งานวิจัยระดับโลกเผยผู้คนกว่า 78% รู้สึก “ติดอยู่ในภาวะเบื่อหน่าย” ในเรื่องหน้าที่การงานและเรื่องส่วนตัว 77%90% ยอมรับว่าคำนิยามความสำเร็จของเหล่าคนทำงานเปลี่ยนไปตั้งแต่เกิดภาวะการแพร่ระบาด89% ต้องการใช้เทคโนโลยีมาช่วยกำหนดอนาคต78% รู้สึกว่าบริษัทมีความใส่ใจต่อสุขภาพจิตของพนักงานมากกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาด
จากงานวิจัยล่าสุด โดย ออราเคิล และ เวิร์กเพลส อินเทลลิเจนซ์ (Workplace Intelligence) บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล ระบุว่าผู้คนกำลังหันมาใช้หุ่นยนต์เพื่อส่งเสริมอาชีพการงานหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยกจากชีวิตของตัวเอง
งานวิจัยทำการศึกษาพนักงาน ผู้จัดการ หัวหน้าแผนกทรัพยากรบุคคล และผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากกว่า 14,600 คนใน 13 ประเทศ ชี้ว่าผู้คนทั่วโลกต่างรู้สึกว่ากำลังติดอยู่กับภาวะน่าเบื่อหน่ายที่ไม่สามารถหาทางออกได้ทั้งในเรื่องอาชีพการงานและเรื่องส่วนตัว แต่ยังมีความพร้อมที่จะกลับมาควบคุมการใช้ชีวิตให้เข้าที่เข้าทางในอนาคตข้างหน้า โดยจากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด มากกว่า 6,000 คน รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์
คนวัยทำงานในเอเชียแปซิฟิกรู้สึกโดดเดี่ยว แปลกแยก และควบคุมการใช้ชีวิตของตัวเองไม่ได้
มาตรการล็อกดาวน์และความผันผวนที่ยาวนานกว่าหนึ่งปีจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนทำงานเกิดความสับสนทางอารมณ์ รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานของตัวเองได้ โดยบริษัทนายจ้างต่างตระหนักถึงเรื่องนี้...
ความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ในโลกยุคดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทำให้เกิด "Cryptocurrency" หรือเงินสกุลดิจิทัล ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการเก็งกำไรที่ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ขึ้นลงอย่างไม่คาดฝัน อนาคตทางการเงินอาจดับวูบลงได้ในพริบตา หากไม่มีการศึกษาวางแผนที่ดีพอ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องรูปแบบการใช้จ่าย จากเดิมที่เคยใช้เงินสด บัตรเครดิต เมื่อเข้าสู่ช่วงวิกฤติ COVID-19 ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หันไปใช้ระบบออนไลน์ ทั้งการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ใช้สแกน QR Code และการโอนเงิน เพื่อการใช้จ่ายแบบไร้สัมผัสกันมากขึ้น
เช่นเดียวกับการลงทุน พบว่าคนรุ่นใหม่สนใจใช้เงินสกุลดิจิทัล "Cryptocurrency" กันมากขึ้นทั่วโลก และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในประเทศไทยพบว่าเริ่มมีใช้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กันบ้างแล้ว
ที่น่าเป็นห่วง คือ คนไทยส่วนใหญ่ยังขาด "ทักษะทางการเงิน" หรือ "Financial Literacy" ที่เพียงพอรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว โดยแม้ว่าในคนรุ่นใหม่จะเข้าถึงเทคโนโลยีในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วและง่ายกว่าคนรุ่นอื่นๆ แต่ประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจอาจยังคงมีจำกัด
ซึ่ง "Cryptocurrency" เป็นการลงทุนที่มีการเก็งกำไรกันสูง แม้จะคล้ายกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ "การเล่นหุ้น" แต่ "การเล่นหุ้น" ยังมี "ความน่าจะเป็น" บนพื้นฐานของ "ธุรกิจจริง" มีผลประกอบการที่ใช้พิจารณาประกอบ อาจจะผันผวนบ้างตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ในขณะที่ "Cryptocurrency" มีความเสี่ยงสูงกว่า ผันผวนได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลา อาจกลายเป็นเหมือน "แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ" ได้ หากผู้เล่นไม่รู้จักดีพอ บางสกุลมีการหลอกลวง บางสกุลมีการปล่อยข่าวสร้างภาพให้เกิดความหวังเกินจริง
"Cryptocurrency" เป็นเงินสกุลดิจิทัล ที่เกิดจากเทคโนโลยีBlockchain ซึ่งใช้ระบบในการควบคุมการแลกเปลี่ยนซื้อขายโดยไม่ผ่านธนาคาร จึงไม่มีอะไรมารับประกันได้เลย
