วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2026

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยถึง แนวทางการดำเนินงานและภารกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในปี 2563 เกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจสำนักงานบัญชี ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในด้านการจัดทำและนำเสนอตัวเลขทางธุรกิจในรูปแบบของรายงานทางการเงินแก่ภาคธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีให้มีความเป็นมืออาชีพและมีธรรมาภิบาล ได้ตระหนักถึงความสำคัญต่อการพัฒนาและเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการบัญชีให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น กรมฯ จึงมีนโยบายและแผนงานที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีได้เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่ององค์ความรู้และเครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีให้พร้อมรับกับระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้สำนักงานบัญชีคุณภาพสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางด้านการบัญชีและการบริหารจัดการ ตลอดจนปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็นสำนักงานบัญชีดิจิทัล (Digital Accounting Firm) โดยใน ปี 2563 กรมฯ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชี และการเปลี่ยนแปลงเป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพสู่สำนักบัญชีดิจิทัล (Transform to Digital Accounting Firm) เช่น การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือหุ่นยนต์ (Robot) มาใช้ในการทำบัญชี การประมวลผล การวิเคราะห์ข้อมูล  เป็นต้น กำหนดหลักเกณฑ์ โครงสร้าง และรูปแบบของสำนักงานบัญชีดิจิทัล โดยคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาหาเครื่องมือและโปรแกรมที่มีความเหมาะสมกับธุรกิจสำนักงานบัญชี เพื่อให้สำนักงานบัญชีคุณภาพนำไปใช้ในการดำเนินการและวัดผลแบบ Self-Assessment จัดประกวดสำนักงานบัญชีคุณภาพที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นสำนักงานบัญชีดิจิทัลที่สามารถให้บริการลูกค้าด้วยเทคโนโลยีได้ครบวงจร พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลสำนักงานบัญชีดิจิทัลดีเด่น เพื่อกระตุ้นให้สำนักงานบัญชีเกิดการตื่นตัว กรมฯ...
กระทรวงพลังงานแถลงชี้แจงความพร้อมรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลางกรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทั้งด้านปริมาณสำรอง และการดูแลเรื่องราคาพลังงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างประเทศสหรัฐฯและอิหร่านที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกว่า ทางกระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินและเตรียมการหากเกิดสถานการณ์ที่วิกฤตเพิ่มขึ้น โดยในวันนี้ได้มีการประชุมหารือและได้เตรียมการที่สำคัญ ดังนี้ ด้านปริมาณสำรอง ปัจจุบัน ณ วันที่ 5 มกราคม 2563 ไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบประมาณ 2,988 ล้านลิตร ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่งอีก 1,144 ล้านลิตร น้ำมันสำเร็จรูป 1,468 ล้านลิตร รวมจำนวนวันที่สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ทั้งหมด 50 วัน ส่วนปริมาณสำรองก๊าซ LPG ทั้งหมดประมาณ 101 ล้านกิโลกรัม สำรองได้ 17 วันสำหรับใช้ในภาคครัวเรือน ทั้งนี้ ได้มีการบริหารจัดการเพื่อกระจายความเสี่ยงระยะยาว โดยกลุ่ม ปตท. ได้ปรับลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางที่เคยสูงถึงกว่า 74% และล่าสุดปรับลดเหลือประมาณ 50% ด้านการผลิตปิโตรเลียมในประเทศ ปัจจุบันผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 1.3 แสนบาร์เรล/วัน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะขอความร่วมมือในการงดส่งออกน้ำมันดิบซึ่งจะได้ปริมาณน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้นประมาณ 25,000...
