วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2026

เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเศรษฐกิจไทยเติบโตช้า ถือเป็นปัจจัยที่ท้าทายต่อการเติบโตของทุกอุตสาหกรรม โดยเศรษฐกิจโลกปี 2024 ถือเป็นปีที่ยาก IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 3.2% ซึ่งความท้าทายยังคงมีอยู่จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนการค้าโลกจึงพุ่งสูงเป็นเงาตามตัว แม้เงินเฟ้อจะมีแนวโน้มที่ดี แต่ดอกเบี้ยนโยบายยังคงอยู่ในระดับสูง และยังเจอกับปัญหาจีนระบายสินค้ากระจายไปทั่วโลก ทำให้เอสเอ็มอีในแต่ละประเทศอยู่ยากมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมี “โอกาส” อยู่เสมอ finbiz by ttb จึงขอเสนอข้อมูลด้านเศรษฐกิจ และโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ หรือ เฮลท์แคร์ ซึ่งเป็นเทรนด์ “เฉพาะทาง” ที่กำลังมาแรง และสามารถเติบโตได้ดีในขณะนี้ เศรษฐกิจไทยปี 2024 มีแนวโน้มฟื้นตัวโดยคาดว่าเติบโตได้ประมาณ 2.6% แต่กำลังซื้อภายในประเทศจะชะลอลงโดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง จากปัญหาหนี้ครัวเรือนเรื้อรังและดอกเบี้ยสูง การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐล่าช้า ทำให้เศรษฐกิจภูมิภาคไปต่อได้ยาก ขณะที่ปัจจัยบวกอยู่ที่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยโดยรวมเติบโตช้าและต่ำกว่าศักยภาพ อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ และประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจเฮลท์แคร์ ธุรกิจเฮลท์แคร์ เติบโตดีสวนกระแสเศรษฐกิจ ปี 2024 คาดว่าตลาดบริการทางการแพทย์เอกชนจะมีรายได้เติบโต 4.4 แสนล้านบาท โดยรายได้ 72% ของตลาดมาจากโรงพยาบาลเอกชน...
กระแสความนิยม “อาร์ตทอย” (Art Toy) เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในไทยซึ่ง “อาร์ตทอย” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของเล่นสำหรับเด็กเท่านั้น แต่กลายเป็นของเล่นและของสะสมที่มีการออกแบบสะท้อนถึงตัวตนและความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินผู้สร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดีไซน์คาแรกเตอร์หลากหลาย ผลิตออกมาจำกัด และด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ “อาร์ตทอย” เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกช่วงวัย หลายคาแรกเตอร์กลายเป็นของหายากที่หลายคนตามหา แม้ราคาซื้อขายในตลาดจะพุ่งสูงขึ้นก็ตาม จากกระแสความนิยม “อาร์ตทอย” บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด จึงได้นำเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ระหว่างวันที่ 29 เมษายน - 30 พฤษภาคม 2567 เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ พบว่าบนโซเชียลมีเดียมีการพูดถึง (Mention) “อาร์ตทอย” 4,964 ครั้ง และได้รับการมีส่วนร่วม หรือเอนเกจเมนต์ (Engagement) รวม 2,207,642 ครั้ง โดยแพลตฟอร์ม Facebook เป็นช่องทางที่ได้รับการพูดถึงและมีเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) สูงที่สุด  ส่วน...