แม้ธุรกิจประเภท "Cryptocurrency" ในประเทศไทยจะมีผู้ประกอบการซึ่งเป็นคนไทย และควบคุมโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แต่การควบคุมการขึ้นสูงของราคายังไม่มีกลไกที่ดีเท่ากับตลาดหลักทรัพย์
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ซื้อขาย "Cryptocurrency" สามารถใช้เแอปพลิเคชันของต่างประเทศซื้อขายกันได้โดยง่ายไร้ข้อจัด ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนหน้าใหม่ในประเทศไทยเช่นกัน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญยิ่ง ได้แสดงความห่วงใยถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ทิ้งท้ายว่า ไม่แนะนำในกรณีที่เป็นนักเรียนนักศึกษา ซึ่งต้องถึงกับเอาเงินที่ผู้ปกครองส่งมาให้เป็นค่าเทอมไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงจนเกิดความเสียหายกลายเป็นหนี้นอกระบบ
แม้ทุกคนมีสิทธิที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในโลกอนาคต โดยอาจลงทุนด้วย"Cryptocurrency" เก็บไว้ได้บ้าง หากเงินลงทุนนั้นไม่กระทบต่อภาระที่ต้องใช้จ่ายในชีวิตปัจจุบัน
ถึงในวันนี้จะโชคดีได้เป็นเศรษฐี "ร้อยล้าน" แต่เพียงไม่กี่วันอาจ "พลิกฝ่ามือ" กลายเป็นสถานะตรงกันข้ามได้
จึงอยากให้มีการศึกษาข้อมูลเพื่อเรียนรู้ทำความเข้าใจให้ดีก่อนการลงทุน โดยที่จะต้องไม่ลืมเก็บออม แม้จะยังไม่ถึงวัยเกษียณ แต่การคิดเผื่อไว้ในวันที่ไม่มีรายได้จากการทำงานและการเก็บออมจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไรให้ยั่งยืนก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง
ดีไซน์ทางสถาปัตยกรรมไม่ได้เพียงเพื่อตอบโจทย์ในด้านรูปลักษณ์ภายนอกให้อาคารเท่านั้น หากแต่ยังสอดแทรกความหมายและประโยชน์ใช้สอยที่อาจคาดไม่ถึง ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) หนึ่งในสถานที่จัดงานไมซ์ชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจและชวนทึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ของไบเทค ที่นอกจากจะมีความโดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ให้กับสถานที่จัดงานระดับประเทศแห่งนี้แล้ว ยังเปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอยสำหรับการจัดงานไมซ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ไบเทค ถือโจทย์หลักในการให้บริการแก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการที่ศูนย์ฯ ให้ได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย และประโยชน์ใช้สอยจากสถานที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประเภทการจัดแสดงสินค้า งานแสดงคอนเสิร์ต หรือโชว์เคสต่าง ๆ ที่ผู้จัดงานมีความต้องการใช้พื้นที่แตกต่างจากงานอีเวนต์ทั่วไป ซึ่งไบเทคได้ให้ความสำคัญและใส่ใจในการออกแบบที่มีการผสมผสานทั้งงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการออกแบบตกแต่งภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกอาคารอย่างพิถีพิถัน และมีมาตรฐานในระดับสากล โดยไบเทคได้รวบรวมสิบสิ่งที่ถือเป็นไฮไลท์มานำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกค้าและผู้ที่จะมาใช้บริการที่ศูนย์ฯ ดังนี้
เสากระโดงเรืออันเด่นเป็นสง่าของไบเทค มีดีกว่าความสวยงาม
โครงสร้างเสากระโดงเรือที่ถือเป็นเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรม (Iconic Architecture) ที่เป็นดั่งแลนด์มาร์คสำคัญแห่งย่านบางนา ที่จริงแล้วมีประโยชน์มากกว่าแค่ความสวยงามในเชิงสถาปัตยกรรม โดยริเริ่มจากความคิดที่จะสร้างศูนย์แสดงสินค้าที่ไร้เสาค้ำยันอาคารเพื่อให้พื้นที่ทุกตารางเมตรเกิดประโยชน์สูงสุด เสากระโดงทั้งหมด 26 ต้นของอาคารไบเทค ทำหน้าที่ดึงหลังคาโดยไม่ต้องมีเสาค้ำ จึงทำให้พื้นที่ใช้สอยโล่งกว้างไม่มีเสากีดขวาง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้จัดงานที่จำเป็นต้องขนย้ายและติดตั้งอุปกรณ์หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เครนช่วย หรือการจัดงานแสดงที่ต้องมีการเปลี่ยนฉากในแนวดิ่ง ซึ่งจุด Hanging Point ของโครงหลังคาหลักของไบเทค สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 2,000 กิโลกรัมต่อหนึ่งแนวทรัสต์
ที่จอดรถของไบเทค เท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกถึง...