อิหร่านเป็นประเทศที่มีบทบาทหลักในการควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การเดินเรือกว่า 20% ของโลกใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากมีการปิดเส้นทาง เรือบรรทุกน้ำมันและสินค้าจะไม่สามารถใช้ช่องแคบเพื่อเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียได้ นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวถึง ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เพื่อสังหารนายพล กัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังหน่วยรบพิเศษ Quds Force ทหารคนสำคัญของผู้นำสูงสุดอิหร่าน เมื่อเช้าวันที่ 3 ม.ค. 63 ว่าทางการสหรัฐฯ ให้เหตุผลการโจมตีดังกล่าวว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อปิดความเสี่ยงและรักษาความปลอดภัย ภายหลังมีรายงานความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นภัยต่อทูตและพลเมืองอเมริกันในพื้นที่ ขณะที่อิหร่านประกาศพร้อมออกมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด นางสาวพิมพ์ชนก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค และสร้างความผันผวนแก่ตลาดเงินและตลาดทุน โดยประเมินว่า ในระยะสั้น ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยวานนี้ (3 ม.ค. 62) ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 4% และมีแนวโน้มว่าปรับตัวขึ้นอีกหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวจะกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ และสนับสนุนให้ราคาทองคำปรับสูงขึ้น ในระยะกลาง-ยาว สนค. ประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวกระทบความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุน และอาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเล็กน้อย แต่คาดว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมน่าจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยบวกด้านอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาผลกระทบ เช่น...
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เร่งขับเคลื่อนนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากให้เป็นรูปธรรม ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจติดตามความพร้อมของการดำเนินการให้เกิดโรงไฟฟ้าชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม และเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ที่พร้อมปรับปรุงระบบรองรับพืชพลังงานหญ้าเนเปียร์เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ตามกรอบนโยบายเร่งด่วน Quick Win นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ตรวจติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนผลักดันนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างครอบคลุมจังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยมีนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและคณะให้การต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีในครั้งนี้ มีภารกิจสำคัญคือ การประชุมหารือร่วมกับ 4 จังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี และติดตามการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานตามนโยบายที่ได้มอบหมายไว้ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก สถานีพลังงานชุมชน การของบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อการแก้ปัญหาภัยแล้ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง รวมถึงการติดตามพื้นที่ที่ต้องการความมั่นคงด้านไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งภาพรวมขณะนี้ อยู่ระหว่างการเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมตามนโยบายที่ได้มอบหมายไว้ โดยในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น ได้ผ่านความเห็นชอบเกี่ยวกับเงื่อนไขหลักเกณฑ์การจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ในปี 2563...
ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้นประมาณ 75,000 ตัน/วัน  ขณะที่เราก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเน้นความสำคัญการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด  เมื่อเร็วๆนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้จัดงานเสวนาเรื่อง”From Waste To Energy…โรงไฟฟ้าจากขยะ” งานวิศวกรรมแห่งชาติ62 ณ อิมแพ็คโฟรั่ม  เพื่ออัพเดทองค์ความรู้และแนวทางธุรกิจพลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อมและอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาสนับนุน ทำให้มีการนำขยะหมุนเวียนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานไฟฟ้า รศ.เกียรติไกร อายุวัฒน์ หัวหน้าศูนย์วิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศไทยควรต้องมีวิธีการจัดการปัญหาขยะหลายทางเลือกและให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยต้องได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยด้วย การจัดการขยะด้วยวิธีการฝังกลบ (Landfill) เป็นอีกหนึ่งหนทางในการจัดการขยะแบบหมุนเวียน ตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายขยะให้กลายสภาพเป็นก๊าซมีเทน สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เมื่อก๊าซหมดก็สามารถขุดขยะขึ้นมาคัดแยกก็จะได้เศษไปเป็นเชื้อเพลิงได้อีก และยังเป็นการหมุนเวียนใช้ที่ดินเดิมสร้างบ่อฝังกลบใหม่ได้อีกครั้ง ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและประเทศไทย โดยได้เริ่มศึกษาวิจัยต่อยอดโครงการบ่อขยะฝังกลบที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่รองรับขยะจากกรุงเทพฯ ประมาณวันละ 3,000 ตัน พบว่าปัญหาขยะส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นขยะมูลฝอยที่มีความชื้นสูง ส่งผลให้ก๊าซมีเทน ที่ได้ไม่มีความเสถียร จึงคิดค้นและพัฒนาระบบการวางท่อแบบใหม่ ใช้เวลา 6...