โดย พัชรินทร์ เกียรติผดุงกุล กรรมการสมาคมสินแร่และวัสดุก่อสร้าง ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เรามักได้รับข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจของญี่ปุ่นว่า ค่าเงินเยนอ่อนมาก เศรษฐกิจไม่เติบโต หรือบางช่วงเวลาก็มีอัตราการเจริญเติบโตที่ติดลบ ระดับราคาสินค้าต่ำลง เป็นภาวะที่เรียกว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือ Recession  ที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ และยังไม่มีท่าที่ที่จะหลุดพ้นจากภาวะดังกล่าวได้  รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามแก้ปัญหามาตลอด เช่น เพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อจูงใจให้ประชาชนรีบนำเงินออมออกมาใช้จ่าย  การแจกคูปองซื้อสินค้าเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย  การลดดอกเบี้ยลงจนอยู่ระดับต่ำใกล้ศูนย์ เพื่อจูงใจให้ใช้จ่ายแทนการออม  รวมทั้งรัฐบาลก็ใช้จ่ายมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจนมีหนี้สาธารณะสูงกว่า 200% ของรายได้ภายในประเทศ (GDP)  ดูญี่ปุ่นแล้วทำให้เกิดคำถามว่าประเทศไทยจะเดินตามรอยประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ ประเทศไทยในขณะนี้ก็อยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตช้า โดยอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ในระดับต่ำกว่า 2% เมื่อปีที่แล้ว การเติบโตของประเทศดูจะค่อยๆลดต่ำลงจากเศรษฐกิจที่อยู่แนวหน้าในอาเซียนช่วงก่อนวิกฤติ ปี 2540 มาเป็นเศรษฐกิจที่เติบโตช้า  การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิดก็ช้ากว่าประเทศอื่น จนเราแทบจะรั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม เติบโตอย่างรวดเร็วจากเงินลงทุนจากต่างประเทศที่เข้าไปในเวียดนามมาก  การส่งออกที่ก้าวกระโดดนำหน้าประเทศไทยไปแล้ว จึงน่าสนใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจประเทศไทย ถ้าเราลองดูข่าวที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจประเทศไทยที่นักวิเคราะห์หลายท่านให้ความเห็นไว้ ก็พอจะสรุปและ เทียบเคียงกับประเทศญี่ปุ่นได้ดังนี้ ประการแรก เรื่องโครงสร้างประชากร  ประเทศไทยได้เข้าสู่ “สังคมสูงวัย”แล้วในปี 2567 โดยมีผู้ที่มีอายุ เกิน...
“ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชวนสำรวจและทำความเข้าใจปรากฎการณ์ “มูเตลู” ไสยศาสตร์และสิ่งลี้ลับที่สะท้อนสภาพสังคม วิถีชีวิตและสภาวะจิตใจของคนเมือง ที่ต้องต่อสู้กับความเปลี่ยวเหงาและความไม่แน่นอนในชีวิต เมื่อเอ่ยถึง “ไสยศาสตร์” ศาสตร์ลี้ลับเหนือธรรมชาติ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่อง “งมงาย” ไม่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ แต่หากดูในสื่อและพื้นที่ชีวิตของผู้คนแล้ว เราจะพบว่า “ความมูเตลู” นั้นกระจายอยู่ทั่วทุกแห่งในสังคมเมือง สี่แยกใหญ่ใจกลางเมืองอย่างแยกราชประสงค์ – แหล่งเศรษฐกิจการค้าและการชอปปิ้ง เป็นศูนย์รวมของเทพเจ้าต่าง ๆ ที่คนไทยและต่างประเทศนิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อความสำเร็จในการงาน โชคลาภ และความรักความสัมพันธ์ ยิ่งในช่วงกว่าทศววรรษหลังมานี้ กระแสความนิยมสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัตถุมงคลยิ่งเพิ่มและขยายตัว เกิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์หน้าใหม่ ๆ อาทิ พญานาค พญาครุฑ ท้าวเวสสุวรรณ พระราหู ตลอดจนไอ้ไข่ และครูกายแก้ว ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันในสังคมในสื่อโซเซียลมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์มากมาย อีกทั้งมีช่องทางรวบรวมและอัปเดท “เทรนด์สายมู” ในแต่ละปี และล่าสุดก็มีเว็บไซต์ที่จะพาผู้สนใจเดินทางไปในโลกออนไลน์เพื่อสักการะสิ่งเคารพอินเทรนด์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องโหราศาสตร์ วิธีแก้ปีชง เครื่องลางของขลัง หินนำโชค น้ำมันเสริมเสน่ห์ ผ้ายันต์ของทีมฟุตบอลระดับโลก และการนำเสนอข่าวใกล้วันออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล อาทิ เลขทะเบียนรถของนายกรัฐมนตรี หรือเรื่องแปลก เช่น ปลาช่อนสีทอง จอมปลวกรูปเหมือนพญานาค นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่ไสยศาสตร์ในเมืองที่หลากหลายและขยายตัวตามการเติบโตของเมือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กัญญา วัฒนกุล “การที่ไสยศาสตร์งอกงามในสังคมเมืองเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมเมือง ที่ทำให้ผู้คนเข้าหาและพึ่งพิงไสยศาสตร์...

นโยบาย 30@30 เป็นที่พูดถึงมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 จนมาถึงปัจจุบันที่นวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยแพร่หลายมากขึ้น และ EV ทั่วโลกกำลังตื่นตัวและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รวมถึงเริ่มเห็นทิศทางของ EV ในประเทศไทยชัดเจนขึ้น finbiz by ttb จึงขอขยายความแนวทาง 30@30 เพื่อให้ SME เห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้ 30@30 คืออะไร แนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 30@30 เป็นนโยบายของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ที่ตั้งเป้าหมายการผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศไทย ภายในปี 2030 เพื่อผลักดันประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีนโยบายส่งเสริม ดังนี้ 1. ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ให้ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ 2. ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งมาตรการทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี 3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น สถานีอัดประจุและสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ พัฒนากฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ให้เหมาะกับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า EV ก้าวหน้าไว...

