สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 66/2568 เรื่อง ให้ใช้แบบและข้อความตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ การออกและส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว โปร่งใส และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล
โดยภายใต้คำสั่งดังกล่าว กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องจัดทำและออกกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยสามารถรับกรมธรรม์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถแสดงหลักฐานการมีประกันภัยได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการลดปัญหาเอกสารสูญหาย ชำรุด หรือหาไม่เจอ เมื่อต้องการเคลมประกันภัย เป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้ทันสมัยและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของเทคโนโลยีในระดับประเทศ โดยธุรกิจประกันภัยได้เตรียมความพร้อมแบบเต็มระบบ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี หรือการส่งมอบข้อมูล ซึ่งทำให้สามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านจากการออกกรมธรรม์ประกันภัย ในรูปแบบกระดาษสู่กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) ได้อย่างราบรื่น
การขับเคลื่อนกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยที่ก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์ของตนเองได้ง่ายขึ้น สามารถตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ ความคุ้มครอง รวมถึงวันหมดอายุของกรมธรรม์ได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ในขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกระทบสิทธิประโยชน์ของประชาชนหรือผู้เอาประกันภัยแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการให้เท่าทันกับยุคสมัย เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว โปร่งใส และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ตลอดจนเป็นการอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลการมีกรมธรรม์ประกันกันภัยของหน่วยงานภาครัฐ ทำให้การชำระภาษีรถประจำปีกับกรมการขนส่งทางบก รวมถึงการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยจากรถของโรงพยาบาลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น...
เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ได้เชิญชวนคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาร่วมกันจัดถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น รวมจำนวนกว่า 5,000 ชุด เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ สะท้อนถึงความตั้งใจในการเป็นพลังสนับสนุนสังคมไทยในยามวิกฤต
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ตระหนักดีว่าสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว การระดมจิตอาสามาร่วมจัดถุงยังชีพ คือ พลังแห่งความห่วงใยที่เราอยากส่งต่อให้พี่น้องประชาชนทุกคน เราพร้อมยืนเคียงข้างสังคมไทยและพร้อมช่วยเหลือในทุกช่วงเวลาที่จำเป็น”
สำหรับที่ผ่านมาในภาคกลาง บริษัทฯ มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นที่จัดเตรียมในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งได้ ส่งมอบผ่านภาครัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถเข้าถึงประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด เพื่อให้ความช่วยเหลือถูกกระจายไปถึงผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด โดยส่งมอบผ่าน นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้กระทรวงฯ นำไปมอบต่อแก่
ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท และอุทัยธานี
พร้อมกันนี้ เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มีแผนที่จะร่วมลงพื้นที่ใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา...
นายสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายภูดิท พุ่มสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับ คนกลางและประกันภัยภูมิภาค ส่งมอบอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพให้แก่ “ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์” กระทรวงการคลัง เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
ในการนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ให้เกียรติรับมอบสิ่งของ ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568
การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของมิตรแท้ประกันภัยในการอยู่เคียงข้างสังคมไทยด้วยความ “จริงใจ เปิดเผย” พร้อมให้ความช่วยเหลือในทุกสถานการณ์ เพื่อร่วมบรรเทาผลกระทบและช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน
เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคกลางและภาคใต้ ผ่านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง
ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายสหพล พลปัถพี รองกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนบริษัทฯ ในการส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย...
“รูมเควสท์” (RoomQuest) เปิดตัวระบบการจัดการโรงแรมที่ผสานระบบอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Automation) อย่างเต็มรูปแบบ โดยรูมเควสท์นับเป็นเครือโรงแรมแห่งแรกของโลกที่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์มาขับเคลื่อนธุรกิจ ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่รูมเควสท์พัฒนาร่วมกับ “ออบเซียน เทคโนโลจีส์” (Opsian Technologies) โดยประธานกรรมการบริหาร นายแพทริค เนบา แฟบส์ เช พันธมิตรด้านเอไอทรานส์ฟอร์เมชันในสหรัฐอเมริกานี้ นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการขยายธุรกิจโรงแรม นับเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมการบริการระดับโลก
ภายใต้การนำของพีรวัส หาญศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รูมเควสท์ จำกัด บริษัทฯ พร้อมก้าวไปเป็นเครือโรงแรมแห่งแรกของโลกที่นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติแบบบูรณาการมาใช้ในทุกส่วนของการดำเนินงาน โดยรูมเควสท์ได้เริ่มนำระบบนี้เข้ามาใช้ในธุรกิจแล้ว ระยะแรกเริ่มใช้ในบางส่วนของธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และคาดว่าจะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบครบทุกโรงแรมในเครือในเดือนเมษายน 2569
วิสัยทัศน์ของพีรวัสมีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่า ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ควรเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานในธุรกิจโรงแรม ทั้งในเรื่องการช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และช่วยให้ทีมงานสามารถมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับแขกผู้เข้าพักอย่างเต็มที่ กลยุทธ์ของเขาเน้นการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การออกแบบระบบที่ช่วยขยายธุรกิจได้ ตลอดจนการขยายแบรนด์ในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าโรงแรมพันธมิตรจะได้รับประโยชน์ ไม่เพียงแต่จากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่สูงขึ้นในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมอบความคล่องตัวในระยะยาว ภายใต้ภูมิทัศน์ของธุรกิจการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา หลักการเหล่านี้ทำให้พีรวัสกลายเป็นผู้บุกเบิกในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานในธุรกิจโรงแรมยุคใหม่ และภายใต้การนำของเขา...
