วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2026

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันผู้คนหันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น และมีเทศกาลแห่งการช้อปปิ้งด้วยการแจกโปรโมชั่นต่างๆ ตลอดทั้งปี ทำให้คาดการณ์ว่าจำนวนนักช้อปออนไลน์จะเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นก่อนจะถึงช่วงเวลาแห่งการช้อปปิ้งที่จะถึงนี้ Google ขอแบ่งปันเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณช้อปออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย           1 ปกป้องบัญชีสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ของคุณ              คนส่วนใหญ่มักจะสร้างบัญชีหลายบัญชีสำหรับการเข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อซื้อสินค้า และบัญชีเหล่านี้มักจะมีข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ เช่น ข้อมูลผู้ติดต่อ และข้อมูลบัตรเครดิต เป็นต้น             ดังนั้น ต้องแน่ใจว่าคุณได้ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยากและเป็นเอกลักษณ์ โดยมีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร และใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละบัญชี เพราะหากบัญชีใดบัญชีหนึ่งถูกแฮ็ค บัญชีที่เหลือก็ยังคงปลอดภัยและสามารถใช้งานได้อยู่             หากคุณออกจากระบบบัญชี และต้องการเข้าถึงบัญชีอีกครั้งอย่างรวดเร็ว การใส่ข้อมูลสำหรับการกู้คืน เช่น เบอร์โทรศัพท์ หรือ อีเมล ก็จะช่วยในการใช้งานได้เป็นอย่างดี           2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีความปลอดภัย          ฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีความคึกคักมากขึ้น เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซต่างๆ อาจเชิญชวนให้คุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของพวกเขาเพื่อประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดียิ่งขึ้น แต่ควรระวังแอปพลิเคชันช้อปปิ้งปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ           เพื่อเป็นการป้องกัน คุณต้องแน่ใจว่าคุณได้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น Google Play Store ซึ่งจะทำการตรวจสอบแอปพลิเคชันว่าปลอดมัลแวร์หรือไม่ ทั้งก่อนและหลังจากการติดตั้ง           3  ...
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มุ่งสนับสนุนให้นักศึกษาเรียนรู้และได้ปฎิบัติจริงเกี่ยวกับการตลาด ล่าสุดได้ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเท่งไฮ้สร้างธุรกิจแฟรนไชส์สาขาแรก บริเวณปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ สาขาประชานุกูล กรุงเทพมหานคร พร้อมให้นักศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการทำแฟรนไชส์แบบจำลองของธุรกิจลูกชิ้นปลาเท่งไฮ้ ศึกษาการทำร้านก๋วยเตี๋ยวมีรูปแบบอย่างไร นอกจากนี้ยังสอนพื้นฐานเบื้องต้นความรู้เกี่ยวกับลูกชิ้น วิธีการเก็บรักษาและวิธีทำให้ลูกชิ้นสุก ทำให้นักศึกษาสามารถนำไปต่อยอดในการธุรกิจจำลองได้ ที่สำคัญนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ 200 คน ต้องออกแบบคิดเมนูลูกชิ้นปลาที่ไม่เหมือนกัน มากกว่า 40 เมนู เพื่อให้นักศึกษาได้ลงมือปฎิบัติสร้างธุรกิจซื้อขายจริง เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทำธุรกิจ นางสาวอารดา ศิริพรรณ , นางสาวอิศราภรณ์ พรประสิทธิ์ดารัช , นายนพดล สายตรง , นายธัชกร ธัญญเจริญ , ทีมเจ้าของเมนูโอเด้งลูกชิ้นปลา คณะบริหาร สาขาการตลาด ปี4 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เล่าว่า “ทางกลุ่มเลือกทำเมนูโอเด้งเพราะมีจุดเด่นที่น้ำซุป ทำให้คิดว่าน่าจะเข้ากับลูกชิ้นปลาของเท่งไฮ้ได้ดี โดยน้ำซุปมีการคิดค้นสูตรเองทดลองกันเองจนสรุปเป็นรสชาตินี้ โดยจะมีรสชาติกลางๆ กลมกล่อม ไม่เค็มและไม่หวานจนเกินไป สามารถรับประทานได้ทุกวัย ทางกลุ่มคาดหวังว่าจะได้กำไร 50% จากเงินที่ลงทุนไปทั้งหมด...