ในปัจจุบันการทำธุรกิจจะต้องคำนึงถึงความยั่งยืน ทั้งของธุรกิจและของโลก ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งสร้างแผนสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงเป็นการเตรียมตัวรับกฎหมายต่าง ๆ ที่กำลังจะออกมาเร็ว ๆ นี้ การเปลี่ยนผ่านเพื่อความยั่งยืน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถสร้างโอกาสได้ โดยมีงานวิจัยในปี 2022 รองรับว่า 73% ของผู้บริโภคไทยเต็มใจจ่ายเงินเพิ่มสำหรับสินค้าและบริการจากบริษัทที่ยั่งยืน และ 87% ของนักลงทุนไทยต้องการลงทุนในบริษัทที่มี ESG ดังนั้น SME ควรต้องเริ่มเพื่ออนาคตของธุรกิจและโลก finbiz by ttb จึงขอนำเสนอ 4 ขั้นตอน ที่จะช่วยธุรกิจในการทำแผนเพื่อเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) สู่ความยั่งยืนได้อย่างราบรื่น 1.วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบัน เริ่มจากจัดเก็บ ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจตัวเอง จากนั้นตรวจสอบการดำเนินงานปัจจุบัน ทบทวนจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ทราบว่าธุรกิจของเราอยู่ในตำแหน่งใด แล้วจึงศึกษาธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีลักษณะใกล้เคียงที่เริ่มลงมือการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) แล้ว รวมถึงประเมินความสามารถของธุรกิจ เช่น วิเคราะห์การใช้พลังงาน แหล่งที่มาของสินค้า และพฤติกรรมของผู้บริโภค 2.กำหนดกลยุทธ์ เพื่อให้มีแผนการดำเนินงานสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันแล้ว จะทำให้ทราบว่ามีจุดไหนที่ธุรกิจสามารถพัฒนาสู่ความยั่งยืนได้บ้าง...
อากาศที่ร้อนขึ้นอย่างมากมาพร้อมกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ  ด้วยอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจนถึง 40 องศาเซลเซียสในหน้าร้อนเป็นอันตรายต่อร่างกายที่อาจเกิดความร้อนสะสม อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นทำให้เกิดโรคลมแดดและหมดสติได้ ซึ่งหากมีปัจจัยเสี่ยงที่เป็นภาวะโรค NCDs เช่นเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองตีบ ไขมันสูง หรือมะเร็ง ก็จะยิ่งทวีความรุนแรง อีกทั้งเชื้อโรคบางชนิดเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อน การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้เช่นกัน APCO มีคำแนะนำในการดูแลป้องกับตนเองเพื่อห่างไกลความเจ็บป่วย มีสุขภาพที่ดี ปลอดภัยจากผลกระทบของอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นนั้น มีวิธีที่ปฏิบัติได้ง่ายๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและป้องกันการเกิดปัญหาจากภาวะขาดน้ำ  Dehydration คือภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าที่ได้รับ มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอจนส่งผลต่อระบบไหลเวียนของเหลวและการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต สมอง ทางเดินอาหาร กล้ามเนื้อ ซึ่งหากร่างกายขาดน้ำมากเกินไปเป็นเวลานาน อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือทำงานกลางแจ้งในช่วงเวลาที่ร้อนสุด   การออกกำลังกายในสภาพอากาศที่ร้อน ส่งผลให้เกิดภาวะเพลียแดดและลมแดด Heat Stroke โดยภาวะลมแดดอาจทำให้ระบบการทำงานของร่างกายล้มเหลวได้ เนื่องจากการออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อนจะสูญเสียเหงื่อค่อนข้างมาก ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรจิบน้ำปริมาณ 250 มิลลิลิตร ทุกๆ 20 นาที และอบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกายอย่างน้อย 5-10...
