จากปีก่อน โดยมีเวียดนามและมาเลเซียเป็นแหล่งนำเข้าหลัก ขณะที่ การส่งออก ไทยส่งออกกาแฟมูลค่า 169.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5,571.3 ล้านบาท) ขยายตัว 10.19% โดยมีตลาดหลักคือเพื่อนบ้านในอาเซียนและออสเตรเลีย

ถอดรหัส “สวิตเซอร์แลนด์โมเดล” ทางลัดสู่ฮับกาแฟอาเซียน

ผอ.สนค. ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ไทยสามารถเรียนรู้จากประเทศอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี หรือมาเลเซีย ซึ่งไม่ใช่แหล่งปลูกกาแฟหลัก แต่กลับเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์กาแฟอันดับต้นๆ ของโลกได้ด้วยการเน้น “การแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม” “เรามองเห็นโอกาสที่ไทยจะก้าวขึ้นเป็น Hub of ASEAN ในด้านการแปรรูปและส่งออกกาแฟ นอกจากการใช้เมล็ดในประเทศที่มีคุณภาพแล้ว เราต้องปลดล็อกให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเมล็ดกาแฟที่หลากหลายจากทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์ Signature Blend ที่แปลกใหม่และแข่งขันได้ในตลาดโลก” นายนันทพงษ์ กล่าว

4 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนกาแฟไทยสู่เวทีโลก

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สนค. เสนอแนวทางยกระดับอุตสาหกรรม 4 ด้านสำคัญ

  1. Competitive Cost : ทบทวนกฎระเบียบเพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย
  2. Farmer First : รักษาสมดุลตลาด ไม่ให้กาแฟนำเข้ามากดดันราคากาแฟที่เกษตรกรไทยได้รับ
  3. High-Tech Processing : สนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยีคั่ว บด และบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย พร้อมจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ยุทธศาสตร์
  4. Green & Fair Trade : มุ่งสู่การผลิตกาแฟคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) และการรับรอง Fair Trade เพื่อตอบโจทย์เทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

“การปรับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการขายกาแฟ แต่คือการยกระดับทั้ง Value Chain ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงถ้วยกาแฟของผู้บริโภค เพื่อให้แบรนด์ไทยเติบโตได้อย่างสง่างามในตลาดโลก” ผอ.สนค. กล่าวทิ้งท้าย