วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2026

ในสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายเช่นปัจจุบัน ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถึงแม้จะมีร่างกายบางส่วนบกพร่องและมักถูกทอดทิ้ง แต่ก็ยังพยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วย "ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์"                 ในสภาวการณ์ที่ทุกคนต้องอยู่กับตัวเอง และช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเช่นวิกฤติ COVID-19 ที่มาพร้อมกับปัญหาขยะล้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรืออาหารบริการส่งถึงที่ (Delivery) ทำให้มีปริมาณขยะจากหีบห่อภาชนะเพิ่มมากขึ้นเท่าทวีคูณ แม้จะมีการรณรงค์จัดการขยะกันโดยจัดให้มีถังรองรับต่างสี แต่ไม่มีใครเลยที่จะนึกถึงผู้พิการทางการมองเห็น ที่ถึงแม้จะเป็นส่วนน้อย แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่แตกต่างหลากหลาย และมีความต้องการที่จะใช้ชีวิตอย่างปกติเฉกเช่นคนทั่วไป                รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทราพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และอาจารย์ผู้สอนหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะผู้นำทีมวิจัยสร้างสรรค์นวัตกรรม "ถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็น" จากความต้องการของผู้ใช้จริงครั้งแรกว่า เป็นนวัตกรรมที่ริเริ่มขึ้นโดยตั้งโจทย์จากข้อจำกัดในการแยกขยะของผู้พิการทางการมองเห็น ซึ่งไม่อาจแยกขยะตามสีของถังขยะได้เหมือนคนทั่วไป อีกทั้งไม่อาจแยกได้เพียงจากการสัมผัสป้ายอักษรเบรลล์ เนื่องจากจะเป็นการสัมผัสเชื้อโรคที่มากับขยะด้วย จึงได้ร่วมกับ อาจารย์ ดร.อิศวรา ศิริรุ่งเรือง อาจารย์ประจำภาควิชาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้พิการทางการมองเห็น ออกแบบและพัฒนาถังขยะขึ้นใหม่ ให้มีเซนเซอร์คอยส่งเสียงให้แยกและทิ้งขยะได้อย่างถูกต้อง                กลุ่มเป้าหมายเริ่มต้นที่นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา เนื่องจากต้องการปลูกฝังจิตสำนึกของคนไทยให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนเรื่องการแยกขยะให้กับนักเรียนและขยายผลสู่การสร้างรายได้จากแปรรูปขยะต่อไปได้อีกด้วย                 นอกจากนี้ เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับ COVID-19 ก้าวต่อไปทีมวิจัยเตรียมจะพัฒนาถังขยะพูดได้รองรับหน้ากากอนามัยและขยะติดเชื้อสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น และจะขยายผลการพัฒนานวัตกรรมถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็นดังกล่าวออกไปในวงกว้าง ทั้งในภาครัฐ และเอกชนรวมถึงในระดับนโยบายต่อไปอีกด้วย                จุดเด่นของนวัตกรรมอยู่ที่การเลือกใช้วัสดุที่มีราคาไม่แพงง่ายต่อการดูแลรักษา และทำขึ้นจากพลาสติกที่มีความทนทาน แข็งแรง และปลอดภัยจากเหตุไฟรั่ว แม้ใช้พลังงานจากไฟฟ้า และง่ายต่อการดูแลรักษา โดยเตรียมมอบถังขยะพูดได้ พร้อมอบรมการใช้สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอด 14 แห่งทั่วประเทศ ให้สามารถนำไปดูแลด้วยตัวเอง ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนคนตาบอดได้ต่อไป ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานอันเป็น "ปัญญาของแผ่นดิน" ดำเนินการยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) ที่มหาวิทยาลัยมหิดลภาคภูมิใจ                อาจารย์ ดร.