วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2026

นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ผุดไอเดียนวัตกรรม “โคโค่แลมป์” อุปกรณ์ครอบหลอดไฟ เบนแสงไฟบริเวณชายหาดที่รบกวนการวางไข่ของเต่าทะเล และช่วยลูกเต่าคลานลงทะเลได้อย่างปลอดภัย นวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเลและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และเต่าทะเล เต่าทะเลในประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ ภัยคุกคามมีอยู่ด้วยกันหลายประการ หนี่งในนั้นคือแสงไฟจากโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหารบริเวณชายหาดที่เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล แสงไฟเหล่านี้รบกวนการวางไข่ของแม่เต่าทะเล และที่สำคัญคือมีผลทำให้ลูกเต่าที่ฟักออกมาเกิดความสับสน แทนที่จะเดินลงทะเล กลับเดินไปยังพื้นที่ที่มีแสงสว่าง เป็นเหตุให้ลูกเต่าจำนวนไม่น้อยต้องติดอยู่บนชายหาด ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกล่า ทำร้าย และขาดน้ำตายในที่สุด ปัญหานี้เป็นแรงผลักดันให้ทีม Turtle Rangers นิสิตจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนา “โคโค่แลมป์” อุปกรณ์ครอบหลอดไฟที่จะช่วยเบนแสงไฟให้เหมาะสมกับเต่าทะเลตามหลัก Turtle friendly เพื่อให้ลูกเต่าคลานลงทะเลได้อย่างปลอดภัย “เราได้ศึกษาข้อมูลตัวอย่างจากเกาะแอนนามาเรีย รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แสดงให้เห็นว่าการจัดแสงไฟให้เป็นมิตรต่อเต่าทะเลสามารถลดจำนวนลูกเต่าที่หลงทางได้อย่างมีนัยสำคัญ เราจึงคิดค้นนวัตกรรม “โคโค่แลมป์” เพื่อช่วยแก้ปัญหาแสงไฟที่รบกวนการวางไข่และการคลานลงทะเลของลูกเต่าทะเล ในขณะเดียวกัน ก็ไม่เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ พวกเราอยากให้คนและเต่าอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข” นางสาวมนพัทธ์ สีเงิน คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในสมาชิกทีม Turtle Rangers กล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนา “โคโค่แลมป์” โคโค่แลมป์เป็นมิตรต่อเต่าทะเลและธรรมชาติ น.ส.มนพัทธ์เล่าว่าโคโค่แลมป์เป็นนวัตกรรมครอบหลอดไฟเบนแสงสำหรับเต่าทะเล ที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักการจัดแสงที่เป็นมิตรต่อเต่าทะเลตามข้อเสนอแนะขององค์กรบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าแสงไฟต้องอยู่ในระดับต่ำ ใช้หลอดไฟที่มีคลื่นแสงยาว และมีอุปกรณ์ครอบหลอดไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้แสงไฟส่องไปทางทะเล  นอกจากจะออกแบบอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อเต่าทะเลแล้ว ทีม...
สุริยพงศ์ ทับทิมแท้ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Pamba เป็นผู้ประกอบการใหม่อีกกลุ่ม ที่นำเสนอแพลตฟอร์ม การร่วมเดินทาง หรือ Shareways จากประสบการณ์เคยทำงานที่สวิตเซอร์แลนด์ และมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปหลายประเทศ เขาพบว่าเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) ทั้งการร่วมเดินทางด้วยรถยนต์ ให้เช่ารถจักรยาน ร่วมเดินหรือร่วมวิ่งด้วยกัน ค่อนข้างได้รับความนิยมแพร่หลาย เพราะเป็นหนึ่งในเทรนด์ของโลกยุคใหม่ ที่มีแนวโน้มขยายตัวในอนาคต เมื่อกลับมาไทย กลางปี 2559 สุริยพงศ์ จึงรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ศึกษาและพัฒนาโมเดลดังกล่าว ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและพฤติกรรมของคนไทย “คอนเซ็ปต์ของเราก็คือ การเป็นส่วนหนึ่งของ Smart City แม้จะเป็นเรื่องใหม่ในไทย แต่ก็คิดว่าวันหนึ่งเรื่องนี้ก็จะน่าเกิด  ภายใต้แนวคิด ไปทางเดียวกัน รถคันเดียวกัน แชร์ค่าน้ำมัน ได้พบผู้คน” สุริยพงศ์ จุดประกายความคิด เป็นเรื่องปกติของบรรดาผู้ประกอบการใหม่ ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม ช่วงเริ่มต้นย่อมต้องลองผิดลองถูก ไม่ต่างจาก Pamba ที่มุ่งโฟกัสตอบสนองการร่วมเดินทางของผู้คนในเขตเมืองเป็นหลัก นำร่องทดสอบระบบกับเจ้าหน้าที่ของ SME Bank สำนักงานใหญ่ ย่านซอยอารีสัมพันธ์ ถนนพหลโยธิน ปรากฏว่าผลที่ได้รับกลับไม่เวิร์ค! “โจทย์สำคัญ...
กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (อว.)   โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  ตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีประเทศด้านอุตสาหกรรมแปรรูป ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนัล (Functional food products) ชนิดใหม่ในรูปของผงชาฟรีซดรายสำหรับชงน้ำเย็นดื่มและผลิตภัณฑ์ชนิดผงพร้อมบริโภค ภายใต้ชื่อ “โพรเฮิร์บ (ProHerb)”  ที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งนี้องค์ประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์คือ สารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่จากธรรมชาติ 2 ชนิด ได้แก่ จุลินทรีย์โพรไบโอติก (probiotic) และสารสกัดพืชสมุนไพร (herbal extract) มีประสิทธิภาพช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases, NCDs)  โดยเฉพาะควบคุมภาวะโรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูงจากภาวะไขมันในเลือด ซึ่งทั้งสองโรคมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ปัจจุบันอัตราการเป็นโรคเบาหวานของคนไทยและโดยเฉพาะผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขขณะนี้ระบุว่า มีประชากรไทยเป็นโรคเบาหวานมากกว่า 5.5 ล้านคน โดยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสนคนต่อปี และเสียชีวิต 200 รายต่อวัน และจำนวนผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูงราว 30 ล้านคน ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ...
ประสบการณ์ชีวิตสำคัญของการเป็น "ด่านหน้า" หรือบุคลากรทางการแพทย์ ต้องผ่านห้องเรียน "อาจารย์ใหญ่" หรือศึกษาจากร่างที่อุทิศเพื่อการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาแพทย์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกันทุกคน แต่ปัจจุบันด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้นักศึกษาแพทย์สามารถเรียนผ่าน Virtual Reality จากโปรแกรมที่ออกแบบเพื่อการฝึกทักษะตามที่ต้องการ เปรียบเหมือนการมี "อาจารย์ใหญ่" ในโลกเสมือนจริง ที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษาได้ในทุกที่ทุกเวลา หนึ่งในผลงานที่มหาวิทยาลัยมหิดลภาคภูมิใจ ในฐานะ"ปัญญาของแผ่นดิน" ได้แก่ "โปรแกรมการจำลองการฝึกส่องกล้องภายในหัวไหล่บนเทคโนโลยี Virtual Reality" ผลงานโดยทีม VSATs (Virtual Shoulder Arthroscopy Training Simulator) ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนโดย Mahidol Bremen Medical Informatics Research Unit (MIRU)  โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โมเรศ ปรัชญพฤทธิ์ ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเกมและเกมมิฟิเคชัน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โมเรศ ได้กล่าวถึงผลงานของนักศึกษาที่สร้างชื่อกลุ่มดังกล่าวว่า นับเป็นเทรนด์ใหม่ในการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ ด้วยเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) สามารถใช้แทนการศึกษาจากร่าง "อาจารย์ใหญ่" ซึ่งต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงในการศึกษาแต่ละครั้ง อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในเรื่องการนำมาศึกษาซ้ำ เนื่องจากติดอุปสรรคของการเสื่อมสภาพ  วัตถุประสงค์หลักของการสนับสนุนโดย MIRU คือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้แก้ไขปัญหาทางการแพทย์และสาธารณสุข จึงมุ่งฝึกให้นักศึกษาทีม VSATs นำวิชาความรู้มาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์ โจทย์ที่ได้รับ คือ การฝึกนักศึกษาแพทย์ส่องกล้องรักษาข้อไหล่ผ่าน VR โดยพบว่า จากการออกแบบโปรแกรมให้สามารถฝึกซ้ำจนเกิดความชำนาญ เหมือนมีอาจารย์แพทย์มานั่งสอนอยู่ข้างๆ นอกจากจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษาแพทย์แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยเมื่อนักศึกษาแพทย์จะต้องลงมือปฏิบัติจริงต่อไปในอนาคตอีกด้วย ทีม VSATs นำโดย "ริว" อนาคิน พัชโรทัย รับหน้าที่หัวหน้าทีม ซึ่งนอกจากเป็นผู้ประสานหลักของกลุ่มแล้ว ยังเป็นผู้ร่วมเขียนโปรแกรม วางระบบออนไลน์สำหรับผู้เล่นหลายคน(multiplayer) ตลอดจนวางระบบเสียงสนทนา (voice chat) เพื่อให้อาจารย์แพทย์สามารถสังเกตการณ์การฝึกและให้คำแนะนำแก่นักศึกษาแพทย์แบบทางไกล รวมถึงสามารถสาธิตเทคนิคที่เหมาะสม ในขณะที่ "แม็ก" รัฐนันท์ คัมภีรศาสตร์ รับหน้าที่ทั้งเป็นผู้ร่วมเขียนโปรแกรม ฝ่ายข้อมูล และผู้นำเสนอผลงาน และ"พาย" สฤษฎ์พงศ์ อุดมมงคลกิจ รับหน้าที่ดูแลในเรื่องความสมจริง การจัดวาง ดัดแปลง และทดสอบโมเดล  ริว และ พาย สองนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล สมาชิกของทีมVSATs ได้มีโอกาสบินลัดฟ้าไปทำโปรเจค ณ มหาวิทยาลัยเบรเมน (University of Bremen) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ก่อนสำเร็จการศึกษา  นอกจากนี้ ทีม VSATs ยังสามารถคว้ารางวัลชมเชยหมวดโปรแกรมเพื่อการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับนิสิตนักศึกษา จากการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 24 (National...
VRH ผู้ผลิตและจำหน่ายก๊อกน้ำและอุปกรณ์ในห้องน้ำสเตนเลสรายใหญ่ของไทย เปิดตัว “VRH Modern Life” นำเข้าสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำจากผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ดีไซน์เรียบหรู ฟังก์ชั่นใช้งานพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้งานระดับ Hi-End ประเดิมตลาดด้วยแบรนด์ดังจากยุโรป “CONTI” และ “AXENT”   นายพิษณุ หทัยพันธลักษณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ VRH Modern Life บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2561 นี้ว่า VRH ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายก๊อกน้ำ อุปกรณ์ห้องน้ำ และห้องครัว ที่ผลิตจากสเตนเลสชั้นนำของไทย จะเปิดตัวธุรกิจใหม่ภายใต้แบรนด์ “VRH Modern Life” รุกตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสุขภัณฑ์แห่งอนาคต เพิ่มประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งานที่เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบเทคโนโลยีระดับ Hi-End ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตสอดรับกับการพัฒนาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจก่อสร้างที่ขยายตัวรองรับโครงการพัฒนาเครือข่ายสาธารณูปโภคภาครัฐ และการลงทุนของภาคเอกชนในยุค Industry 4.0 VRH Modern Life จะดำเนินธุรกิจในลักษณะเอ็กซ์คลูซีฟดีลเลอร์...
