กระทรวงอุตสาหกรรม จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นในพื้นที่สุราษฎร์ธานี

87

กระทรวงอุตสาหกรรม  จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นในการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้หัวข้อ “เคียงข้างผู้ประกอบการ สร้างอนาคตยั่งยืน” ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว มีผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 600 ราย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการปาฐกถาพิเศษว่า “กระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งมั่นที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย  สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน และสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ “สะดวก” “สะอาด” “โปร่งใส” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก โดยที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้เร่งยกระดับการบริการ ปรับบทบาทกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นการส่งเสริมสนับสนุน อำนวยความสะดวก ควบคู่ไปกับการตรวจสอบกำกับดูแลโรงงานตามกฎกติกาอย่างเข้มข้น เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชนและประชาชน และยังให้ความสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ดีได้รับการสนับสนุน ได้รับคำปรึกษา การพัฒนาฝึกอบรม ด้วยบริการที่สะดวก รวดเร็วจากเจ้าหน้าที่ในทุกช่องทาง เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างสมดุล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความพร้อมในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ “ในอุตสาหกรรมยุคใหม่ ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันด้านราคาจากการทุ่มตลาดจากสินค้าด้อยคุณภาพ ผู้บริโภคไม่ได้สนใจเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่ว่ายังให้ความสนใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตต้องถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของทุกคน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมถือเป็นภารกิจที่สำคัญในการส่งเสริมและให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก็ดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นสินค้าคุณภาพต่ำ ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาในตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์ มอก. สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในปัจจุบัน  ด้านสิ่งแวดล้อมเราก็ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น อาทิเช่น สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลอ้อยพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ น้ำตาลทรายสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ได้บริหารจัดการอ้อยและน้ำตาลทรายตลอดห่วงโซ่การผลิต ทำให้ในปีที่ผ่านมาสามารถส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวไร่ลดการเผาอ้อยลงเหลือเพียง 14% ซึ่งต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้เรายังเดินหน้าทำให้น้ำตาลทรายเป็นน้ำตาลสีเขียว ที่เพิ่มมูลค่าทั้งด้านราคาและคุณค่าของเสียที่เกิดจากขึ้นในกระบวนการ เช่น ใบอ้อยตัดสด ขณะนี้ กำลังอยู่ในกระบวนการพัฒนาไปสู่วัตถุดิบในการผลิตพลังงาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวไร่ต่อไป เป็นการปรับตัวนำอุตสาหกรรมนำการเกษตรมาสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ”

นอกจากนี้ อีกภารกิจหนึ่งที่สำคัญคือทำอย่างไรให้ประโยชน์หรือรายได้ของภาคอุตสาหกรรมกระจายไปถึงธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดย่อย ผ่านการดำเนินการที่หลากหลายแบบบูรณาการ อาทิ ลดต้นทุนด้านพลังงานทั้งระบบตั้งแต่ การอำนวยความสะดวกให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ การปรับกฎระเบียบให้ไม่ซับซ้อน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถติดตั้งแหล่งพลังงานสะอาด นอกจากนี้การนิคมอุตสาหกรรมก็ยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เน้นการปราบปรามนิคมเถื่อน ขยายพื้นที่เขตอุตสาหกรรมที่สร้างทั้งรายได้และต้องดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนด้วย

ด้าน ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุสาหกรรม เผยว่าสัมมนารับฟังความคิดเห็นในการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วัตถุประสงค์เพื่อลงพื้นที่ทำงานในเชิงรุก เพื่อส่งเสริมและยกศักยภาพภาคอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดสุราษฐานี ซึ่งได้รับความสนใจ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 600 ราย   รวมถึงมีผู้ประกอบการและสถาบันทางการเงิน ได้นำสินค้าและบริการมาจัดแสดงมากกว่า 30 บูธ โดยเชื่อมั่นว่า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ จะได้รับประโยชน์ และแรงบันดาลใจ และเห็นช่องทางในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่าง มั่นคง ยั่งยืน

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ มีอุตสาหกรรมที่สำคัญหลายแห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับผลผลิตทางการเกษตรและประมง เป็นต้นว่า อาหารทะเลแช่แข็ง น้ำมันปาล์มดิบ และยางพารา นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เช่น ยิบซั่ม โดโลไมต์ และบอลเคลย์ โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัด ประมาณ 730 โรงงาน”

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ คือ ผู้มีเลขทะเบียนจดแจ้งการจัดตั้งกิจการ เช่น สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัท บุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์/พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการมากมายที่สนใจเข้าร่วมงาน พร้อมเข้ารับคำปรึกษาในการปรับตัวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ทั้งด้านการจัดทำมาตรฐาน และการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจของตนต่อไป