เมืองไป่เซ่อในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เป็นพื้นที่ปลูกมะม่วงที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของจีน โดยหลังจากที่ได้พัฒนามาเป็นเวลาถึง 40 ปี มะม่วงก็กลายเป็น “กุญแจทอง” ไขประตูสู่ความเจริญรุ่งเรืองของชาวไป่เซ่อ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เมืองไป่เซ่อได้อาศัยข้อได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ปลูกมะม่วง จนสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมผลไม้เมืองไป่เซ่อ (Baise Fruit Industry Development Center) เปิดเผยว่า ในปี 2566 นั้น เมืองไป่เซ่อมีพื้นที่ปลูกมะม่วงมากถึง 1.37 ล้านหมู่ (ประมาณ 913.33 ตารางกิโลเมตร) คิดเป็นประมาณ 24.19% ของพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งหมดในจีน ให้ผลผลิตรวมกัน 1.25 ล้านตัน คิดเป็นประมาณ 27.8% ของการเก็บเกี่ยวมะม่วงทั้งหมดของจีน โดยมีมูลค่าผลผลิตรวม 1.92 หมื่นล้านหยวน การที่เมืองไป่เซ่อมีพื้นที่ปลูกและผลผลิตทะลุหลัก “ล้าน” ทั้งคู่นั้น ทำให้ไป๋เซ่อกลายเป็นฐานการผลิตมะม่วงที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ ของจีน การปลูกมะม่วงเป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างใช้แรงกาย โดยมีบทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์ระดับชาติ เช่น...
นักวิชาการจุฬาฯ ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ ต่อยอด “กางเกงช้าง” สานต่ออัตลักษณ์แห่งวัฒนธรรม ส่งเสริม Soft Power ไทย “กางเกงลายช้าง” ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายของชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ในเวลานี้ ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงความเป็นไทย แต่ยังเป็นตัวอย่างของการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม การผสานความรู้ทางด้านสิ่งทอและการออกแบบ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์และสร้างความสำเร็จในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ศ.ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยแฟชั่นและนฤมิตศิลป์ ชวนค้นหาความพิเศษของกางเกงช้าง ผ่านเลนส์วิชาการด้านแฟชั่น องค์ความรู้สิ่งทอ สู่ Product Line ศ.ดร.พัดชา กล่าวว่า “กางเกงช้าง” ไม่เพียงแต่เป็นการสะท้อนถึงสัญญะของความเป็นไทยผ่านลวดลายช้างที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย แต่ยังแสดงถึงการนำภูมิปัญญาของพื้นถิ่นมาผสมผสานกับการออกแบบสมัยใหม่ ใช้ผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับอากาศร้อนของไทย พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสบายและมีสไตล์ มีการพัฒนาสินค้าให้หลากหลายตั้งแต่กางเกงขาสั้น ขายาว จนถึงขาจั๊ม ช่วยเพิ่มโอกาสในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย รวมถึงการใช้สีสันที่ต่างกัน เช่น แดง เขียว ดำ น้ำเงิน เพื่อสร้างความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจ “การผลิตกางเกงช้างถือว่ามีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ส่งผลถึงการพัฒนาสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จากของฝากสู่การเป็นแฟชั่นไอคอนที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมีใส่กันในโอกาสต่างๆ ตั้งแต่เดินเที่ยวสบายๆ ตามตลาด จนถึงการใส่กางเกงช้างในห้างสรรพสินค้า ถือเป็นเสน่ห์แบบไทยๆ ที่สวมใส่ได้ไม่เคอะเขิน” ศ.ดร.พัดชา กล่าว Thai Trend “กางเกงช้าง”...

“กางเกงช้าง” สินค้าท่องเที่ยวสุดฮิต ต่อยอดไอเดียซอฟต์พาวเวอร์ จากกางเกงช้างสู่ดีไซน์ใหม่ไม่เหมือนใคร ชูอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่หนุนเศรษฐกิจและท่องเที่ยว “กางเกงปลาทูแม่กลอง” ยืนหนึ่งในใจโซเชียลที่มีชาวเน็ตเมนชั่นและมีเอ็นเกจเมนต์มากที่สุด รองลงมา “กางเกงกะปิปลาร้า” น่ารักจนพรีออเดอร์ล้น ส่วน “กางเกงแมว” ยังมาแรงหลังเป็นแฟชั่นไอเทมในเกม Free Fire "กางเกงช้าง" หนึ่งในสินค้ายอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ฮิตจนล่าสุดแม้แต่คนไทยเองก็ซื้อหามาสวมใส่ตามกระแสนิยม ทั้งยังเป็น 1 ในผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ (5F) ที่รัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พยายามผลักดันนโยบาย “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ บริษัท ดาต้าเซ็ต จึงได้นำเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ทำการเก็บข้อมูลที่มีการกล่าวถึง “กางเกงช้าง” ใน Social Media ระหว่างวันที่ 15 มกราคม - 29 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อนำมาวิเคราะห์เจาะตลาดความฮิตของ “กางเกงช้าง” พบว่า...