ธุรกิจร้านอาหารในปี 2563 นี้ ถือว่าต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรง แรงกดดันจากต้นทุนที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรของธุรกิจ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ซับซ้อนมากขึ้น ประกอบกับบทบาทของเทคโนโลยีที่ส่งผลให้รูปแบบการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้การปรับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ขยายพอร์ทสินค้าธุรกิจของตนเพื่อมาชิงส่วนแบ่งการขาย ส่งผลให้เกิดความท้าทายต่อผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดกลางและเล็กที่พยายามแข่งขันเพื่ออยู่รอด รวมไปถึงผู้ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้ ทั้งนี้เพื่อที่จะสามารถบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยท้าทายต่างๆผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนี้ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างตัวตนของร้านผ่านเครื่องมือต่างๆ เนี่องจากการแข่งขันที่รุนแรงและการหดตัวของยอดขายเป็นปัจจัยท้าทายที่สำคัญอย่างมากในสภาวะปัจจุบัน ดังนั้นการขยายช่องทางเพื่อเพิ่มจำนวนยอดขายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้ประกอบการอาจเลือกใช้ช่องทางที่ต่างกันตามทรัพยากรและโครงสร้างต้นทุนของร้าน เช่น การใช้ Food Delivery Application เพื่อขยายช่องทางเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มยอดขาย อย่างไรก็ดีจำเป็นต้องพิจารณาถึงต้นทุนและผลกำไรของตนประกอบด้วย เนื่องจากค่าธรรมเนียมของบริการดังกล่าวอาจสูงถึงร้อยละ 30 ของราคาขายอาหาร สร้างความแตกต่างผ่านการเพิ่มคุณค่าของสินค้า/บริการ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลาและมีแนวโน้มที่จะเข้ามาใช้บริการร้านเดิมๆน้อยลง ประกอบกับตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างและเพิ่มความใส่ใจต่อสินค้าและบริการของตน เช่น การนำวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีเฉพาะพื้นที่นั้นๆมาทำเป็นอาหาร หรือการนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็น ภาชนะ เป็นต้น โดยถึงแม้จะเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น แต่หากสามารถเพิ่มหรือรักษาฐานลูกค้าประจำไว้ได้ ก็อาจเป็นการลงทุนที่สร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ปรับกระบวนการทางธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของเทคโนโลยี ส่งผลให้ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของร้านอาหารถูกขยายไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารจำเป็นต้องพิจารณาและศึกษากระบวนการทางธุรกิจให้ครอบคลุมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจรวมไปถึงรักษาระดับความพอใจของผู้บริโภค เช่น การปรับหน้าที่ของพนักงานบางตำแหน่งในช่วงระยะเวลาเร่งด่วน ซึ่งอาจเกิดกระบวนการคอขวดหรือความผิดพลาดขึ้นมาได้ หรือการปรับรูปแบบของบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สามารถเก็บรักษารสชาติและองค์ประกอบของอาหารได้นานกว่าเดิม เป็นต้น โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย...
สจล. จับมือฝรั่งเศส เตรียมเปิดโรงเรียน “เอกอล 42 แบงค็อก” พร้อมกับญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เพียง 3 แห่งในเอเชีย และหนึ่งเดียวในอาเซียน รุกปั้นโปรแกรมเมอร์ระดับโลก ให้ทุกคนเรียนฟรี ตอบรับกระแสการเรียนรู้ในโลกดิสรัปชัน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับโรงเรียนสอนนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ลงนามความร่วมมือจัดตั้ง “เอกอล 42 แบงค็อก” (Ecole 42 Bangkok) สถาบันการเรียนการสอนโปรแกรมเมอร์ยอดมหัศจรรย์ที่แรกในอาเซียน และจะเปิดพร้อมกับประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในปี 2020 มุ่งผลิตโปรแกรมเมอร์คุณภาพที่ยังขาดแคลนในประเทศไทย ผ่านการเรียนการสอนในรูปแบบที่ตอบรับการเรียนรู้ในยุคดิสรัปชัน โดยเปิดให้บุคคลทั่วไปอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่สนใจสมัครเรียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้โครงการ “60 ปี พระจอมเกล้าลาดกระบัง ไร้ขีดจำกัด” (60th KMITL – Go beyond the limit) เพื่อตอกย้ำจุดแข็งของสถาบันในการเป็น “รากฐานนวัตกรรม” ของประเทศ...
กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “พรปีใหม่ 2563 ที่คนไทยอยากขอ” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,154 คน พบว่าหากขอพร 1 ข้อต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 ประชาชนอยากขอให้สุขภาพแข็งแรงมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 37.7 รองลงมาคือขอให้เศรษฐกิจดีคิดเป็นร้อยละ 16.0 ขอให้บ้านเมืองสงบสุขไม่มีศึกศัตรูรอบข้างคิดเป็นร้อยละ 11.4 ขอให้ร่ำรวย/เจริญรุ่งเรืองคิดเป็นร้อยละ 11.0 และขอให้นักการเมืองเลิกทะเลาะกัน คิดเป็นร้อยละ 10.5 หากขอของขวัญ 1 ชิ้น ในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 จากรัฐบาลประชาชนอยากขอให้แก้ปัญหาค่าครองชีพ เศรษฐกิจข้าวของแพงมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 37.5 รองลงมาคือขอให้ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นคิดเป็นร้อยละ 17.4 ขอให้ช่วยเหลือเกษตรกรประกันราคาสินค้าเกษตรคิดเป็นร้อยละ 14.9 ขอนโยบายช่วยเหลือคนยากจนแบบบัตรคนจน เพิ่มเงินช่วยเหลือ คิดเป็นร้อยละ 10.1 และขอให้พัฒนาประเทศระบบสาธารณูปโภคให้ดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 8.41 1 เรื่องที่สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในวาระขึ้นปีใหม่ 2563 เพื่อตัวเอง ครอบครัว หรือสังคม พบว่า ประชาชนอยากตั้งใจดูแลครอบครัวให้สบายมีกินมีใช้มากที่สุด...
จ๊อบไทย ผู้ให้บริการหางานสมัครงานออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย คว้ารางวัล Influential Brands         สุดยอดเเบรนด์ที่มีอิทธิพลเเห่งปีของคน Gen Y ประเภท Online Job Search ปี 2019 จาก Influential Brands® สถาบันจัดอันดับชั้นนำในเอเชีย นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ จ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า จ๊อบไทยให้บริการหางาน สมัครงานออนไลน์ มากว่า 20 ปี ได้เห็นพัฒนาการของพฤติกรรมและความต้องการของคนหางานที่เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยี จึงมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัลด้วยการพัฒนาฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกสำหรับทุกคนใน “จ๊อบไทย โมบาย แอปพลิเคชัน” อาทิ การสมัครงาน 4 วิธี, ค้นหางานใกล้ตัวในรูปแบบแผนที่, การค้นหางานอย่างละเอียด และยังได้ “พลิกโฉมเว็บไซต์ครั้งใหญ่” พร้อมทั้งได้อัปเดตฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2019 เพื่อให้คนหางานได้งานที่ใช่...
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเวทีจัดการแข่งขันหุ่นยนต์นักสู้แห่งประเทศไทย หรือ Battle Robot Warrior 2019 สำหรับคนมีไฟ มืออาชีพและคนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ และลับคมความคิดสร้างสรรค์ ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยมี 37 ทีมผู้เข้าแข่งขันนำผลงานหุ่นยนต์ประดิษฐ์หลากดีไซน์เข้าร่วมประลองความสามารถ ไหวพริบและฝีมือการบังคับหุ่นยนต์ ท่ามกลางเสียงลุ้นเชียร์ และเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น เรียกความสนใจจากผู้ชมรอบสนามอย่างคับคั่ง ดร.ธเนศ วีระศิริ นายก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า การแข่งขันหุ่นยนต์นักสู้ชิงแชมป์ประเทศไทย ปีนี้คึกคักและตื่นเต้นท้าทาย โดยได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่และมืออาชีพอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ของการแข่งขันหุ่นยนต์นักสู้แห่งประเทศไทย Battle Robot Warrior 2019 เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยนำความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบสร้างหุ่นยนต์ วิเคราะห์ วางแผนและการแก้ไขปัญหา  ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและความรักสามัคคีของผู้เข้าร่วมแข่งขัน ตลอดจนนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ให้กับประเทศไทย การแข่งขันหุ่นยนต์ครั้งนี้เป็นรุ่น 10 กก. มีการกำหนดคุณสมบัติหุ่นยนต์ดังนี้ 1. หุ่นยนต์ต้องมีขนาดตัวไม่เกิน 350x350x350...