
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ตามที่สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯชุดใหม่ประจำปี 2568-2570 และเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ พร้อมทั้งแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้ร่วมกันกำหนดกรอบและทิศทางสำหรับยุทธศาสตร์สมาคมฯ โดยยังคงมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ธุรกิจประกันวินาศภัยเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน ยึดนโยบายในการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารความเสี่ยงมืออาชีพให้กับภาครัฐ และภาคเอกชน เน้นความเป็นมืออาชีพ สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคมในมิติต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัยไทยไปสู่การเติบโตอย่างอย่างมั่นคง และเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยสอดรับกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2568-2573) ของสำนักงาน คปภ.

ดร.สมพร กล่าวถึง ภาพรวมเศรษฐกิจและภาพรวมของธุรกิจประกันวินาศภัยไตรมาสแรก ของปี 2568 ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของไทยจากการประเมินของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไตรมาสแรก ของปี 2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการส่งออกสินค้าและบริการซึ่งขยายตัว 13.8% และการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว26.3% ส่วนการบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลง โดยขยายตัวเพียง 2.6% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนหดตัว -0.9% สะท้อนถึงแรงกดดันในภาคเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งนี้ สภาพัฒน์ฯ ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2568 เหลืออยู่ในช่วง 1.3% ถึง 2.3% จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาขณะที่ภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยในไตรมาสแรกของปี 2568 (มกราคม–มีนาคม) มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 75,269 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 3.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงในแต่ละประเภท ดังนี้ ประกันภัยรถยนต์ มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง จำนวน 42,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.36% ประกันอัคคีภัย มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง จำนวน 2,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.83% ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีเบี้ยประกันภัยรับจำนวน 1,668 ล้านบาท ลดลง 4.91% ประกันภัยเบ็ดเตล็ด มีเบี้ยประกันภัยรับจำนวน 29,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.01% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจประกันวินาศภัยไทย โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยเบ็ดเตล็ดและประกันอัคคีภัยที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น สะท้อนความต้องการความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นในบางกลุ่มความเสี่ยง แม้ประกันภัยทางทะเลและขนส่งจะมีการหดตัวเล็กน้อย สะท้อนถึงภาวะชะลอตัวในบางภาคส่วนของการค้าระหว่างประเทศ แต่ภาพรวมของธุรกิจยังคงเติบโตในทิศทางบวก และชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดโดยรวม หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไปในไตรมาสถัด ๆ ไป ก็มีแนวโน้มสูงที่อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในปี 2568 จะสามารถเติบโตได้ใกล้เคียงกับระดับที่คาดการณ์ไว้ทั้งปี ทั้งนี้จากข้อมูลเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 (มกราคม–มีนาคม) ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 75,269 ล้านบาท มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัย แบ่งเป็น ประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance) คิดเป็นสัดส่วน 55.8% ของเบี้ยประกันภัยรวม หรือ 42,004 ล้านบาท ประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor Insurance) คิดเป็นสัดส่วน 44.2% หรือ 33,265 ล้านบาท สะท้อนถึงการตื่นตัวในด้านการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในหมวดหมู่ประกันอัคคีภัย ประกันภัยเบ็ดเตล็ด และประกันภัยสุขภาพ
สำหรับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัย ปี 2568 ทั้งปี จากการวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจประกันวินาศภัย โดยบริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (Thai Insurance Research & Development Co., Ltd. – TIRD) คาดว่าธุรกิจประกันวินาศภัยจะเติบโตในอัตรา 1.5% ถึง 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมอยู่ในช่วงประมาณ 291,000 – 294,000 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงความท้าทายในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงการปรับตัวของภาคธุรกิจประกันภัยต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านความเสี่ยงใหม่ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งนี้ธุรกิจประกันวินาศภัยยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว การติดตามข้อมูลเชิงลึกอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับบริบทใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัยให้เติบโตอย่างมั่นคงในปี 2568 และในอนาคตต่อไป
สำหรับการจัดงาน Thailand Reinsurance Conference 2025 หรือ TRC 2025 ในปี 2568 สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) และ สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (TIBA) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Reinsurance Conference 2025 หรือ TRC 2025 ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “Unlocking Reinsurance Opportunities in a Changing Climate: Building Catastrophe Resilience in Thailand” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ ประเทศไทยการจัดงาน Thailand Reinsurance Conference 2025 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทย เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้จัดประชุมด้านการประกันภัยต่อในระดับนานาชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเรามักเห็นการจัดประชุมลักษณะนี้เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ อาทิ ฮ่องกง สิงคโปร์ หรือเมืองหลักในภูมิภาคอื่น ๆ โดยที่ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยต้องเดินทางไปร่วมงานในต่างประเทศอยู่เป็นประจำ ทั้งที่ในความเป็นจริงประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะในแง่ของปริมาณเบี้ยประกันภัยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง หรือจากการที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของบริษัทรับประกันภัยต่อและบริษัทนายหน้าประกันภัยต่อจากทั่วโลก ที่มักเดินทางมาเยี่ยมเยือนและพูดคุยกับบริษัทประกันภัยในประเทศอย่างสม่ำเสมอด้วยเหตุนี้ สมาคมฯ จึงมีความตั้งใจจัดให้มีเวทีระดับนานาชาติขึ้นภายใต้ชื่อ Thailand Reinsurance Conference เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทรับประกันภัยต่อและบริษัทนายหน้าประกันภัยต่อจากทั่วโลกได้มีโอกาสมาสัมผัส เข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้บริหารในภาคธุรกิจประกันวินาศภัยไทย ซึ่งเราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเวทีนี้จะเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านการประกันภัยต่อในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ระบบประกันภัยของภูมิภาคกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและพัฒนาอย่างรวดเร็ว และเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง การประชุมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเชื่อมั่นให้กับบริษัทรับประกันภัยต่อและบริษัทนายหน้าประกันภัยต่อทั่วโลกในการเข้ามาเชื่อมโยงกับตลาดประกันภัยของไทย ในปีแรกของการจัดงานนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากทั้งบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับภูมิภาคและระดับโลก อาทิ บริษัทรับประกันภัยต่อ (Reinsurers) บริษัทนายหน้าประกันภัยต่อ (Reinsurance Broker) บริษัทผู้สำรวจภัยและประเมินความเสียหาย (Surveyor & Loss Adjustor) รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องหลากหลายภาคส่วน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน การประชุมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมหนึ่งในปฏิทินของวงการประกันภัย หากแต่เป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงพลังของความร่วมมือ และเป็นภาพสะท้อนของความตั้งใจจริงที่เรามีต่อการยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยของไทยสู่ระดับสากล
“สมาคมประกันวินาศภัยไทย มุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เติบโตบนรากฐานที่มั่นคง พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัยให้ทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเน้นบทบาทสำคัญในการเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในทุกมิติของระบบเศรษฐกิจ ดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการพัฒนานโยบาย เทคโนโลยี และทรัพยากรบุคคลอย่างรอบด้าน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ รองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อความคาดหวังของสังคม และขับเคลื่อนให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”