
หนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากในระดับสากล คือเทคโนโลยี “Air-to-Fuel” หรือการผลิตน้ำมันจากอากาศ เป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ของบริษัทสตาร์ทอัพ ”Aircela“ ในอเมริกา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “อากาศที่เราหายใจ” สามารถแปรสภาพเป็น “น้ำมันเบนซินสังเคราะห์” ได้สำเร็จ
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ไคลเมท เจ้าของฉายา “มิสเตอร์เอทานอล” เปิดเผยวิสัยทัศน์การยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพผ่านบทความ “นวัตกรรมน้ำมันจากอากาศ (Air-to-Fuel) : เทคโนโลยีใหม่สู่เศรษฐกิจสีเขียว” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของวงการพลังงานโลกที่สามารถเปลี่ยนอากาศเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้สำเร็จ โดยชี้แนะภาครัฐเดินหน้าเทคโนโลยีใหม่ต่อยอดอุตสาหกรรมเอทานอล-ไบโอดีเซล สู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก
ในยุคที่โลกและประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และวิกฤตพลังงานจากสงคราม การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่ “พลังงานสะอาด” ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือทางรอดและภารกิจสำคัญของประเทศไทย ในห้วงเวลาที่กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ หนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากในระดับสากล นั่นคือเทคโนโลยี “Air-to-Fuel” หรือการผลิตน้ำมันจากอากาศ
เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ของบริษัทสตาร์ทอัพ “Aircela” ในอเมริกาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “อากาศที่เราหายใจ” สามารถแปรสภาพเป็น “น้ำมันเบนซินสังเคราะห์” ได้สำเร็จแม้เครื่องรุ่นแรกขนาดเท่าตู้เย็นยังมีกำลังการผลิตได้ไม่มากและกำลังขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นซึ่งทำได้ไม่ยาก แต่สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยีนี้ทำได้จริงโดยใช้กระบวนการที่เรียกว่า Direct Air Capture (DAC) ผสานกับพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีกระบวนการสำคัญ 3 ประการ คือ
1.การดักจับคาร์บอน : เครื่องจะดูดอากาศเพื่อสกัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำออกมาโดยตรง
2.ผลิตพลังงานสะอาด หรือ Green Hydrogen ใช้กระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์มาแยกน้ำเพื่อสร้างไฮโดรเจน
3.กระบวนการสังเคราะห์ โดยนำคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจนมาผ่านปฏิกิริยาเคมี จนได้เป็นน้ำมันเบนซินที่มีความบริสุทธิ์สูงและพร้อมใช้งานทันที
นวัตกรรมนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ Circular Economy เพราะน้ำมันที่ผลิตได้คือ “Net-Zero Gasoline” เมื่อเราเติมในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกจากท่อไอเสียจะมีปริมาณเท่ากับก๊าซที่เครื่องผลิตดักจับมาจากอากาศในตอนแรก จึงไม่มีการเพิ่มก๊าซเรือนกระจกใหม่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. กล่าวว่า ในฐานะที่ผมทำงานด้านเชื้อเพลิงชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง ผมเห็นว่า Air-to-Fuel จะช่วย “เติมเต็ม” และ “ต่อยอด” ร่วมกับเอทานอล (E100) หรือน้ำมันไบโอดีเซล (B100) เพื่อสร้างเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ตอบโจทย์ทั้งภาคการขนส่งทางบก และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน
นอกจากนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและชุมชนบนหลักการกระจายฐานเศรษฐกิจ คือรากฐานสำคัญ จึงควรส่งเสริมการผลิตระดับครัวเรือน วิสาหกิจชุมชนและธุรกิจเอสเอ็มอี โดยการติดตั้งระบบผลิตน้ำมันจากอากาศ ใช้พลังงานโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตน้ำมันใช้เองในบ้านหรือชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการเดินทางและการขนส่ง ทั้งยังสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับชุมชนอีกด้วย
“ประเทศไทยต้องเร่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อสร้างนวัตกรรมของตัวเอง หากเราก้าวทันโลกและกล้าที่จะเปลี่ยน เราจะเป็นผู้นำเศรษฐกิจสีเขียวแห่งอนาคตอย่างแน่นอน” ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. กล่าว



