อิศวรา ศิริรุ่งเรือง อาจารย์ประจำภาควิชาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้พิการทางการมองเห็น ที่ร่วมพัฒนานวัตกรรมถังขยะพูดได้ฯ กล่าวเสริมว่า แม้ผู้พิการจะมีความแตกต่างด้วยข้อจำกัดทางสภาพร่างกาย แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกับสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายนี้ได้ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน จากการเรียนรู้ที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ที่จะจัดการกับขยะด้วยความรับผิดชอบ หวังว่านวัตกรรมถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็นที่ได้ร่วมพัฒนานี้จะเป็นความหวังใหม่ของสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายที่ออกแบบด้วย Inclusive Design โดยไม่ทิ้งผู้พิการไว้ข้างหลัง
LEO สุดล้ำ สร้างคอนเทนต์ไวรัลในโซเชียลมีเดีย   ล่าสุดไม่ตกเทรนด์ด้วยการเปิดตัวป้ายโฆษณา ปล่อย “เสือดาว” ออกมาโลดแล่นจากป่ากระโดดทะลุตึก” บนจอดิจิทัล 3 จอเรียงกัน ในรูปแบบ 3Dด้วยเทคโนโลยี 3D Illusion ทะลุจอสมจริงระดับ Hyper-realistic สัมผัสความสมจริงได้วันนี้ ที่ลานพาร์คพารากอน เปิดตัวกระหึ่ม ทันกระแส ไม่ยอมตกเทรนด์ใดๆ สำหรับ LEO ล่าสุด ปล่อย “เสือดาว” ออกมาโลดแล่นจากป่ากระโดดทะลุตึก” กับป้ายโฆษณาเทคนิค 3D Illusion บนจอ LED  3 จอเรียงกัน ณ พาร์คพารากอน  เรียกได้ว่าสมจริง กับเสือ LEO ที่พร้อมส่งเสียงคำรามทักทายผู้คนที่ผ่านไปมา  สร้างสีสัน ตื่นตาตื่นใจ เปิดประสบการณ์ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความเสมือนจริง  ให้หลายคนได้ถ่ายรูปและแชร์ลงโซเชียลมีเดีย กลายเป็นคอนเทนต์ไวรัลอยู่ในขณะนี้ เรียกได้ว่า เป็นอีกกิจกรรมและกลยุทธ์การตลาดที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำ LEO ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย สร้างกระแสให้กับผู้บริโภค จนเกิดสีสันและความประทับใจ...
กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  มุ่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ BCG  ประสบผลสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร นำมาวิจัยพัฒนาเป็นกระถางเพาะชำที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อทดแทนและลดการใช้ถุงเพาะชำที่ทำจากพลาสติก ระบุผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรง ทนทาน มีความยืดหยุ่น ทำให้รากพืชสามารถชอนไชออกจากก้นกระถาง/ด้านข้างของกระถางได้ มีความสามารถในการอุ้มน้ำ ระบายความร้อนได้ดี ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ  วว.  กล่าวว่า  นโยบายเศรษฐกิจ BCG เป็นธงการดำเนินงานของ วว. เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้สำเร็จ สามารถตอบโจทย์ แก้ปัญหา ของประเทศด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม “กระถางเพาะชำย่อยสลายได้” เป็นหนึ่งในผลงานที่เป็นรูปธรรม ซึ่ง วว.  โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ ประสบผลสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร  ได้แก่  ใยมะพร้าว   แกลบ  เปลือกข้าวโพด  ฟางข้าว  หญ้าเนเปีย ...