สำหรับใครที่กำลังจะซื้อรถมือสอง แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง วันนี้ RDD Car Center จะขออาสามาแนะนำการเตรียมความพร้อมให้ได้รถดีเด็ด ราคาโดนใจ สะดวก ฉับไว ไม่ว่าจะเป็นการออกรถแบบจัดไฟแนนซ์ หรือออกรถด้วยเงินสด
สำหรับบางคนที่ไม่แน่ใจว่ามีเอกสารครบแล้วหรือยัง หรือเอกสารใดบ้างที่จำเป็นสำหรับใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อ ง่ายๆ แค่เตรียมตามนี้
หากใครที่ตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อรถมือสองแบบจัดไฟแนนซ์ เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมจะมี
1. บัตรประชาชนฉบับจริงพร้อมสำเนา จำนวน 4 ชุด
2. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 4 ชุด
3. สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน (เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง) หากเป็นพนักงานประจำ เงินเดือนเข้าจะตรงกันทุกเดือน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถในการชำระค่างวดได้ จะช่วยให้การอนุมัติทำได้ง่ายกว่า เพราะไฟแนนซ์เห็นว่าการทำงานที่นั้นๆ มานานแล้ว ผู้ยื่นเรื่องจะไม่มีการเปลี่ยนงาน หรือตกงาน
4. สมุดบัญชีธนาคาร หรือ สเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน หากเป็นเจ้าของกิจการจะต้องแสดงหลักฐานรายการเดินบัญชี เพื่อให้ฝ่ายประเมินสินเชื่อเห็นว่ามีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ยื่นกู้มีความสามารถในการชำระหนี้ต่องวดหรือไม่
สำหรับใครที่ต้องการซื้อรถมือสองแบบเงินสด หรือกรณีโอนลอย ก็ใช้แค่
1....
วิกฤติ COVID-19 ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ได้อยู่ติดบ้าน และได้ริเริ่มลองทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะมีเวลาได้ทำเช่น ออกกำลังกาย ทำอาหารคลีน หรืออาหารเพื่อสุขภาพไว้รับประทานเอง เพื่อการดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ จะได้มีภูมิคุ้มกันต่อโรค ไม่ติดเชื้อและป่วยง่าย
ชีวิตที่ติดออนไลน์ ต้อง Work From Home กันมาเป็นเวลายาวนาน จะดีแค่ไหน หากได้ปลดล็อกตัวเองวางแผนเที่ยวสำหรับใครที่อยู่ไม่ไกลจากศาลายา จังหวัดนครปฐม หากชอบเที่ยวแนวเพื่อสุขภาวะ อาจเริ่มจากไปเที่ยวแปลงผักปลอดสารพิษ (Organic Farm) ที่อยู่ข้างอาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัตถุดิบที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาหารคลีน จากนานาพืชผักอินทรีย์บนแปลงเกษตร ซึ่งเปรียบเหมือน "ครัวธรรมชาติ" ของประชาคมมหาวิทยาลัยมหิดล และชาวชุมชนศาลายา ซึ่งสามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ(SDGs) ข้อที่ 15 ที่ว่าด้วยการพัฒนาชีวิตบนบกให้สมบูรณ์และยั่งยืน (Live On Land) ได้เป็นอย่างดี
มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เพียงกว่า 20 กิโลเมตร หากใช้ถนนบรมราชชนนีเป็นเส้นทางหลักจะใช้เวลาประมาณ 30 - 45 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร รถประจำทางสายที่วิ่งผ่าน
มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้แก่ ปอ.515 (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - เซ็นทรัลศาลายา) ปอ.556 (อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย - วัดไร่ขิง) ไมโครบัส Y70E (มทร.รัตนโกสินทร์ - BTS หมอชิต) สาย 124 (สนามหลวง - แยกพุทธมณฑล สาย 5) และ สาย 84ก (วงเวียนใหญ่ - หมู่บ้านเอื้ออาทรศาลายา)
เมื่อเข้ามาในรั้ว มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา แล้ว สามารถจอดรถได้ที่อาคารจอดรถศูนย์ประชุมมหิดลสิทธาคาร เพื่อแวะจิบกาแฟ หรือเลือกจอดรถฟรีได้ตาม Park ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จากนั้นสามารถรอขึ้นรถรางฟรีได้ตามจุดต่างๆ ที่กำหนด ซึ่งรถรางสายที่ผ่านร้านผักปลอดสารพิษ ได้แก่ สายสีแดง และสายสีน้ำเงิน
จากพื้นที่ว่างอาณาเขต 4 ไร่ ที่มีผืนดินซึ่งเต็มไปด้วยเศษวัสดุก่อสร้าง เมื่อประมาณปี 2551 หรือเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ในยุคแรกเริ่มของการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยมหิดล สู่การเป็น "มหาวิทยาลัยสีเขียว" เช่นในปัจจุบัน ด้วยการริเริ่มปลูกผักปลอดสารพิษ โดยใช้ปุ๋ยและสารสกัดจากธรรมชาติปราบศัตรูพืช ได้ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่พึ่งพิงและเพื่อสุขภาวะของชาวมหาวิทยาลัยมหิดล และชาวชุมชนศาลายาอย่างแท้จริงถึงปัจจุบัน
ตั้งแต่จากหน้าร้าน เมื่อเปิดตู้น้ำแข็งแช่น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพตู้แรก จะได้พบกับ "น้ำนมข้าวโพด" แสนอร่อยราคาเพียงขวดละ 10 บาท แช่น้ำแข็งไว้พร้อมสรรพ และในตู้น้ำแข็งที่วางเรียงใกล้ๆ กันก็มี "น้ำฟักข้าว" ที่หาดื่มได้ยากยังคงจำหน่ายในราคา 10 บาท แช่น้ำแข็งรวมกับน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพรสอื่นๆ รอให้มาหยิบดื่มได้ด้วยตัวเองเช่นกัน
ด้วยความที่มีรสชาติอร่อย ดีต่อสุขภาพ และไม่หวานจนเกินไป ทุกครั้งที่ได้ไปเยือนร้านแห่งนี้ หลายคนอดใจไม่ได้ที่จะเปิดน้ำนมข้าวโพดขวดที่เพิ่งจ่ายเงินเสร็จยกขึ้นดื่มทันที ซึ่งทางร้านฯ มีบริการถังขยะที่ดูสะอาดสะอ้านไว้คอยรองรับขวดเปล่า และเมื่อได้สดชื่นแก้กระหายแล้ว จะซื้อกลับไปฝากบรรดา "แฟนคลับ" ของร้านฯ ที่ยังหาโอกาสมาด้วยไม่ได้ด้วยก็ไม่ว่ากัน
มองเข้าไปในร้านเห็นผักปลอดสารพิษที่คุ้นเคยจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยมีราคาตั้งแต่ 5 บาทขึ้นไปไว้ให้เลือกสรร มีตั้งแต่ผักพื้นบ้านที่หายาก เช่น ผักปลัง ผักจิ้มน้ำพริกสวยๆ เช่น ดอกชมจันทร์ ผักต้มซุป/ทำสลัดที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เช่น ผักร็อกเก็ต ที่เก็บสดๆ มาจากแปลงผักข้างร้าน ล้างเตรียมไว้แบบติดราก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปลูกผักก่อนนำผักไปประกอบอาหารสามารถตัดรากนำไปปักชำเพาะขยายพันธุ์ต่อได้เองทันที
ซึ่งใครที่คิดจะปลูกผักแบบอินทรีย์ไว้กินเอง แนะนำให้มาร้านนี้ มีครบทั้งปุ๋ย และน้ำหมักชีวภาพ ตลอดจนเกษตรกรผู้ปลูกคอยให้คำแนะนำปรึกษา บอกเล่าจากประสบการณ์ตรง แม้แต่ในที่ที่มีพื้นที่จำกัดอย่างเช่นตามตึกรามบ้านช่องในเมือง ก็อาจปลูกผักแบบแนวตั้ง...
