เวียดนามเปิดตัว IMD ปีแรก ติดท็อป 30 ตามหลังไทยก้าวเดียว

181

หากเปรียบการแข่งขันขีดความสามารถบนเวทีโลกเป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอน ผลการจัดอันดับจากสถาบัน IMD (International Institute for Management Development) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2026 กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยมายังเศรษฐกิจไทย เพราะนี่ไม่ใช่แค่การปรับอันดับประจำปีธรรมดา แต่เป็นปีที่เกิดการ “เปิดตัว” ของคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในทศวรรษนี้ นั่นคือ “เวียดนาม”

ตัวเลขที่ปรากฏบนกระดานคะแนนจากทั้งหมด 70 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก กำลังบอกเราว่า เวลาขยับตัวของไทยเหลือไม่มากแล้ว แม้ ประเทศไทย จะอยู่อันดับที่ 26 ของโลก (ขยับขึ้นมา 4 อันดับจากปีก่อน) แต่เวียดนาม พุ่งทะยานสู่อันดับที่ 27 ของโลก 

ความน่ากลัวอยู่ตรงที่เวียดนามเพิ่งได้รับการจัดอันดับเป็น “ปีแรก” แต่สามารถหักปากกาเซียนพาตัวเองเข้ามาอยู่ในท็อป 30 ของโลกได้ทันที และที่สำคัญคือ ตามหลังประเทศไทยเพียงแค่อันดับเดียวเท่านั้น! ในระดับภูมิภาคอาเซียน เวียดนามกลายเป็นอันดับ 4 จี้ติดไทยซึ่งอยู่อันดับ 3 แบบหายใจรดต้นคอ

2 ปัจจัย เวียดนาม “แซง” เราไปแล้ว?

เมื่อลองกระเทาะเปลือกดูไส้ในผ่านเกณฑ์การประเมิน 4 ด้านหลัก ของ IMD จะพบความจริงเชิงโครงสร้างที่น่ากลัวยิ่งกว่าตัวเลขภาพรวม เพราะในขณะที่ไทยยังคิดว่าเรานำอยู่ กลับมีถึง 2 ปัจจัยหลักที่เวียดนาม “คว่ำ” ไทยสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย

1. ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) เวียดนามอันดับ 30 ไทยอันดับ 32 นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุด ภาครัฐของเวียดนามมีความคล่องตัวและทรงประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบายมากกว่าไทยไปแล้ว 2 อันดับ รายงานของ IMD สะท้อนว่า “จุดสลบ” ของไทยที่แก้ไม่ตกคือเรื่องหลักนิติธรรม (อันดับ 57) การควบคุมคอร์รัปชัน (อันดับ 52) และความโปร่งใส ซึ่งตรงกันข้ามกับรัฐบาลเวียดนามที่มีเสถียรภาพและใช้นโยบายเชิงรุกดึงดูดทุนต่างชาติ (FDI) อย่างรวดเร็ว เบ็ดเสร็จ และเด็ดขาด

2. ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) เวียดนามอันดับ 19 ไทยอันดับ 21

ภาคเอกชนและโครงสร้างแรงงานของเวียดนามเฉือนชนะไทยไป 2 อันดับ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นและการปรับตัวที่สูงลิ่ว ยิ่งไปกว่านั้น สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ยังเคยส่งสัญญาณเตือนว่า ไทยมีความเสี่ยงระยะยาวในเรื่อง “ผลิตภาพแรงงาน” ที่ยังต่ำ โครงสร้างประชากรที่ก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบกำลังทำให้เราขาดแคลนแรงงานทักษะสูง สวนทางกับเวียดนามที่มีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานหนุ่มสาวมหาศาลและกระหายการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่

3. สมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ไทยอันดับ 10 เวียดนามอันดับ 19

ในด้านนี้ไทยยังคงเหนือกว่าในภาพรวมจากการสะสมทุน การลงทุนระหว่างประเทศ และเสถียรภาพของดัชนีราคา แต่หากมองลึกลงไป เวียดนามระเบิดฟอร์มในเรื่อง “การค้าระหว่างประเทศ” โดยพุ่งสู่อันดับ 6 ของโลก ด้วยอานิสงส์จากเครือข่ายข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่เปิดกว้างและครอบคลุมทั่วโลก ทำให้เวียดนามกลายเป็นโรงงานแห่งใหม่ของโลกอย่างแท้จริง

4. โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ไทยได้เปรียบ เวียดนามตามหลัง ระบบโลจิสติกส์ การคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพยังคงเป็น “แต้มต่อสุดท้าย” ที่ไทยยังรักษาไว้ได้ ทว่าข้อได้เปรียบนี้กำลังหดสั้นลงเรื่อยๆ และทั้งสองประเทศต่างกำลังติดหล่มความท้าทายเดียวกัน คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขั้นสูง และการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ตื่นจากฝัน… ก่อนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ความน่ากลัวของเวียดนามในรายงาน IMD 2026 ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นผลลัพธ์จากการวางยุทธศาสตร์ประเทศที่แม่นยำ การมีเสถียรภาพทางการเมือง และนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน

วันนี้เวียดนามไม่ใช่แค่ประเทศที่รับจ้างเย็บผ้าหรือผลิตรองเท้าอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังกลายเป็นฮับของ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์ ชิปคอมพิวเตอร์ระดับโลกกำลังถูกดีไซน์และผลิตจากที่นี่ เม็ดเงิน FDI คุณภาพสูงหลั่งไหลเข้าสู่เวียดนามเพราะความโปร่งใสและประสิทธิภาพของรัฐที่เหนือกว่า

อันดับ 26 กับ 27 ห่างกันเพียงก้าวเดียว หากประเทศไทยยังคงติดหล่มอยู่กับปัญหาเชิงโครงสร้างเดิมๆ ทั้งระบบราชการที่ล่าช้า ปัญหาคอร์รัปชัน และแรงงานที่ไม่ได้รับการ Upskill ทันโลก… ในรายงานฉบับหน้า เสือร้ายแห่งอินโดจีนตัวนี้จะไม่ใช่แค่ไล่บี้ แต่อาจจะกระโดดข้ามหัวเราไปแบบไม่เห็นฝุ่น