นายสุกันต์ เดชเจริญ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 5 (ภาคใต้) ด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนส่งมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ถุง ให้กับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมกันนี้ กลุ่มวิริยะจิตอาสา ในสังกัดฝ่ายปฏิบัติการภาค 5 (ภาคใต้) ยังได้ร่วมแรงร่วมใจลำเลียงถุงยังชีพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาในการกระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์สู่ประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที สะท้อนเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ ณ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอส่งมอบกำลังใจและความห่วงใยแก่ผู้ประสบภัยทุกท่าน ให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย โดยบริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมฟื้นฟูและเยียวยาให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้ในเร็ววัน
ท่ามกลางวิกฤตการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคใต้ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน และขอยืนยันความพร้อมในการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง
โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2568 คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันจัดเตรียมชุดอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นอย่างเร่งด่วนกว่า 2,500 ถุง พร้อมลำเลียงถุงยังชีพทั้งหมดไปยัง โครงการ ปาล์มสปริงส์ เบนเนท @สนามบิน หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางพักของเพื่อกระจายการช่วยเหลือต่อไป
ศุภาลัย มีภารกิจในการส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ลูกบ้านใน 14 โครงการ ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด รวมถึงการดูแลบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน และพนักงานโครงการทุกท่าน นอกจากนี้ ศุภาลัยยังได้รับการสนับสนุนจากทีมพนักงานในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ซึ่งพร้อมร่วมสมทบกำลังและดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมและเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเคียงข้างลูกบ้านและชุมชนในทุกสถานการณ์ พร้อมดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตครั้งนี้
จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัดในขณะนี้ ซึ่งจังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบสูงที่สุด ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 320,887 ครัวเรือน นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัยได้ผนึกกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่ประสบเหตุอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่ประสบวิกฤตหนักที่สุดหลังจากสถานการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2553
จากข้อมูลความเสียหายด้านการประกันภัยล่าสุด ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 พบว่า บริษัทประกันภัยได้รับแจ้งความเสียหายจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเบื้องต้นเป็นการแจ้งความเสียหายรถยนต์ จำนวน 1,258 คัน และแจ้ง ความเสียหายทรัพย์สินและอื่น ๆ อีกกว่า 506 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ สำนักงาน คปภ. ร่วมกับบริษัทประกันภัย ได้มีมาตรการรับมือ ในเชิงป้องกันให้กับผู้เอาประกันภัย เช่น การแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยเคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นบนที่สูง การใช้รถยกและรถลากเคลื่อนย้ายรถเพื่อให้พ้นจากระดับน้ำ ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและประชาชนเบื้องต้น โดยเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าที่ได้มีการประเมินความเสียหายไว้ล่วงหน้า จึงคาดว่าความเสียหายต่อรถยนต์และทรัพย์สินของประชาชนจะมีมากกว่านี้
สำหรับมาตรการการช่วยเหลือจากภาคประกันภัย กำลังส่งต่อไปยังพี่น้องภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงาน...
บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย แสดงความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) ศูนย์กลางการรักษาพยาบาลที่สำคัญของภาคใต้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมากภายใต้สถานการณ์น้ำท่วมที่ท้าทาย โดยสามารถจัดส่งออกซิเจนเหลวถึงที่หมายได้เรียบร้อย รวมถึงเร่งลำเลียงท่อสำรองสำหรับบรรจุออกซิเจนและอุปกรณ์จำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย
บีไอจีได้ดำเนินการจัดส่งออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้เป็นที่เรียบร้อย และมีทีมวิศวกรได้เข้าประจำพื้นที่เพื่อรับมือเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัย ในขณะที่ท่อออกซิเจนสำรองและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องคาดว่าจะสามารถลำเลียงถึงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) ภายในคืนวันนี้ (26 พ.ย. 68) เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน
คุณอรลา เจริญลาภ Chief Finance Officer บีไอจี กล่าวว่า “บีไอจีตระหนักถึงความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ จึงเร่งจัดส่งออกซิเจนให้โรงพยาบาลสงขลานครินทร์โดยทันที พร้อมได้รับความช่วยเหลือในการลำเลียงจากกองทัพภาคที่ 4 ค่ายเสนาณรงค์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบีไอจีจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่”
บีไอจีได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดส่งเป็นไปอย่างราบรื่นและทันต่อความต้องการ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพตามมาตรฐาน แม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากภัยพิบัติครั้งนี้
บมจ. โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เปิดตัวสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ "โตเกียว กู๊ด เฮลธ์ โบนัส" (Tokio Good Health Bonus) มอบความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลวงเงินสูงเริ่มต้น 1 ล้านบาท รวมสูงสุดถึง 30 ล้านบาท พร้อมผลประโยชน์ส่วนลดเบี้ยสำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพดี
คุณพงษ์ นิเวศน์ปฐมวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดองค์กร กล่าวว่า "ในยุคปัจจุบันที่ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรักษาโรคร้ายแรงและการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องมีความคุ้มครองที่เพียงพอ สัญญาเพิ่มเติม 'โตเกียว กู๊ด เฮลธ์ โบนัส' จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้ ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 30 ล้านบาท
ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการความคุ้มครองสูง ผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินในระยะยาว รวมถึงผู้ที่ใส่ใจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบส่วนลดเบี้ยประกันภัย นอกจากนี้ยังเหมาะกับครอบครัวที่มีลูกอายุตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไป ที่ต้องการวางรากฐานความคุ้มครองสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ และสามารถต่ออายุไปจนถึงอายุ 84 ปี
จุดเด่นที่น่าสนใจคือ เราต้องการส่งเสริมให้ผู้เอาประกันภัยใส่ใจดูแลสุขภาพตนเอง ด้วยการมอบส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุดถึง 30% สำหรับผู้ที่ไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนติดต่อกัน...





