ข้อมูลจาก ก.ล.ต. รายงานว่า ปัจจุบันมีจำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 1.49 ล้านบัญชี
เป็นบัญชีที่มีความเคลื่อนไหว 3.11 แสนบัญชี
มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันถึง 6.6 พันล้านบาท
และในบางช่วงเวลามีนักลงทุนที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ประมาณ 3% โดยมีผู้ปกครองเปิดบัญชีให้
วัยเริ่มทำงานอายุไม่เกิน 30 ปี ประมาณ 47%
เหตุที่การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะเข้าถึงได้ง่าย ใช้ระยะเวลาสั้น แต่ได้รับผลตอบแทนที่รวดเร็ว
ร้อนถึงนายกรัฐมนตรี
ต้องออกโรงเตือนให้นักลงทุนพิจารณาถึงความเสี่ยงจากการลงทุนประเภทนี้ให้มาก
เนื่องจากคริปโตเคอเรนซียังไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ
เป็นการเก็งกำไรและมีความผันผวนสูง
จึงต้องมีความระมัดระวังในการลงทุนและดูแลอย่างใกล้ชิด
ผู้สนใจที่จะลงทุนทำความเข้าใจในลักษณะความเสี่ยง
ต้องแน่ใจว่าสามารถยอมรับการสูญเสียเกือบทั้งจำนวนได้
หาข้อมูลและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ
และที่สำคัญอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา
ต้องเลือกผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
เนื่องจากพบว่าจำนวนบริษัทที่ให้บริการด้านการลงทุนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งบางแห่งไม่มีใบอนุญาต...
โดย ทุ่งทะเล
ภายหลัง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 การกำกับดูแลงาน 4 กรมได้เปลี่ยนมือไปอยู่กับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ประกอบด้วย
กรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.)
ผู้ที่ต้องกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่งที่เหนือขึ้นไป แม้จะปรับเปลี่ยนจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งเดิมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เคยมอบหมาย มาเป็น จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็มิได้ทำให้งานที่ผู้กองนัสเคยริเริ่มและผลักดันในเชิงนโยบายต้องสะดุดหยุดลง
เนื่องเพราะ “เฉลิมชัย” ไม่เพียงแต่รับรู้มาโดยตลอดในฐานะเป็นเจ้ากระทรวงที่ต้องพูดคุยหารือกับรัฐมนตรีช่วยฯ หากแต่ยังให้เกียรติผู้กองนัสซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในพรรคพลังประชารัฐและต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค
ประการสำคัญ งานหลายอย่างที่ผู้กองนัสเริ่มไว้และดำเนินต่อเนื่องมาตลอด 2 ปีนั้น ล้วนเป็นประ โยชน์ต่อประชาชนทั้งสิ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงาน ส.ป.ก....
สินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำซ้ำไม่ได้ (Nonfungible tokens - NFTs) มนุษย์ดิจิทัล (Digital Humans) และ Physics-Informed AI เข้ามาร่วมเป็น 25 เทคโนโลยีในวงจรเทคโนโลยีเกิดใหม่ของปีนี้
เมื่อต้นปีบริษัทรับจัดประมูลชั้นนำอย่าง “คริสตีส์” ได้เปิดประมูลผลงานชิ้นเอกสองชิ้น ซึ่งการประมูลครั้งนี้เปิดรับสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ด้วย พร้อมยังเสนอขายงานศิลปะที่สร้างสรรค์ด้วยดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยี nonfungible token (NFT)
ผลงานของศิลปินดิจิทัล “บีเพิล (Beeple)” สามารถขายได้สูงกว่า 69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท) ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการสร้างรายได้แบบใหม่ และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นระบบนิเวศดิจิทัลใหม่ทั้งหมด
NFT เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชนที่มีความเฉพาะตัวและเชื่อมโยงกับทรัพย์สินในโลกความเป็นจริง เช่น ศิลปะดิจิทัลหรือดนตรีดิจิทัล รวมถึงสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่จับต้องได้และแปลงเป็นเหรียญโทเคน อาทิ บ้านหรือรถยนต์ ในกรณีของผลงานศิลปะ เทคโนโลยี NFT จะตรวจสอบที่มา ความเป็นเจ้าของ...
ในขณะที่คนไทยนิยมสินค้าเกาหลี กินอาหารเกาหลี ไว้ทรงผมแบบเกาหลี ใช้สินค้าเกาหลี แต่คนในอีกประเทศหนึ่งกลับหลงใหลสินค้าไทย บริโภคสินค้าไทย และชื่นชมสินค้าแบรนด์เนม Made in Thailand ชนิดที่ว่าใครก็ตามใช้สินค้าที่พะยี่ห้อ Made in Thailand จะได้รับการยอมรับว่าเท่ มีสไตล์ ทันสมัย และมีหน้ามีตาในสังคม
คนเหล่านี้อาศัยอยู่ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ประกอบด้วย 7 รัฐ สำคัญคือ รัฐอรุณาจัล (ARUNACHAL) รัฐนากาแลนด์ (NAGALAND) รัฐมณีปุระ (MANIPUR) รัฐมิโซรั่ม (MIZORAM) รัฐตริปุระ (TRIPURA) รัฐอัสสัม (ASSAM) และรัฐเมฆกัลยา (MAGHALAYA) หรือเรียกรวมกันว่ารัฐ 7 สาวน้อย ปัจจุบันมีสินค้าไทยจำหน่ายในรัฐ 7 สาวน้อยหลายรายการ เป็นสินค้าที่นักธุรกิจในรัฐ 7 สาวน้อยบินมาซื้อจากเมืองไทยโดยตรง หรือบางส่วนอาจเป็นสินค้าที่นักธุรกิจอินเดียสั่งจากเมืองไทยเข้าไปยังนิวเดลีแล้วส่งต่อไปขายในรัฐ 7 สาวน้อยอีกที...
หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน คงมีผู้บริโภคน้อยคนที่จะรู้จักสมาร์ตโฟนแบรนด์ realme แต่คล้อยหลังเพียงไม่กี่ปี realme กลับเป็นแบรนด์ที่คุ้นหูผู้บริโภคในวงกว้างอย่างที่หลายคนไม่ทันรู้ตัว ปรากฏการณ์ทางการตลาดที่เกิดขึ้นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน เพราะต้องอาศัย Business insight ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างตรงจุด จนสร้างความเชื่อมั่นและทำให้แบรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
...และนี่คือแนวคิดพื้นฐานที่ Sky Li ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ realme ใช้ในการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด จนขึ้นแท่น Global Brand อันดับ 6 ในเวลาเพียง 3 ปี!
มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “หนุ่มสาวรุ่นใหม่”
แนวคิดพื้นฐานที่สุดของ realme คือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของ “หนุ่มสาวรุ่นใหม่” การกำหนดกลุ่มตลาดเป้าหมายที่มีความเฉพาะตัวนี้ทำให้บริษัทฯ สามารถวางแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน โดยจะเน้นเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานขั้นสูง นวัตกรรมที่สร้างความ ‘ว้าว’ สำหรับคนรุ่นใหม่ และงานดีไซน์ระดับโลกที่สวยโดดเด่นสะดุดตา โดยทั้งหมดนี้จะต้องนำเสนอในระดับราคาที่คนหนุ่มสาวสามารถซื้อหาได้อย่างสบายกระเป๋าที่สุด ภารกิจนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายและมีความท้าทายทางธุรกิจอย่างมาก ทำให้ realme ผุดสโลแกน “Dare to Leap”...





