นอกเหนือจากโรคอัลไซเมอร์ ที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของสมองแล้ว ยังมีโรคที่ส่งผลให้ร่างกายมีอาการสั่นเกร็งตามส่วนต่าง ๆ มีผลต่อการเคลื่อนไหว และอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และหน้าที่การงานของคุณได้อย่างคาดไม่ถึง นั่นคือ โรคพาร์กินสัน (Parkinson) และ โรคสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ (Essential Tremor) โรคพาร์กินสัน เกิดจากการที่เซลล์สมองในส่วนของก้านสมองส่วนกลาง (Midbrain) มีหน้าที่สร้างสารเคมีที่ชื่อว่า โดปามีน ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายเริ่มทำงานเสื่อมสภาพลงจนไม่สามารถผลิตสารนี้ได้อีกต่อไป จึงมีผลให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ พบว่ามีปัจจัยบางอย่างเกี่ยวข้องกับการเสื่อมของสมอง เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีบางชนิด โรคนี้มักจะพบในผู้สูงอายุ ในช่วงอายุ 65-80 ปี ขึ้นไป และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยผู้ชายมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้หญิงถึง 1.5 เท่า โดยปกติแล้วโรคนี้จะมีอาการที่แสดงออกมามาก หรือน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่ที่เป็นเหมือนกันคือ โรคนี้จะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเหมือนโรคทางสมองอื่น ๆ และอาการจะเพิ่มมากขึ้น...
ปี 2020 เราเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปสิ่งต่างๆ มากมายอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน เราได้เรียนรู้ว่าการให้ความเชื่อมั่นกับคนในพื้นที่ คือรากฐานของแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรับมือกับสิ่งไม่คาดคิดที่เกิดขึ้น ...ความเชื่อมั่น หมายถึงการเพิ่มขีดความสามารถและการสร้างศักยภาพให้ทีมงานในพื้นที่สามารถแก้ปัญหาในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องจัดการแบบระยะไกล ...ความเชื่อมั่น ยังช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจและในสังคม สามารถค้นหาโซลูชันนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ โดยไม่ต้องเสียเวลานานกับการเจรจาต่อรอง ...ความเชื่อมั่น ยังช่วยลดปัญหาเรื่องการใช้อำนาจสั่งการและการดำเนินคดี ซึ่งอาจส่งผลเสียในด้านสัมพันธภาพและขัดขวางการตัดสินใจ ...และความเชื่อมั่น สร้างความรวดเร็วและความเท่าเทียมกันในการตัดสินใจ เนื่องจากเราต้องเชื่อมั่นในกันและกันมากขึ้น เราจึงมีความชัดเจนโปร่งใส พร้อมประสานความร่วมมือกันมากขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคร่วมกัน เราตระหนักดีว่าชะตากรรมของเราทั้งหมดเกี่ยวพันกันอย่างไร เราแบ่งปันข้อมูลและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการหาโซลูชันเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ การประสานงานร่วมกันนับเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการปรับตัว ซึ่งต้องขอบคุณลูกค้าและคู่ค้าของเราเป็นอย่างมากสำหรับการเรียนรู้ร่วมกันที่ยกระดับไปอีกขั้นในปี 2020 และต้องขอบคุณทีมงานของเราอย่างมากเช่นกันที่ปรับตัวรับมือกับความท้าทายรอบด้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังคงให้บริการลูกค้าของเราได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังได้เรียนรู้ในการใส่ใจกันและกันมากขึ้น ซึ่งในที่สุดแล้ว ไวรัสก็แพร่กระจายไปได้ทุกที่และไม่แบ่งแยกพรมแดน เราทุกคนต่างรู้ว่าต้องมีใครสักคนที่ได้รับผลกระทบ เรื่องนี้สร้างความรู้สึกร่วมได้มากยิ่งกว่าวิกฤตครั้งไหนๆ ซึ่งความรู้สึกร่วมกันเช่นนี้ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญในเวลาที่เรายังคงต้องรับมือกันต่อไปกับผลกระทบต่อเนื่องทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจ เราควรมุ่งเน้นความสำคัญไปที่เยาวชนเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับผลกระทบการเรียนต้องหยุดชะงักอยู่ตลอดเนื่องจากโควิด และปัจจุบันยังต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องตลาดแรงงานที่อยู่ในภาวะคับขัน ในขณะที่เรากำลังมุ่งหาทางออกในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และจะต้องเป็นทางแก้ปัญหาสำหรับทุกคน นอกจากนี้ พวกเราทุกคนต่างมีความเป็นดิจิทัลกันมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนให้โลกหมุนต่อไป เราปรับเปลี่ยนได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา และปรับใช้วิธีการใหม่ ๆ เพื่อทำสิ่งต่างๆ ที่เราเคยคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่าลืมสิ่งที่เราได้เรียนรู้ และอย่ากลับไปใช้วิธีการเดิมๆ ในการทำสิ่งต่างๆ มาช่วยกันคิดค้นแนวทางใหม่ๆ ในการดำเนินงาน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดความเหนื่อยล้ากับการเดินทาง การจราจร และการปล่อยก๊าซคาร์บอน เราได้ตระหนักแล้วว่า...
ผมไปอยู่ในรัฐ 7 สาวน้อยกว่าสิบปี อันดับแรกไปที่รัฐอัสสัม เพราะที่รัฐนี้เราจะเข้าถึงผู้คน ข้าราชการ นักการเมืองง่าย เนื่องจากเขารักชอบนิยมคนไทยอยู่แล้ว เป็นความง่ายที่หลายคนมองข้าม เราไปเมืองอื่นเขาอาจไม่ค่อยสนใจ แต่ถ้าไปที่รัฐอัสสัม ไทยอาหม หรือรัฐ 7 สาวน้อยเขาจะมีความชื่นชมคนไทย เราจะเข้าถึงและสัมผัสเขาได้ง่าย อย่างผมเป็นข้าราชการแค่ระดับเบอร์ 2 รองผู้อำนวยการ แต่สามารถเข้าไปคุยกับรัฐมนตรีของรัฐ เขาให้ความรัก ให้ความเอ็นดู ให้เกียรติ นี่คือความง่ายที่เรามองข้าม                แต่ก็อย่างที่ผมกล่าวแล้วว่า ประเทศอินเดียในอดีตไม่มีใครอยากไป แล้วรัฐอัสสัมต้องนั่งเครื่องบินออกจากเมืองหลวงไปอีก 3 ชั่วโมง ถนนก็เป็นฝุ่น แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่กำลังซื้อของเขามีแน่นอน ไม่ว่าบ้านจนหรือบ้านรวย ต้องกิน ต้องใช้ ถ้าเรานำของที่ถูกกับความต้องการของเขาเข้าไป ขายได้แน่นอน ผมกล้าพูดว่าผมเป็นข้าราชการคนแรกๆของประเทศไทยที่เข้าไปทำตรงนั้นอย่างเป็นจริงเป็นจัง ไปแล้ว ไปอีก ไปบ่อย..