วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2026

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวถึงการจัดตั้ง ‘MadamePang Friends Club’ ว่า “ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ปัจจุบันเกิดปรากฎการณ์ New High ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงมากขึ้นต่อเนื่อง จนมีปัญหาด้านต่าง ๆ ตามมาอีกมาก จึงเกิดการรักษาตัวในรูปแบบใหม่ขึ้น ทั้งการรักษาภายในบริเวณบ้าน (Home Isolation) และการรักษาตัวในศูนย์พักคอยประจำชุมชน (Community Isolation) ขึ้น ซึ่งการรักษาตัวสองแบบนี้ รวมถึงการรอคอยการรักษา อาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความเครียด จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของตัวผู้ป่วยและคนรอบข้างได้ เมืองไทยประกันภัย จึงร่วมกับ มูลนิธิมาดามแป้ง ตั้งศูนย์บริการนี้ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม หลังทดลองทำในช่องทางออนไลน์มาแล้วหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา”               นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับบริการจาก ‘Madame Pang Friends Club’ เบอร์ 0 2290 7979  และ Line...
            ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้สถานพยาบาลมีจำนวนเตียงไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ผู้ป่วยบางส่วนจึงจำเป็นต้องเข้าระบบการรักษาตัวในรูปแบบของการดูแลผู้ติดเชื้อที่บ้าน (Home Isolation) และการดูแลผู้ติดเชื้อด้วยระบบชุมชน (Community Isolation) บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI จึงอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ทำประกันภัยโควิด-19 ในการดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทย             ทั้งนี้ รายละเอียดการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยโควิด ซึ่งเข้าระบบการรักษาในรูปแบบ Home Isolation หรือ Community Isolation   มีดังนี้             1.         ความคุ้มครองแบบเจอ จ่าย จบ  กรณีไม่มีใบรับรองแพทย์ สามารถใช้เอกสารแสดงผลการติดเชื้อ COVID-19 แบบ RT-PCR จากหน่วยงานตรวจที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับหลักฐานอื่นได้ เช่น หลักฐานการลงทะเบียนผู้ป่วยโควิด หลักฐานการติดต่อโรงพยาบาล เป็นต้น             2.         กรณีโคม่า/เจ็บป่วยร้ายแรงระยะสุดท้าย รวมถึงการเสียชีวิตจากโควิด รับความคุ้มครองตามทุนประกันภัย            ...
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต นำโดยคุณพลเดช จันทพงษ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาวุโส ดูแลภูมิภาคกรุงเทพฯ และตะวันออก คุณธนพงศ์ จันทิมา ผู้อำนวยการภูมิภาคกรุงเทพฯ ฝ่ายขายช่องทางตัวแทน พร้อมด้วย คุณสมรัฐ กุลจารุโอภาส ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด จัดทำโครงการ ปันรัก ปันอิ่ม - MEALS OF LOVE ส่งพลังความรักดูแลคนไทยให้มีแรงสู้ต่อ ด้วยการช่วยอุดหนุนผลไม้จากเกษตรกรชาวใต้ที่กำลังประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ พร้อมกันนี้ยังได้จัดเตรียมอาหารกล่องจากร้านค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID–19 พร้อมน้ำดื่มไทยสมุทร รวมแล้วกว่า 600 ชุด ส่งมอบให้กับพี่น้องในชุมชนต่าง ๆ และโรงพยาบาลสนามในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยจับมือกับ Start up ยุค New Normal “PokPok รถอาหารแสนอร่อย” และ โครงการจิตอาสา Food For...
แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ  ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง  และ ผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ รับมอบเงิน จำนวน 100,000 บาท จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี คุณดลเดช  สัจจวีระกุล  รองกรรมการผู้จัดการ  เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบ เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือที่ยังขาดแคลนเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการทำงาน อันเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้มอบถังสำหรับจัดทิ้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้แล้ว เช่น  เข็มฉีดยา หรืออุปกรณ์ที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนติดเชื้อ จำนวน 500 ใบ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายแก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้จัดเก็บขยะภายในศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ  ณ สถานีกลางบางซื่อ ถนนกำแพงเพชร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร             บริษัทฯ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ได้โดยเร็วและครอบคลุมมากที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศ และบริษัทฯ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนชาวไทย ก้าวผ่านพ้นวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปด้วยกัน
บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ NSI สนับสนุนข้าวกล่องเพื่อผู้ป่วยโควิด-19 ในศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยมีคุณศิริชัย แสงเทียนประไพ รองผู้จัดการฝ่ายกิจการตลาด เป็นตัวแทนมอบให้แก่คุณวิราวรรณ บุดดา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตบางซื่อ ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความช่วยเหลือให้ชุมชนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 โดยขอเป็นกำลังใจให้คนไทยสามารถก้าวผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว ทางเชื่อมสกายวอล์กจากบีทีเอสเซนต์หลุยส์ เข้าสู่อาคาร “เอไอเอ สาทร ทาวเวอร์” เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์อำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางแก่คนในชุมชน พนักงานออฟฟิศ ตลอดจนผู้สัญจรไปมา ตอกย้ำคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ที่มุ่งสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น เสริมแกร่งเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ ยืนหนึ่งในฐานะอาคารสำนักงานให้เช่าเกรดเอระดับพรีเมี่ยมย่าน CBD ของกรุงเทพฯ  ทั้งยังมุ่งอนุรักษ์​พลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วยมาตรฐาน LEED EBOM ระดับ Platinum Level พร้อมอีกหลากหลายรางวัลจากเวทีระดับโลก             นายกฤษณ์ จันทโนทก  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “นับตั้งแต่บริษัท​ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ร่วมกับกลุ่มบริษัทเอไอเอ เปิดให้บริการสถานีเซนต์หลุยส์ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในย่านสาทร ซอยเซนต์หลุยส์​...
การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology and Innovation Support Centers  หรือ TISC) นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยยกระดับคุณภาพของงานวิจัย จากการใช้ระบบข้อมูลทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก สามารถยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้กับบุคลากรของมหาวิทยาลัย ผลักดันงานวิจัยเพื่อสร้างเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนวัตกรรมด้วยทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยการอนุญาตให้ใช้สิทธิผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมทั้งสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีมูลค่าสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรม  มุ่งเน้นการบูรณาการในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เกิดระบบนิเวศน์ของนักคิด นักการตลาด และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับนานาชาติ  ซึ่งปัจจุบันศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TISC) มีอยู่ 80 ประเทศทั่วโลก เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เป็นต้น เป็นเครือข่ายในการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ของนักวิจัยและนักนวัตกรรมจาก 900 ศูนย์              กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือ DIP ได้ร่วมกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization หรือ WIPO) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยในภูมิภาคต่างๆ ของไทย จัดตั้งศูนย์ TISC ขึ้นในหน่วยงาน เพื่อเป็นศูนย์กลางและแหล่งข้อมูลของนักนวัตกรรมจากทั่วโลก สนับสนุนให้นักประดิษฐ์ นักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษาได้เข้าถึงข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา สถิติ และเทคโนโลยีด้านต่างๆ  อันจะส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ พัฒนา และมีประสิทธิภาพต่อบุคลากรและหน่วยงาน...
กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับสถาบันการศึกษา 10 แห่ง ลงนาม MOU จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology and Innovation Support Center: TISC) ตั้งเป้าหมายให้คนไทยเป็นเจ้าของสิทธิบัตรและนวัตกรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยยกระดับสินค้าและบริการทัดเทียมประเทศคู่ค้าต่างชาติ           นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสร้างแต้มต่อให้กับภาคธุรกิจ กรมฯ จึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อตอบโจทย์ประชาชนและภาคธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายสถาบันการศึกษาซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างคน สร้างความรู้ และสร้างนวัตกรรม จึงเป็นที่มาของการทำความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและสถาบันการศึกษา เพื่อจัดตั้งศูนย์ TISC เป็นตัวกลางในการเชื่อมกลุ่มผู้สร้างสรรค์และกลุ่มผู้ใช้งานสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง”           กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีความร่วมมือในรูปแบบของ MOU กับสถาบันการศึกษา 10 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการเข้าถึงกลุ่มนักประดิษฐ์ นักวิจัย และผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด           “เป้าหมายสำคัญของการจัดตั้งศูนย์...
ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในโลกยุคปัจจุบัน หนึ่งในปัจจัยสำคัญตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ข้อ 12 ที่ว่าด้วยการบริโภคด้วยความรับผิดชอบ (Responsible Consumption) คือ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วนั้น ให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน             ด้วยสำนึกในความเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ในช่วงวิกฤติCOVID-19 จึงไม่อาจนิ่งเฉยต่อความทุกข์ยากของคนในชุมชน เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีที่ตั้ง ณ ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดสรรปรับปรุงอาคาร "ห้องเรียนปลายเนิน" ซึ่งเดิมใช้เพื่อการเรียนการสอนของอาจารย์ชาวต่างประเทศ และอาคาร "บ้านกลางน้ำ" ซึ่งใช้ทำกิจกรรมของนักศึกษา เป็น "ศูนย์พักคอยกันภัยมหิดล" (Mahidol University Community Isolation - MUCI) ตรวจคัดกรองและดูแลอาการของผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในเบื้องต้น ขนาด 20 เตียง เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่เป็นชาวชุมชนตำบลเขาทอง ซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดสีแดงเข้ม 29 จังหวัดของประเทศ และประสบปัญหาโรงพยาบาลชุมชนประจำท้องถิ่นเตียงเต็มจนไม่สามารถรับผู้ป่วยเพิ่ม พร้อมจัด 2 สูตรยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนเพื่อการบำรุงและรักษาอาการของโรค COVID-19             อาจารย์ แพทย์หญิงมนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า วิทยาเขตนครสวรรค์ มีความพร้อมทั้งในด้านอาคารสถานที่ บุคลากรทางการแพทย์ องค์ความรู้ด้านส่งเสริมสุขภาวะ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น โดยได้มีการจัดตั้ง "ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์" เพื่อเป็นที่พึ่งทางสุขภาวะของประชาชนในชุมชนมาเป็นเวลากว่า 2 ปี เมื่อเร็วๆ นี้ได้ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาทอง โรงพยาบาลพยุหะคีรี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลเขาทอง และวัดเขาทอง เปิดศูนย์พักคอยกันภัยมหิดล (Mahidol University Community Isolation - MUCI) ขึ้น ภายในวิทยาเขตฯ โดยรับผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการไปจนถึงมีอาการเล็กน้อย มาพักคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ในอาคารซึ่งปรับปรุงจากอาคารเรียนและอาคารทำกิจกรรมที่อยู่แยกจากพื้นที่หลักของวิทยาเขตฯ โดยมีนักศึกษาและบุคลากรของวิทยาเขตฯ พร้อมต้อนรับช่วยเหลือ             "ปัญหาโรคระบาด ถือเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดปรากฏการณ์พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั่วประเทศ จนโรงพยาบาลต่างๆ ไม่สามารถรองรับได้ และมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกปฏิเสธจากบางชุมชนที่ตนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งการที่ชาวชุมชนตำบลเขาทองได้ร่วมแรงร่วมใจทำ Community Isolation ให้เกิดขึ้นนี้ คาดว่าจะสามารถช่วยจุดประกายให้ชุมชนอื่นๆ ได้ต่อไป โดยจะไม่มองว่าเป็นปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล และเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ต่อไปได้" อาจารย์ แพทย์หญิงมนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ กล่าว             นอกจากการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการปรับปรุงอาคาร "ห้องเรียนปลายเนิน" และอาคาร "บ้านกลางน้ำ" ให้เป็น "ศูนย์พักคอยกันภัยมหิดล" (Mahidol University Community Isolation - MUCI) แล้วศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีความโดดเด่นด้านแพทย์แผนจีน ยังได้คิดค้นสูตรยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนสำหรับผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่มาพำนักที่ ศูนย์พักคอยกันภัยมหิดล (Mahidol University Community Isolation - MUCI) จากยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนที่มีอยู่แล้วของแผนกแพทย์แผนจีน ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ ถึง 2 สูตรด้วยกัน แพทย์แผนจีน ธนัตเทพ เตระทวีดุลย์ หัวหน้าฝ่ายแพทย์ทางเลือก ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้เปิดเผยถึง 2 สูตรยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนที่ทางศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จัดไว้ในลักษณะบรรจุเสร็จสำหรับผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่มาพำนักที่ ศูนย์พักคอยกันภัยมหิดล" ตลอด14 วันว่า ได้มาจากการศึกษาวิจัยของจีนซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลาย แล้วนำมาปรับเป็นสูตรเฉพาะของศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์             ซึ่งยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนสูตร 1 ที่จัดสำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการจะเป็นยาบำรุง ส่วนยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนสูตร 2 จัดสำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย ให้ดื่มได้ตามความสมัครใจ 1 ซอง / 1 มื้อ เช้า - เย็น โดย แพทย์แผนจีนธนัตเทพ เตระทวีดุลย์ ได้กล่าวถึงตัวยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนหลักที่ใช้เป็นยาบำรุงว่า มี 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ "ปักคี้" ที่มีรสหวาน สรรพคุณบำรุงปอด และลดอาการบวม "ไป๋จู๋" ที่มีรสขมและหวาน บำรุงม้าม ขับปัสสาวะ และระงับเหงื่อ และ"ฝางเฝิง" ที่มีรสเผ็ดและหวาน บำรุงตับ ระงับปวด และป้องกันไข้หวัด              โดยยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนทั้ง 3 ชนิดนี้รวมกันเป็นตำรับ "ยวี่ผิงเฟิงซ่าน" ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีใช้มาอย่างยาวนาน โดยเป็นยาที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นระบบย่อยอาหารบำรุงปอด และม้าม มีฤทธิ์ขับพิษอ่อนๆ ส่วนยาเพื่อการรักษาควรจัดโดยแพทย์แผนจีนเท่านั้น ไม่ควรหามารับประทานเอง             แพทย์แผนจีน ธนัตเทพ เตระทวีดุลย์ ได้กล่าวให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงการใช้ยาสมุนไพรแพทย์แผนจีน ควบคู่กับยาสมุนไพรแพทย์แผนไทยว่าสามารถทำได้ โดยยาสมุนไพรบางชนิดที่ใช้ทั้งในแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทยก็มี เช่น ดอกคำฝอย (หงฮวา) ชะเอมเทศ (กำเช่า) โกฐเชียง (ตังกุยเหว่ย) ฯลฯ ส่วนยาที่ไม่ควรรับประทานร่วมกันก็มี เช่น ยาสมุนไพรแพทย์แผนจีน "เหลียนฮัวชิงเวินเจียวหนัง" ซึ่งที่มีฤทธิ์เย็นใช้รักษาโรค COVID-19 หากรับประทานร่วมกับยาสมุนไพรแพทย์แผนไทย "ฟ้าทะลายโจร" ซึ่งใช้รักษาโรคCOVID-19 และมีฤทธิ์เย็นเช่นเดียวกัน ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการไข้ไม่สูงมาก จะทำให้ร่างกายเกิดความเย็นที่มากจนเกินไป เป็นต้น ทั้งนี้ ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์แผนจีนก่อนการรับประทานยาทุกครั้ง             เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง ในเร็ววันนี้จะได้มีการเผยแพร่สูตรสมุนไพรยาแพทย์แผนจีนทั้ง 2 สูตรของศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ ทางFacebook : "ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์" และ "แผนกแพทย์แผนจีน ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์" ต่อไป โดยประชาชนผู้สนใจสามารถติดตามและสอบถามรายละเอียดได้ทาง inbox ของทั้ง 2 เพจดังกล่าว
ทูตพาณิชญี่ปุ่นขานรับนโยบาย ‘จุรินทร์’ เผย Smart Textiles  อนาคตใหม่ของสินค้าสิ่งทอในญี่ปุ่นโต คาดการกว่า 2000% มูลค่าสูงถึง 6.5 พันล้านบาท  ในปี 2030  แนะผู้ประกอบการสิ่งทอไทยติดตามวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีหวังเพิ่มโอกาสแข่งขันเวทีโลก             นางสาวพรรณณี สุวรรณธุปินตัน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮิโรชิมา เปิดเผยว่า  รัฐบาลญี่ปุ่นมองเห็นความสำคัญของ Smart Textiles ว่าเป็นสินค้าใหม่ที่จะเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น  โดยจะเป็นการปฏิวัติขนานใหญ่ของแนวคิดเกี่ยวกับสินค้าสิ่งทอที่เคยมีมา สำนักงานฯจึงได้ติดตามและหาช่องทางการขยายการส่งออกตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิช ในฐานะเซลล์แมนประเทศ             Smart Textiles (สิ่งทออัจฉริยะ) ที่มีความล้ำยุคทางเทคโนโลยี ซึ่งทำหน้าที่ได้หลากหลายต่างไปจากผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เคยมีมา ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้  ตั้งแต่ในทศวรรษ 1980  ได้เริ่มมีการนำอุปกรณ์แสดงแสงสีติดเข้ากับเสื้อผ้า และพัฒนาเรื่อยมาจนในที่สุดสามารถทำให้วัสดุสิ่งทอเป็นสื่อส่งกระแสไฟฟ้าได้              ในปี 2017 METI ได้จัดตั้ง “กลุ่มศึกษาเกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพชีวิตโดยการใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น IoT ในสินค้าสำหรับชีวิตประจำวัน” โดยมีจุดประสงค์เพื่อการรวบรวมข้อมูลสถานะปัจจุบันของสาขาดิจิทัล โดยเฉพาะ...