บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยนายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ นางยุพา ล่ำซำ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริจาคเงินผ้าป่าเพื่อการศึกษาจำนวน 100,000 บาท ให้แก่โรงเรียนวัดหนองกบ (ขุนทองประชานุเคราะห์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2 เพื่อนำเงินไปปรับปรุงใต้พื้นที่อาคารเรียน ซึ่งจะเป็นห้องประชุมอเนกประสงค์สำหรับนักเรียนใช้ในการทำกิจกรรมสันทนาการเพื่อการเรียนรู้ โดยมีนางสาวจิตตานันท์ สุขสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ และนายภูชิต หงษ์รักษ์ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดหนองกบ (ขุนทองประชานุเคราะห์) เป็นผู้รับมอบ ณ วัดหนองกบ ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
ศาสตราจารย์ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รับมอบเงิน จำนวน 1,000,000 บาท จากนางสาวภาสินี ปรีชาธนาพล กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ สำหรับเป็นทุนการศึกษาประจำปี 2564 แก่นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล ที่มีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยสนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ณ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
เคทีซีส่งมอบเงินสมทบศิริราชมูลนิธิ จากกิจกรรม "ชวนปันน้ำใจ ยกเลิกรับใบแจ้งยอดฯ แบบกระดาษ ใช้ e-Statement”
นางสาวชนิดาภา สุริยา (กลางซ้าย) ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - ปฎิบัติการ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนส่งมอบเงิน 225,340 บาท สมทบทุนให้กับศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช ผ่าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชัยวัฒน์ โมกขะเวส (กลางขวา)กรรมการเหรัญญิก เพื่อสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์รักษาผู้ป่วยโควิด-19 จากกิจกรรม "ชวนปันน้ำใจ ยกเลิกรับใบแจ้งยอดฯ แบบกระดาษ ใช้ e-Statement” ซึ่งสมาชิกเคทีซี 11,267 ราย ได้เข้าร่วมในกิจกรรม โดยทุกความร่วมมือจากสมาชิก 1 ราย เคทีซีร่วมบริจาคสมทบทุน 20 บาท งานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ...
พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย รับมอบผ้าห่มรักษ์โลก จำนวน 1,000 ผืน จากนางสาววราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงาน สายงานส่งเสริมกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดสกลนคร ในโครงการ “หนาวนี้ ทำดีเพื่อพ่อ 2565” นอกจากนี้ ยังร่วมสนับสนุนการผลิตแผ่นพับ จำนวน 100,000 แผ่น สำหรับเผยแพร่กิจกรรมของสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ในโอกาสต่างๆ ณ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย อาคารเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวรณ์ ชั้น 2
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายพุฒิ เด่นสมพรพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม โดยนางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม บริจาคเงินสมทบที่ได้รับการบริจาคจากผู้บริหารและพนักงานผ่านมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม “โครงการช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19” เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี เมืองไทยประกันชีวิต เป็นจำนวน 368,467.99 บาท ให้แก่ สภากาชาดไทยโดยมีนายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และนางสาวกมลวรรณ ศรีช่วย หัวหน้าฝ่ายหารายได้และกิจกรรม สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ โดยกองทุนกาชาดจะนำเงินดังกล่าวไปจัดหาวัคซีนและยาโควิด-19 สำหรับประชาชน ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) รับรางวัล “องค์กรที่มีผลงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่นประจำปี 2564 ระดับแพลตินัม” จากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมคว้ารางวัลพิเศษ “The Ambassador’s Award” ด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ด้วยผลงานในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ยั่งยืนให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยมีนายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เป็นผู้รับมอบรางวัลจากนายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมีนายเกร็ก หว่อง ประธานหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในพิธีมอบรางวัลผ่านทางออนไลน์
นอกจากความมุ่งมั่นในการดูแลชุมชนแล้ว Dow ยังได้ผลักดันการแก้ปัญหาโลกร้อนและลดขยะพลาสติกซึ่งทำให้ได้รับรางวัลพิเศษในครั้งนี้ โดย Dow มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทด้านวัสดุศาสตร์ (Materials Science) ที่ยั่งยืนมากที่สุดในโลก และตั้งเป้าจะเป็นองค์กรที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ภายในปี 2593 เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรและพลังงานน้อยลง รวมทั้งนำเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำจากต่างประเทศมาเผยแพร่ในประเทศไทยเพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
Dow...
ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย ส่งทีม TIP Smart Assist พร้อมหน่วยหนุมานทิพยจิตอาสา ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนจังหวัดชุมพร ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ทำให้น้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น สำหรับผู้ประสบภัยทุกท่านที่ต้องการความช่วยเหลือเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่น้ำท่วม ทิพยประกันภัยได้จัดเตรียมรถยกเพื่อช่วยเหลือฟรีไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทฯหรือไม่ก็ตาม และสำหรับลูกค้าของทิพยประกันภัย สามารถโทร.ขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเคลมที่ Hotline 1736 กด 1 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสำนักงานสาขาในพื้นที่นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่เข้าร่วมโครงการ TIP@pttstation บจก.เค.พี.เอส.กรุ๊ป (สถานีบริการน้ำมัน เดอะไทเกอร์) อ.หลังสวน จ.ชุมพร ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมสามารถนำรถมาจอดได้ฟรีอีกด้วย
ทิพยประกันภัยขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบภัยทุกท่านสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
หากย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2514 จะพบว่าเป็นปีที่มีอัตราเกิดของประชากรไทยสูงที่สุด จากการมีเด็กเกิดใหม่ถึง 1.2 ล้านคน จนเรียกได้ว่าเป็น "ประชากรรุ่นเกิดล้าน" และเป็นปีเดียวกับที่ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (IPSR) ได้รับการจัดตั้งขึ้นเทียบเท่าคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสของสถาบันฯกล่าวในฐานะผู้บุกเบิกและมีบทบาทสำคัญในการสำรวจและวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรเพื่อการขับเคลื่อนในเชิงนโยบายของประเทศไทยว่า นับเป็นเวลาครึ่งศตวรรษแล้วที่สถาบันฯ ได้รับใช้ประเทศชาติด้วยการเป็น "ปัญญาของแผ่นดิน" ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล สร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยที่เกิดขึ้นจากการสำรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทย ไม่ว่าจะเป็นการเกิด การตาย และการย้ายถิ่น ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมามีนักวิจัยของสถาบันฯ ได้เป็นคณะทำงานร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในทุกฉบับ เพื่อการขับเคลื่อนสู่นโยบายของประเทศไทย
"ประชากรรุ่นเกิดล้าน" อยู่ในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2506-2526 ซึ่งนโยบายของประเทศไทยในขณะนั้น มุ่งไปที่การวางแผนครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าคนรุ่นใหม่นิยมอยู่เป็นโสด ไม่แต่งงาน และมีลูกกันน้อยลง อัตราเกิดของประชากรไทยจึงลดต่ำลงไปด้วย
จึงเกิดคำถามว่า เราจะเตรียมพร้อมนโยบายทางประชากรของประเทศไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรของไทยอย่างไร เมื่อ "ประชากรรุ่นเกิดล้าน" ที่เกิดระหว่างปีพ.ศ.2506-2526 จะกลายเป็น "สึนามิประชากร" ที่เคลื่อนสู่ "ฝั่งผู้สูงวัย" ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล ได้ให้มุมมองว่า การแก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำ ด้วยการส่งเสริมให้ประชากรมีลูกกันมากขึ้น อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีนักสำหรับสังคมไทย หากไม่ได้พิจารณาถึงคุณภาพของการเกิด หรือเกิดด้วยความไม่พร้อม
ซึ่งตัวเลขการเกิดของประชากรไทยในปีพ.ศ.2563 ซึ่งเป็นปีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 587,000 คน และอาจมีแนวโน้มต่ำลงไปอีกประมาณ 2 - 3 หมื่นคนตามวิกฤติ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก
โดยการประกาศจำนวนเกิดของประชากรไทยในแต่ละปีจะนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคมของปีนั้นๆ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในอีกประมาณ 2 - 3 เดือนถัดไป
"ปัญหาที่เร่งด่วนมากกว่าปัญหาอัตราเกิดฮวบต่ำลงในขณะนี้ คือ การเตรียมพร้อมอย่างไรเมื่อสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งประชากรที่เกิดในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2506-2526 ถือเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดในการนำมาพิจารณาเป็นโจทย์เพื่อการศึกษาวิจัยให้ตอบสนองทิศทางความต้องการของผู้สูงวัยไทยในอนาคต โดยควรเน้นให้เตรียมพร้อมเรื่องสุขภาพ และระวังการใช้จ่าย หมั่นเก็บออมไว้เพื่ออนาคต" ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ กล่าวแนะนำทิ้งท้าย
รองศาสตราจารย์ ดร.อารี จำปากลาย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล คนปัจจุบัน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของสถาบันฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทยใน 50 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีเพียงงานวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรเท่านั้น ยังมีงานวิจัยเพื่อติดตามพฤติกรรมทางสุขภาพของประชากร ความเท่าเทียมทางการศึกษา ความเท่าเทียมทางเพศ แรงงานย้ายถิ่น หรือแม้แต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ฯลฯ ที่ตอบโจทย์เกือบทุกเป้าหมาย SDGs เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งนอกจากเพื่อการขับเคลื่อนสู่นโยบายในระดับชาติแล้ว ยังได้ขยายผลสู่การสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติต่อไปอีกด้วย โดยสถาบันฯ พร้อมเดินหน้ารับใช้ประชาชน สร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อส่งเสริมคุณภาพประชากรไทย และร่วมทำโลกนี้ให้มีอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป
นายวานิช ไชยวรรณ ประธานกิตติคุณ พร้อมด้วยนายไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายวิญญู ไชยวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มอบเงินบริจาค จำนวน 20,000,000 บาท แก่นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อสมทบทุนก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) เนื่องในโอกาสครบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ณ อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่
กรุงเทพประกันชีวิต ลงพื้นที่ส่งต่อความห่วงใย มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดนครราชสีมา รวมไปถึง ผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย พร้อมทั้งได้เยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน
นายอนุชา ภิงคารวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนส่งผลให้หลายจังหวัดของประเทศไทยเกิดปัญหาน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลขยายเป็นวงกว้าง ทำให้ให้เกิดความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนเป็นอย่างมาก กรุงเทพประกันชีวิตจึงได้ร่วมกับตัวแทนประกันชีวิตลงพื้นที่ส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในแก่พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย
ด้วยความห่วงใจต่อสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคน บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ส่งต่อความห่วงใยและขอส่งกำลังใจให้ประชาชน พนักงาน ตัวแทนประกันชีวิต และครอบครัวผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย






