บ่อย กลายเป็นมิตรภาพแน่นแฟ้น ไม่ว่าจะเป็นคนในรัฐอัสสัมเหนือซึ่งเป็นถิ่นไทยอาหมแท้ๆ เมืองดีบูก้า สิบสการ ฯลฯ รัฐนากาแลนด์นี่คุ้นเคยกันมาก รักกันมาก ขยายไปรัฐมณีปุระ ไปจนผู้คนแถวนั้นรักผม เขาให้เกียรติและมั่นใจว่าผมมาเปิดตลาดจริงจัง ไม่ใช่ไปแล้ว กลับมาแล้วไม่ไปอีกเลย ผมพูดเรื่องการเชื่อมเส้นทางประเทศไทยกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือนอร์ธอีสต์ของอินเดียสิบกว่าปีมาแล้ว ชวนผู้ใหญ่หลายคณะจากเมืองไทยให้เดินทางไปดูลู่ทางการค้าการลงทุน โปรโมทผ่านสื่อมวลชน เสนอทำเส้นทางเชื่อมกัน จนตอนนี้มีการขับรถไปมาหาสู่กันได้ จัดคาร์แรลลี่มาหลายครั้ง ผมยังได้รับการแต่งตั้งจากผู้บริหารรัฐนากาแลนด์ให้เป็นที่ปรึกษาด้านการค้าและการท่องเที่ยวรัฐนากาแลนด์ และผมก็เป็นคนไทยคนแรกที่หอการค้ากัลกัตตาแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของหอการค้า (เบงกอลเนชั่นแนลออฟคอมเมิร์ซ) ซึ่งหอการค้านี้ตั้งมาร้อยกว่าปีแล้วไม่เคยมีใครได้รับตำแหน่งนี้ ผมเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ได้รับเกียรติ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเกียรติประวัติของชีวิต  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียคือตลาดใหม่ที่น่าสนใจสําหรับผู้ประกอบการส่งออกไทย เนื่องจากรัฐบาลกลางของประเทศอินเดียได้วางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจกําหนดให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียเป็น ‘ประตูสู่อาเซียน’ มีถนนสาย AH1 (Asian Highway 1) เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย-พม่า และ อินเดีย พื้นที่แถบตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียหรือที่เรามักเรียกกันว่า 'นอร์ธอีสต์' เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่  มีประชากรอาศัยอยู่ราว...
ผมร่วมกิจกรรมจัดงาน อินเดีย อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดแฟร์ อยู่ประมาณ 5-6 ปี ตอนหลังกรมฯไม่มีนโยบายไปร่วม ซึ่งผมก็เห็นด้วย เนื่องจากเราช่วยเขามา 5-6 ปี จนเขาประสบความสำเร็จ ถ้าเราเอาเงินตรงนี้ไปทำเมืองอื่นต่อไป น่าจะเกิดผระโยชน์มากขึ้น เป็นการขยายสินค้าไทยไปในเมืองที่ยังไม่รู้จัก กูวาฮาตี…คือเมืองที่ผมหมายตา กูวาฮาตี เมืองนี้ตั้งอยู่ในรัฐอัสสัม มีการจัดงานแสดงสินค้าเยอะมาก แต่เป็นเมืองที่คนไทยไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าตั้งอยู่ตรงไหน ซึ่งผมต้องขอบคุณผู้อำนวยการสำนักงานในเวลานั้นที่ช่วยเปิดทางให้ผมทำงานได้อย่างเต็มที่ อำนวยความสะดวกให้หมด แม้จะยังมองไม่เห็นว่าการไปจัดงานแสดงสินค้าในเมืองนี้จะประสบความสำเร็จหรือเปล่า                สาเหตุที่ผมสนใจเมืองกูวาฮาตีและรัฐอัสสัมเป็นพิเศษเนื่องจากผมเคยอ่านหนังสือของ บุญยงค์ เกิดเทศ เขียนเกี่ยวกับรัฐนากาแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับรัฐอัสสัม การเข้าไปรัฐนากาแลนด์เมื่อกว่า 30 ก่อนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา แทบจะเรียกได้ว่าตัดขาดจากโลกภายนอก เผลอๆอาจโดนกฎหมายเล่นงาน แต่คนเขียนเขากล้าไป ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจอยากเข้าไปสัมผัสพื้นที่ดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ภูมิภาคนี้มีทั้งหมด 7 รัฐ เราจึงเรียกว่า รัฐ 7 สาวน้อย ประกอบด้วย รัฐอรุณาจัล (ARUNACHAL) รัฐนากาแลนด์ (NAGALAND) รัฐมณีปุระ (MANIPUR) รัฐมิโซรั่ม (MIZORAM) รัฐตริปุระ (TRIPURA) รัฐอัสสัม (ASSAM) และรัฐเมฆกัลยา (MAGHALAYA) รัฐ...
