ถุง ‘โชคดี’ ไม่ได้ ‘ดัง’ เพราะโชคช่วย

3684

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 40 ปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จักถุงกระดาษใส่ของยี่ห้อ ‘โชคดี’ เพราะเป็นถุงที่ดังที่สุด และทันสมัยที่สุดในยุคนั้น

 

วิวัฒน์ อรรถประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเอเซีย เปเปอร์ แบค จำกัด คือผู้สร้างสรรค์ถุง “โชคดี” โดยไปเห็นธุรกิจนี้เติบโตได้ดีในต่างประเทศ เขานำเข้าเครื่องจักรจากประเทศญี่ปุ่น พิมพ์คำว่า “โชคดี” บนกระดาษ อีกด้านหนึ่งเป็นตารางหมากฮอส และรูปต่างๆ ขายใบละ 19 สตางค์ โดยใช้กลยุทธ์เริ่มแรกแจกฟรีตามท้องสนามหลวง และโฆษณาผ่านรายการต่างๆ จนคนรู้จักและกลายเป็นถุงยอดฮิตติดตลาดในเวลาต่อมา

เมื่อธุรกิจดำเนินจนอยู่ตัวจึงเริ่มหันมาส่งออก จากถุงโชคดีใบละ 19 สตางค์ กลายเป็นสินค้าส่งออกใบละ 10 บาท โดยรับจ้างผลิตให้เจ้าของสินค้ากับแบรนด์ดังๆ ในต่างประเทศ เพิ่มดีไซน์ให้มีความสวยงาม คลาสสิก อาทิ การทำเชือกร้อยหูหิ้ว การใช้กระดาษชนิดพิเศษ เป็นต้น

คุณวิวัฒน์เล่าวว่า งานผลิตถุงเป็นงานดีไซน์ หยุดนิ่งไม่ได้ ต้องติดตามแนวโน้มที่ฉีกแนวไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ การใช้โทนสีที่เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม หรือการตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น การผลิตถุงเก็บความเย็นกาแฟโบราณ รวมถึงการแข่งขันกับคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อิตาลี หรือ อเมริกา เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร ต้องมีความชำนาญในเรื่องนั้นอย่างแท้จริงแล้ว ถ้าเรามีความเชี่ยวชาญ ต่อให้โลกจะพัฒนาก้าวหน้าไปเพียงใด ก็สามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

 “คุณเชื่อไหมว่าช่วงหนึ่งผมกำลังกำลังผลิตถุงกระดาษขายเพลินๆ อยู่ๆก็มีถุงก๊อบแก๊บเข้ามา เครื่องจักรที่สั่งเข้ามาใหม่ต้องว่างงานนานหลายเดือน ปรับกลยุทธ์กันจนหัวหมุม นี่คือความเป็นจริงของการทำธุรกิจ ไม่มีอะไรแน่นอน ถ้าคุณประมาทหรือมัวลุ่มหลงในความสำเร็จ ตลาดที่เคยเป็นของคุณจะตกไปอยู่ในมือคนอื่นอื่นทันที” คุณวิวัฒน์เล่าประสบการณ์

เขายังฝากข้อคิดถึงคนรุ่นใหม่ว่า “สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งถูกปลูกฝังค่านิยมด้วยวัตถุ ทำให้ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน หลายธุรกิจพ่อแม่สร้างไว้ ต้องมาล่มสลายเพราะลูกสานต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้น จึงอยากให้ทุกคนตระหนักว่าเราจะอยู่อย่างไรให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เราจะดำเนินธุรกิจอย่างไรให้อยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ”

แม้วันนี้วัยจะล่วงเลยมากว่า 70 ปีแล้ว แต่คุณวิวัฒน์ก็ยังสนุกกับงาน โดยยังคงเดินทางไปพบปะกับลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมถ่ายโอนการบริหารกิจการภายในให้กับทายาทสานต่อ ขณะที่เมื่อว่างจากงานก็จะมีการพบปะกับเพื่อนฝูงในกลุ่มชมรมนักธุรกิจโชคดีอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ชีวิตวันนี้มียังคงกระฉับกระเฉง สดใส เต็มไปด้วยพลังแห่งการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด

สนใจเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ www.asiapaperbag.co.th

 

ที่มา : creativeecon.asia