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยกระดับบทบาทเภสัชกรตอบรับ‘การแพทย์แม่นยำ’ พร้อมพัฒนาเภสัชกรไทยยุคดิสรัพชั่นล่าสุดทีมนักศึกษาคิดค้นนวัตกรรม และแผนการตลาดเอลด้าแบนด์ (ELDARBAND) นาฬิกาอัจฉริยะช่วยป้องกันและตรวจจับก่อนการล้มในผู้สูงอายุ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศจาก ‘การประกวดแผนการตลาดของสมาคมเภสัชกรการตลาด (MPAT) โปรเจ็ค Start-up Pharma’ จัดโดย ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) และสมาคมเภสัชกรการตลาด (ประเทศไทย) รศ.ดร.เภสัชกร อรัมษ์ เจษฎาญานเมธา คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก้าวไกลไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเภสัชกรรมและสุขภาพยุคดิสรัพชั่น  มุ่งใช้ศักยภาพและยกระดับบทบาทเภสัชกรให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วย สาธารณสุขและเศรษฐกิจของไทยมากยิ่งขึ้น เภสัชกรเป็นหนึ่งในสหวิชาชีพที่ทำงานด้านยาซึ่งมีผลกระทบสำคัญยิ่งในการบำบัดรักษาผู้ป่วย เคียงข้างแพทย์ พยาบาล โภชนากร และที่สำคัญคือเราส่งเสริมการใช้องค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมผนวกเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านยาและเฮลท์เทคหรืออุปกรณ์การแพทย์ของไทย  การริเริ่มแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมและแผนการตลาด เอลด้าแบนด์ (ELDARBAND)  นาฬิกาอัจฉริยะ เตือนผู้สูงวัยก่อนล้ม ทีมงานประกอบด้วย 4 นักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แก่ นส.ยงธิดา แสวงสุข น.ส.ณัฐกฤตา ครองแถว นายสรัช ธีระสุต และนายธนกฤต โสเจยยะ...
ในงานประกาศผล “โครงการออกแบบนวัตกรรมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” รอบชิงชนะเลิศ จัดโดย โคเวสโตร ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทีมนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คว้ามาได้ทั้ง 3 รางวัลหลัก นายพิชิต พงษ์ประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจใหม่-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่าจากแนวคิดของโจทย์การประกวด Innovation Design Contest  ปีนี้คือการออกแบบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way) สอดคล้องกับ กฟผ. ที่กำหนดให้มีการจัดสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ภายในปี 2565 “แม้ว่า สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผลงานของทีมนักศึกษา มจธ. ทั้ง 3 ทีม สามารถตอบโจทย์ที่เรากำหนดได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านการออกแบบที่เน้นการใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านพลังงานหมุนเวียน เช่น ผู้ชนะเลิศมีจุดเด่นด้านการออกแบบอาคาร mini station ที่น่าสนใจ...
กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (อว.)   โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  ตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีประเทศด้านอุตสาหกรรมแปรรูป ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนัล (Functional food products) ชนิดใหม่ในรูปของผงชาฟรีซดรายสำหรับชงน้ำเย็นดื่มและผลิตภัณฑ์ชนิดผงพร้อมบริโภค ภายใต้ชื่อ “โพรเฮิร์บ (ProHerb)”  ที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งนี้องค์ประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์คือ สารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่จากธรรมชาติ 2 ชนิด ได้แก่ จุลินทรีย์โพรไบโอติก (probiotic) และสารสกัดพืชสมุนไพร (herbal extract) มีประสิทธิภาพช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases, NCDs)  โดยเฉพาะควบคุมภาวะโรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูงจากภาวะไขมันในเลือด ซึ่งทั้งสองโรคมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ปัจจุบันอัตราการเป็นโรคเบาหวานของคนไทยและโดยเฉพาะผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขขณะนี้ระบุว่า มีประชากรไทยเป็นโรคเบาหวานมากกว่า 5.5 ล้านคน โดยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสนคนต่อปี และเสียชีวิต 200 รายต่อวัน และจำนวนผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูงราว 30 ล้านคน ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ...
เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการจัดการแข่งขัน “โครงการศึกชิงก้างปลา” เพื่อค้นหาสุดยอดเมนูอาหารที่ทำจากก้างปลา โดยที่นักศึกษาผู้เข้าแข่งขันสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้รูปแบบต่างๆ เพื่อประชันไอเดียสร้างสรรค์เมนูอาหารจากก้างปลา ซึ่งเป็นการแข่งขันในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ป้องกันไวรัสโคโรน่า 2019 และปฎิบัติตามมาตรการป้องกันจากภาครัฐ             นางสาวจิดาภา นันทกุล คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมแมวบิสกิตก้างปลาคลุกผง เจ้าของรางวัลชนะเลิศ เล่าว่า “ผลิตภัณฑ์ขนมแมวบิสกิตก้างปลาคลุกผง มีผงให้เลือกได้หลากหลาย เริ่มจากการที่เรานำผงปลาก้างมาสผมกับส่วนสผมบิสกิตเพื่อเป็นขนมแมว กลิ่นก้างปลาจะหอมดึงดูดน้องแมวและเพิ่มเติมด้วยการคลุกผงลงไป  จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม คือ มีผงให้เลือกคลุกได้ตามความต้องการ เช่น ผงกระดูกปลาฉลาม ที่มีสรรพคุณช่วยสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องการเสื่อมสภาพของกระดูก หรือ ผงจระเข้ป่น ที่สามารถช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจได้อย่างดี สามารถดึงดูดความสนใจลูกค้าให้สนใจ อีกทั้งยังรับฟังสรรพคุณของผงแต่ละชนิด สามารถสร้างความแปลกใหม่ที่หลายๆคนไม่คุ้นมาก่อน ซึ่งตอนแรกทางทีมตั้งเป้าและช่วยกันคิดคอนเซ็ปการขายของให้น่าสนใจด้วยความมั่นใจว่าลูกค้าจะต้องได้ของที่พึ่งพอใจจากทีมเราแน่นอน”               “ได้นำความรู้ในวิชาที่เรียนมาปรับใช้เริ่มจากการใช้ Pain Point ที่อาจารย์เคยสอนไว้ก่อน เพื่อที่จะหาคำตอบว่าลูกค้าต้องการหาอะไร มาขจัดความกลัวของลูกค้าได้ดีที่สุด และหลังจากนั้นก็เริ่มหาผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์อาหารแมวมีจำนวนเท่าไหร่ เป็นลูกค้ากลุ่มไหน มีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคเพื่อดูจุดแข็งจุดอ่อนของร้านค้าคู่แข่งอีกด้วย...
กว่า 3 ทศวรรษแล้วที่ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C virus) ได้รับการค้นพบโดย 3 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกให้ความสนใจโรคติดเชื้อดังกล่าวอย่างแพร่หลายในฐานะโรคซึ่งเป็นมหันตภัยเงียบคร่าชีวิตมนุษย์อย่างไม่รู้ตัวจนกว่าจะแสดงอาการในระยะท้าย กับตัวเลขผู้ป่วยทั่วโลกที่สูงถึง 70 ล้านรายต่อปี และผู้เสียชีวิตถึง 4 แสนรายต่อปี โดยที่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใช้รักษาแต่อย่างใด             ดร.กิตติรัฐ กลับอำไพ ผู้ช่วยนักวิจัยระดับปริญญาเอก ประจำศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านโปรตีนรักษาและพันธุวิศวกรรมแอนติบอดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีความพยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อหาหนทางสู่การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่ยังศึกษาในระดับปริญญาเอก ซึ่งมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ปรมาจารย์ด้านโรคติดเชื้อและภูมิคุ้มกันเมืองไทย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา จนสามารถค้นพบวิธีการผลิต "แอนติบอดีจิ๋ว" และ "แอนติบอดีสายเดี่ยว" ซึ่งสามารถไขปริศนาสู่หนทางยับยั้งไวรัสชนิดดังกล่าวได้จนเกือบเห็นผล 100%             การศึกษาวิจัยเริ่มขึ้นในห้องปฏิบัติการ จากที่ผู้วิจัยได้ค้นพบว่า การใช้แอนติบอดี หรือเซลล์ภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งได้จากโปรตีนของมนุษย์ เป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการใช้ยาซึ่งเป็นสารเคมี และหากใช้แอนติบอดีขนาดใหญ่ แทนที่จะช่วยในการรักษา แต่กลับจะไปคอยกระตุ้นให้ร่างกายติดเชื้อมากขึ้นผู้วิจัยจึงได้ตัดเอาบางส่วนของแอนติบอดีที่จะสามารถไปจับกับโปรตีนเป้าหมายเพื่อมุ่งผลในการรักษา ซึ่งเป็นที่มาของการใช้ "แอนติบอดีจิ๋ว" และ "แอนติบอดีสายเดี่ยว" เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็นผลงานวิทยานิพนธ์ที่เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสามารถคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) : รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์             ผู้วิจัยได้วางแผนการทำวิจัยว่าจะแล้วเสร็จสามารถผลักดันสู่กระบวนการผลิตภายใน 5 - 10 ปี ปัจจุบันทดลองแล้วได้เห็นผลใกล้บรรลุเป้าหมาย โดยสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้ถึงร้อยละ 80 และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งอยู่ในฐานข้อมูล Scopus ที่ได้รับการอ้างอิง (citation) อย่างต่อเนื่องแล้วจำนวน 2 เรื่อง             อย่างไรก็ดี ถึงแม้ในที่สุดโลกจะสามารถค้นพบวัคซีนที่จะสามารถใช้รักษาเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้หรือไม่นั้น ผู้วิจัยได้ชี้ให้เห็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า คือ การตระหนักถึงปัจจัยซึ่งจะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไร้การป้องกัน ซึ่งมักพบว่านอกจากอาจติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV อีกด้วย              และด้วยไวรัสตับอักเสบซีเป็นโรคที่จะไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต โดยเชื้อจะเข้าไปทำลายตับ จนกระทั่งเกิดอาการตับอักเสบ แล้วจบลงด้วยการป่วยเป็นโรคมะเร็งตับได้ในที่สุด จึงควรไม่ประมาท หมั่นเข้ารับการตรวจเลือดประจำปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม  นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 
วว. เปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กล่องล็อกกลิ่น “OZONE”  รุ่น Emerald Cut ตอบโจทย์ผู้บริโภค ล็อกกลิ่น 100%  ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เพิ่มปริมาตรภายในบรรจุสินค้าได้มากขึ้น             กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย เปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ กล่องล็อกกลิ่น “OZONE” รุ่นที่ 2 ระบุประสิทธิภาพช่วยกักเก็บกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ให้ออกสู่ภายนอกได้สมบูรณ์แบบ 100 % ช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภค/ผู้ประกอบการ   ต้นทุนการผลิตลดลง แต่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ครอบคลุมอาหารที่มีกลิ่นแรงไม่พึงประสงค์แทบทุกชนิด มีความแข็งแรง/เพิ่มปริมาตรภายในกล่อง ช่วยให้บรรจุสินค้าได้มากขึ้น  ออกแบบให้สามารถเรียงซ้อนได้สะดวกยิ่งขึ้น และมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม             ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา    เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า  วว. ประสบผลสำเร็จในการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กล่องล็อกกลิ่น  “OZONE”  รุ่น  Emerald Cut มีประสิทธิภาพในการล็อกกลิ่นได้ 100%...
นวัตกรรมการสกัดขนแพะมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหอม สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ผ่านการดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากแพะ  (การสกัดแยกกลิ่นและศึกษา Male Pheromone จากขนแพะเหลือทิ้ง)  เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอางในอนาคต  โดยผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่พัฒนาสำเร็จมีกลิ่นเฉพาะตัว  โดดเด่น  และลอกเลียนแบบยาก   กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย  ดร.ขนิษฐา  ชวนะนรเศรษฐ์  นักวิจัย  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร  วว. นำเสนอผลงานวิจัยพัฒนา "ผลิตภัณฑ์น้ำหอมจากขนแพะ : HIRCUS" ในเวที Research Expo Talk  กิจกรรมเปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 ซึ่งจัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 ณ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งนี้ทีมนักวิจัยพบว่า เมื่อนำขนแพะมาสารสกัด มีกลิ่นหอมที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นน้ำหอมได้ เนื่องจากมีกรดไขมัน (Fatty...