ผมเป็นข้าราชการ ทำงานตรงไหนก็ได้ อย่างน้อยเราอยู่ต่างจังหวัดมาก่อน เรียนรู้จากความไม่เจริญ ไม่สมบูรณ์ ไม่หรูหรา มาเจอบรรยากาศในอินเดีย รับได้สบาย  อยู่ได้และกลมกลืนกับคนอินเดียได้อย่างง่ายดาย งานแรกที่ผมดำเนินการคือการสืบค้นว่าอินเดียมีงานแสดงสินค้าอะไรบ้าง งานไหนดีที่สุด ใหญ่ที่สุด  จนไปเจองาน..อินเดีย อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดแฟร์ ซึ่งจัดประจำทุกปีในกรุงนิวเดลี เข้าไปคุยกับผู้จัดงานว่าอยากนำผู้ประกอบการไทยมาร่วมออกบูธ เขายินดีมาก อยากให้มา เพื่องานจะได้มีสันมากขึ้น หลังได้รับไฟเขียวจากผู้จัดงาน ผมทำบันทึกเข้ามาที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ยุคนั้นเรียกว่ากรมส่งเสริมการส่งออก) กระทรวงพาณิชย์ ทำรายละเอียดนำเสนอข้อมูลว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ มีโอกาสการค้าอย่างไร ถ้ามาแล้วจะมีผลดีในอนาคตอย่างไร กระทั่งได้ผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธ 20 ราย ฝ่ายอินเดียก็โปรโมตใหญ่เลยว่าจะมีสินค้าไทยมาร่วมออกงาน เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า ของตกแต่ง ฯลฯ ปรากฏว่าขายดีมาก เนื่องจากที่ผ่านมามีแต่สินค้าอินเดีย อยู่ๆมีสินค้าไทยเข้ามาสร้างสีสัน กิ๊ฟหนีบผม ที่ติดตู้เย็นยังขายหมด แม้ราคาสินค้าไทยจะแพงกว่า แต่ดูดีกว่า อะไรก็ขายได้ ผู้ประกอบการพูดกันปากต่อปาก ปีที่ 2 กรมฯขอเพิ่มเป็น 40  บูธ ปีที่ 3 เพิ่มเป็น 60 สุดท้ายขอเพิ่มเป็น 80 บูธ กลายเป็นงานดังที่สุดงานหนึ่ง
ปี 2547 ผมได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ไปประจำการเป็นผู้ช่วยทูตพาณิชย์ ณ สำนักงานการค้าในต่างประเทศ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ความรู้สึก ณ เวลานั้นคือ ตื่นเต้น ตกใจ และ ดีใจ แน่นอนว่า การได้รับแต่งตั้งให้ไปประจำการในต่างประเทศสำหรับข้าราชการธรรมดาคนหนึ่งต้องถือว่าน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตำแหน่งในต่างประเทศที่ใครก็หมายปอง เพียงแต่ว่าประเทศที่ได้รับมอบหมายให้ไปประจำการคือ..อินเดีย ดินแดนที่ไม่ค่อยมีใครอยากไป (ถ้าเลือกได้) เมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วอย่างจีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ หรือ ยุโรป อย่างไรก็ตาม! สำหรับผมอินเดียก็ไม่ได้ขี้เหร่สักเท่าไหร่ เนื่องจากผมเติบโตมาในต่างจังหวัด บนเกาะสมุย เริ่มต้นรับราชการในจังหวัดเล็กๆภาคอีสาน สมบุกสมบันมาพอสมควร อินเดียสำหรับผมจึงถือเป็นโอกาสใหม่ที่น่าสนใจ อย่างน้อยก็เป็นประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่ รุ่งเรืองมานาน กระนั้นก็ตาม! พลันที่เท้าผมแตะสนามบินก็รู้สึกหดหู่ไม่น้อย สภาพสนามบินนิวเดลีตอนนั้น ทั้งเก่าและซ่อมซ่อ มืดๆ ทึมๆ พื้นดำเลอะเทอะ ไม่มีสีสันชวนอภิรมย์เลย พอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเดินไม่ถึง 50 เมตรออกมาข้างนอกแล้ว ไม่มีบันไดเลื่อน ไม่มีมีร้านค้า สำนักงานทูตพาณิชย์ในกรุงนิวเดลียุคนั้นมีบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา แทบไม่ได้ทำกิจกรรมอะไร เพราะมูลค่าการค้าระหว่างอินเดียกับไทยน้อยมาก ประมาณ 2-3 พันบ้านบาทต่อปี ที่สำคัญสินค้าไทยที่ส่งออกไปขายอินเดียยังไม่เป็นที่สนใจของนักธุรกิจไทย อินเดียจึงเปรียบเสมือนตลาดนอกสายตา ทว่า! ในความไร้เสน่ห์กลับกลายเป็นความท้าทายสำหรับผม คนที่ชอบคิดและทำ นอกกรอบ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในสมองของผมในวันแรกที่เดินทางไปยังสำนักงานคือเราจะต้องนำประสบการณ์จากการทำงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในเมืองไทยมาใช้ที่นี่ โดยเฉพาะการจัดงานแสดงสินค้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผมถนัดและทำมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปิดตลาดพานักธุรกิจจังหวัดกาญจนบุรีบุกตลาดเมียนมา หรือ...
“ปวดคอ มือชา ปวดร้าวที่แขน” อย่าปล่อยไว้ เสี่ยงเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” อันตรายถึงขั้นอัมพฤกษ์อัมพาต ข่าวของ“ตูน-อาทิวาห์ คงมาลัย” นักร้องนำวงบอดี้สแลม ที่เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการนิ้วมือข้างซ้ายมีอาการอ่อนแรงลง รวมถึงมีอาการชาบริเวณมือ  ซึ่งในเบื้องต้นแพทย์ได้ตรวจพบว่าเป็นอาการของ     “โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” แม้จะยังไม่เข้าขั้นวิกฤต แต่ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด สร้างความตระหนกตกใจให้กับแฟนคลับและคนทั่วไปอยู่ไม่น้อย  และทำให้หลายคนสงสัยว่าต้นเหตุของโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทเกิดจากอะไร รวมถึงใครคือกลุ่มเสี่ยงบ้าง มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ในเครือ“พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์” เปิดเผยโดย นายแพทย์ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย แพทย์ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อเเละศัลยกรรมกระดูกสันหลัง ประจำคลินิกพิเศษด้านกระดูกสันหลัง Absolute Spine Care โรงพยาบาล  พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เกี่ยวกับอาการเหล่านี้มาให้ได้ลองสังเกตกัน โอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน โรคหมอนกระดูกทับเส้นประสาท เป็นภาวะความเสื่อมสภาพของโครงสร้างกระดูกสันหลัง ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน เนื่องจากการทำพฤติกรรมผิด ๆ บางอย่างเป็นประจำ เช่น การก้มคอเล่นมือถือ การนั่งหลังไม่พิงพนักพิง การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ การนั่งโต๊ะทำงานอย่างผิดสุขลักษณะ การยกของหนัก การสะพายกระเป๋าหนัก ๆ...