ทีมนศ.สารพัดช่างเพชรบูรณ์ผุดแผนธุรกิจ “ผลิตและจำหน่ายถ่านอัดแท่งจากเปลือกมะขามผสมสารเคโรซีน” ไร้ควัน ไร้กลิ่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เผาไหม้ได้นานกว่า 6 ชั่วโมงต่อก้อน ดร.บุญรักษ์  ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการ                  การอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระในกลุ่มผู้เรียนอาชีวศึกษา โดยให้นักศึกษาอาชีวศึกษาชั้นปวช.หรือปวส.จากหลากหลายสาขาวิชาชีพที่มีความสนใจเดียวกันคือต้องการจะประกอบธุรกิจเป็นผู้ประกอบการรวมตัวกันทีมละ 5 คน มีครูที่ปรึกษาประจำกลุ่ม 1 คน รวมทั้งสิ้น 6 คน ร่วมกันเขียนแผนธุรกิจ ส่งเข้าแข่งขันเพื่อคัดเลือกทีมธุรกิจดีเด่นให้เหลือ 20 ทีม (จาก 100 ทีม) เพื่อเข้ารับการอบรมพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอาชีวศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการแบบเข้มข้น ภายหลังการอบรมทีมธุรกิจทั้ง 20 ทีมจะกลับไปพัฒนาและปรับปรุงแผนธุรกิจอีกครั้งก่อนจะดำเนินการคัดเลือกและจัดแสดงผลงานในเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งจะดำเนินการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ได้แก่ ผู้แทนจากสถาบันการเงินและผู้แทนจากสถานประกอบการ ทั้งนี้ ทุกแผนธุรกิจที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 20 ทีมมีความน่าสนใจ สามารถเป็นผู้ประกอบการอิสระได้ อาทิ แผนธุรกิจ “พื้นรองเท้าเพื่อสุขภาพจากใยเปลือกทุเรียน” แผนธุรกิจ “เตาชีวมวล” แผนธุรกิจ...
"กล้วยไม้" ได้รับการยกย่องในฐานะ "ดอกไม้ประจำวันครู" จากคุณลักษณะที่คล้ายกับความเป็นครูที่ต้องใช้เวลาเฝ้าอบรมเคี่ยวเข็ญลูกศิษย์อยู่นาน กว่าจะได้เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ หากต้องการให้ได้ดอกที่งดงาม จะต้องมีการศึกษาเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจมาก่อนเป็นอย่างดี              เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยส่งออกกล้วยไม้เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกล้วยไม้มีมากมายหลายสายพันธุ์และแต่ละสายพันธุ์มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถย่อข้อมูลกล้วยไม้ที่มีมากมายมหาศาลมาอยู่ที่เพียงปลายนิ้ว             จากความหลงใหลในความงาม และความมากด้วยคุณค่าทางเศรษฐกิจของกล้วยไม้ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสู่การสร้างสรรค์ผลงานแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ซึ่งได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลประกาศเกียรติคุณ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ประจำปีงบประมาณ 2564 จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผลงานโดย อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ แสวงผล อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล             อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ ได้อธิบายถึงแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ว่า พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยในการระบุสายพันธุ์และเชื่อมโยงข้อมูลกล้วยไม้แบบอัตโนมัติโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก ด้วยโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่ออกแบบขึ้นนี้สามารถทำให้การสืบค้นข้อมูลกล้วยไม้เป็นเรื่องง่าย สะดวกรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ เพียงใช้รูปถ่ายกล้วยไม้โหลดเข้าโปรแกรม "ออคิเดเตอร์" ก็จะสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นกล้วยไม้สายพันธุ์ใด จำแนกได้ตามสี รูปแบบดอก และลวดลายบนดอก ซึ่งมีความแม่นยำโดยเฉลี่ยถึงร้อยละ 95              ในเบื้องต้น "ออคิเดเตอร์" สามารถระบุสายพันธุ์กล้วยไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมได้ถึง 14 ชนิด และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อให้โปรแกรมมีความแม่นยำ และมีศักยภาพในการระบุจำนวนสายพันธุ์กล้วยไม้ไทยที่ครอบคลุมให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดได้ทางมือถือ และคอมพิวเตอร์ต่อไป              อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ เป็นศิษย์เก่าซึ่งสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีรุ่นแรกๆ จาก คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา จาก มหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย แม้จะไม่ได้เป็นนักพฤกษศาสตร์โดยสายเลือด แต่ด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักวิจัยที่ใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอจึงได้ทุ่มเทเวลาลงพื้นที่ตลาดกล้วยไม้ในจังหวัดนครปฐมพร้อมนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเก็บข้อมูลจากบรรดาผู้คร่ำหวอดในแวดวงกล้วยไม้ในชุมชน ซึ่งเป็นข้อมูลจากประสบการณ์ตรงที่อัพเดทอยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถคิดค้นออกมาเป็นแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ซึ่งหากเมื่อเปิดให้ใช้งานได้จริง ก็จะเหมือนมี "เซียนกล้วยไม้"  พร้อมให้คำปรึกษาได้ทุกที่ทุกเวลาอยู่ในมือ             นอกจากในการทำวิจัย อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ ได้สอนให้นักศึกษาเรียนรู้เทคนิคการเขียนโปรแกรม AI แล้วยังได้ฝึกให้นักศึกษารู้จักการคิดต่อยอดเรียนรู้เพิ่มเติม และยังได้มองไปถึงประโยชน์ในการประยุกต์ใช้โปรแกรม "ออคิเดเตอร์" ที่คิดค้นขึ้นนี้เพื่อการจำแนกพืชพันธุ์สมุนไพร และตรวจสอบพันธุ์พืชในป่า เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติได้ต่อไปอีกด้วย             "การวิจัยไม่ยากอย่างที่คิด หากเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจและสนุกไปกับหัวข้อนั้นๆ และยิ่งได้ผู้ร่วมวิจัย และผู้สนับสนุนที่มองไปในทิศทางเดียวกัน มีความสนใจในเรื่องเดียวกันแล้ว ก็จะยิ่งทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นงานวิจัยที่สังคมได้ประโยชน์ด้วยจึงจะเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและยั่งยืน" อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ  กล่าวทิ้งท้าย             จึงไม่แปลกที่ผลงานชิ้นนี้จะคว้ารางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น วช. ปี '64
LEO สุดล้ำ สร้างคอนเทนต์ไวรัลในโซเชียลมีเดีย   ล่าสุดไม่ตกเทรนด์ด้วยการเปิดตัวป้ายโฆษณา ปล่อย “เสือดาว” ออกมาโลดแล่นจากป่ากระโดดทะลุตึก” บนจอดิจิทัล 3 จอเรียงกัน ในรูปแบบ 3Dด้วยเทคโนโลยี 3D Illusion ทะลุจอสมจริงระดับ Hyper-realistic สัมผัสความสมจริงได้วันนี้ ที่ลานพาร์คพารากอน เปิดตัวกระหึ่ม ทันกระแส ไม่ยอมตกเทรนด์ใดๆ สำหรับ LEO ล่าสุด ปล่อย “เสือดาว” ออกมาโลดแล่นจากป่ากระโดดทะลุตึก” กับป้ายโฆษณาเทคนิค 3D Illusion บนจอ LED  3 จอเรียงกัน ณ พาร์คพารากอน  เรียกได้ว่าสมจริง กับเสือ LEO ที่พร้อมส่งเสียงคำรามทักทายผู้คนที่ผ่านไปมา  สร้างสีสัน ตื่นตาตื่นใจ เปิดประสบการณ์ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความเสมือนจริง  ให้หลายคนได้ถ่ายรูปและแชร์ลงโซเชียลมีเดีย กลายเป็นคอนเทนต์ไวรัลอยู่ในขณะนี้ เรียกได้ว่า เป็นอีกกิจกรรมและกลยุทธ์การตลาดที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำ LEO ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย สร้างกระแสให้กับผู้บริโภค จนเกิดสีสันและความประทับใจ...
NIA จับมือพันธมิตรสร้าง “เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย” รวมพลัง “พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย”             สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้าต่อยอดแพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทย ระดมความร่วมมือหน่วยงานชั้นนำของประเทศจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมธุรกิจ มาร่วมกันสร้าง เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ในการ พลิกฟื้นประเทศ...ด้วยนวัตกรรมไทย โดยร่วมกันเป็นผู้แทนในการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการรับรู้ ความตื่นตัว และความภาคภูมิใจในนวัตกรรมฝีมือคนไทย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความชำนาญระหว่างกัน ล่าสุดมีเครือข่าย 73 องค์กร ที่ตอบรับและพร้อมจะขับเคลื่อนนวัตกรรมประเทศไทยให้ก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการก้าวสู่อันดับ 1 ใน 30 ของประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมของโลก ภายในปี 2573 และนำประเทศไทยก้าวเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม             ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทยมีวิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง...
นอกจากการไอและจามแล้ว หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่า "น้ำลาย" ที่ผลิตจากต่อมน้ำลายของผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยโรค COVID-19 จะมีปริมาณของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มากมายมหาศาลเพียงใด             จากความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากสำหรับผู้ป่วยที่มีแผลในช่องปาก ที่ทำจากสารสกัดธรรมชาติข้าวไทย ซึ่งมากมายด้วยคุณประโยชน์ มหาวิทยาลัยมหิดลยังคงไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาต่อยอดสู่ผลงานนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาวะของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติ COVID-19 ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่ได้รับการพัฒนาสูตรซึ่งสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ได้ทันทีหลังบ้วนปาก แม้ในเชื้อที่กลายพันธุ์ โดยได้ผ่านการทดสอบและรับรองผลการใช้จริงกับผู้ป่วยโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการยื่นจดอนุสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล             ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทันตแพทย์สุรกิจ วิสุทธิวัฒนากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยจากการให้บริการที่ปลอดเชื้อต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติ COVID-19 ซึ่งจะต้องมีการเตรียมช่องปากของผู้ป่วยด้วยการให้ผู้ป่วยได้บ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ก่อนเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมทุกครั้ง              ด้วยการปรับสูตรที่เหมาะสมของนวัตกรรมน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรคCOVID-19 ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ได้ร่วมกับ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล คิดค้นขึ้นนี้ พบว่าสามารถสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยจากการปลอดเชื้อให้กับผู้ป่วย โดยไม่เกิดผลข้างเคียงต่อเยื่อบุภายในช่องปาก และคาดว่าจะสามารถช่วยปรับระดับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัยให้กับประชาชนทั่วไปในวงกว้างได้             รองศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงศรัญญา ตันเจริญหัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อกนิษฐ์ จิตต์มิตรภาพ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยาและอิมมิวโนโลยีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ทีมนวัตกรผู้คิดค้นน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 แม้ในเชื้อที่กลายพันธุ์ ได้เผยถึงส่วนผสมสำคัญของผลงานนวัตกรรมเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 ดังกล่าวว่า ได้มีการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย ร่วมกับองค์ประกอบที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการในเซลล์เส้นใยเหงือกของมนุษย์ จนเห็นผลจริงในผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นวัตกรรมดังกล่าวสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ได้มากกว่า 99.9% ซึ่งหากสมมุติว่ามีปริมาณเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ประมาณ 1 แสนตัวหากใช้น้ำยาบ้วนปากที่คิดค้นขึ้นนี้ จะทำให้เหลือเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มีชีวิตอยู่เพียงประมาณ 41 ตัว เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดอื่น             จุดเด่นของน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่คิดค้นขึ้นนี้คือ ความสามารถในการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่กลายพันธุ์ได้ด้วย โดยจะไปทำลายไขมันที่หุ้มตัวเชื้อไวรัส ทำให้ขาดองค์ประกอบที่จะเพิ่มจำนวนต่อไปได้ นอกจากนี้ ยังไม่ทำให้เกิดการติดสีที่วัสดุตัวฟันของผู้ป่วย อีกทั้งยังสามารถจัดเก็บได้นานเกิน 1 ปีในอุณหภูมิห้อง ซึ่งพบว่ายังสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรคCOVID-19 ได้เช่นเดิม และที่สำคัญใช้เวลาในการบ้วนปากเพียงไม่ถึง 1 นาที โดยมีแผนจะนำไปใช้ตามโรงพยาบาลสนามต่างๆ ในช่วงวิกฤติ COVID-19 และในสถานที่ซึ่งยากจะหลีกเลี่ยงต่อการรักษาระยะห่าง เช่น ทัณฑสถาน และค่ายทหาร เป็นต้น ต่อไป             ในฐานะทันตแพทย์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาวะของประชาชน รองศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงศรัญญา ตันเจริญ ได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยในช่วงวิกฤติCOVID-19 ว่า นอกจากควรเคร่งครัดเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย และการล้างมือแล้ว การหมั่นบ้วนปาก และกลั้วคอแม้เพียงน้ำสะอาดธรรมดา ก็จะสามารถช่วยให้ห่างไกลจากCOVID-19 ได้