งานเปิดตัวเครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทยที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจไว้หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือความร่วมมือของเครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทยจะเป็นแรงกระตุ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ลดการกระจุกตัวทางนวัตกรรม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมุมมองและความคิดต่อนวัตกรรม ซึ่งหลังจากการเกิดขึ้นของเครือข่ายนวัตกรรมประเทศแล้ว ก้าวต่อไปที่จะต่อยอดและขยายผล คือ แดชบอร์ดนวัตกรรมประเทศไทย
แดชบอร์ดนวัตกรรมประเทศไทย หรือ Innovation Thailand Dashboard เป็นอีกหนึ่งกรอบการดำเนินงานภายใต้แพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทย ที่ NIA ตั้งเป้าให้เกิดข้อมูลด้านนวัตกรรมประเทศไทย ด้วยการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลด้านนวัตกรรมของประเทศที่มีความหลากหลายจากหน่วยงานชั้นนำของประเทศทุกภาคส่วนภายใต้เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย ซึ่งนำมาแสดงรวมกันไว้ในแดชบอร์ดเดียวที่ data.nia.or.th เพื่อให้นักลงทุน หน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการเอกชน และประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งแดชบอร์ดนวัตกรรมประเทศไทย จะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการสร้างนวัตกรรมของประเทศในหลากหลายมิติ และเกิดมุมมองของประเทศไทยที่แตกต่างจากเดิม
นางธีรีสา มัทวพันธุ์ รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์องค์กร สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า data.nia.or.th ประกอบด้วยข้อมูลหลากหลายมิติ ทั้งสถิติผู้ประกอบการที่มีการแยกตามประเภทของอุตสาหกรรม การจัดเก็บข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อให้ทราบถึงการกระจายตัว...
อะโดบีเปิดตัวนวัตกรรมบน Creative Cloud ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Adobe Sensei เร่งการสร้างวิดีโอและการทำงานร่วมกันของฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยการเพิ่ม Frame.io, พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี 3D และ Immersive พร้อมพรีวิว Photoshop และ Illustrator บน “เว็บ”
อะโดบี (Nasdaq: ADBE) เปิดงาน Adobe MAX 2021 ซึ่งเป็นการประชุมด้านครีเอทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมนำเสนอนวัตกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมแอพพลิเคชั่นหลักๆ ของ Creative Cloud และมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะยกระดับงานสร้างสรรค์สำหรับลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลก ตั้งแต่นักศึกษา ไปจนถึงครีเอเตอร์บนโซเชียลมีเดีย และมืออาชีพด้านงานครีเอทีฟ
ในงาน Adobe MAX อะโดบีได้นำเสนออัพเดตสำคัญๆ สำหรับแอพพลิเคชั่นเรือธงบน Creative Cloud ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Adobe Sensei...
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ผู้นำด้านวัสดุศาสตร์ (Materials Science) ระดับโลก เปิดตัวนวัตกรรมสีทาพื้นจราจรสูตรน้ำ (Water-based traffic paint) ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก “FASTRACK™” ที่แห้งเร็ว ทนทาน ไม่ติดไฟ ช่วยลดการใช้งบประมาณ เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมให้คนไทยได้สัมผัสแล้ววันนี้
นวัตกรรมสีทาพื้นจราจรสูตรน้ำ FASTRACK™ ใหม่ล่าสุดจากห้องวิจัยในต่างประเทศ มีคุณสมบัติโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีสีอะคริลิคที่แห้งเร็วแม้ในสภาวะที่ความชื้นสูงหรือการหมุนเวียนของอากาศน้อย มีความทนทานสูงสามารถยึดติดเม็ดแก้วสะท้อนแสงกับเนื้อสีได้ดีกว่า ทำให้ไม่หลุดออกง่าย มองเห็นชัดเจนในเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังมีสารระเหยต่ำ (Low VOC) จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ไม่สร้างมลพิษทางอากาศ และไม่ทำร้ายสุขภาพผู้ใช้งาน อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน เพราะสามารถทาบนพื้นถนนได้เลย โดยไม่ต้องใช้ความร้อน 200 องศาอย่างเช่นสีจราจรทั่วไป และสามารถล้างทำความสะอาดอุปกรณ์พ่นสีได้สะดวกอีกด้วย
Puay Koon Chia ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ Dow Coating Materials ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก...
รถยนต์ไฟฟ้า (EV: Electrical Vehicle) ในตลาดโลกมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต่างมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าออกมามากขึ้น สำหรับประเทศไทยนั้นคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เตรียมกำหนดมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าหมายผลิต 30% ภายในปี 2573 ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคา EV ถูกลงเท่ารถใช้เครื่องยนต์สันดาป พร้อมด้วยมาตรการทางภาษี การจัดตั้งเพิ่มสถานีอัดประจุไฟฟ้าและศูนย์ทดสอบมาตรฐาน
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนซึ่งนานาประเทศต่างตระหนักถึงผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) ที่รุนแรงขึ้นทุกปี ผลักดันให้โลกยานยนต์พลิกเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยหลายประเทศได้กำหนดเป้าหมายที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเร็วกว่าเดิม แนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายพลังงาน ลดมลพิษในสิ่งแวดล้อม ลดการนำเข้าน้ำมัน และร่วมกันสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Society) ทั้งนี้ทีมวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งประกอบด้วย ดร. สมนิดา ภัทรนันท์ และ อาจารย์ธนทิพย์ อ้วนอ่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และทีมนักศึกษา คือ กรวรรณ ยี่สุ่น...
"กล้วยไม้" ได้รับการยกย่องในฐานะ "ดอกไม้ประจำวันครู" จากคุณลักษณะที่คล้ายกับความเป็นครูที่ต้องใช้เวลาเฝ้าอบรมเคี่ยวเข็ญลูกศิษย์อยู่นาน กว่าจะได้เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ หากต้องการให้ได้ดอกที่งดงาม จะต้องมีการศึกษาเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจมาก่อนเป็นอย่างดี
เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยส่งออกกล้วยไม้เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกล้วยไม้มีมากมายหลายสายพันธุ์และแต่ละสายพันธุ์มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถย่อข้อมูลกล้วยไม้ที่มีมากมายมหาศาลมาอยู่ที่เพียงปลายนิ้ว
จากความหลงใหลในความงาม และความมากด้วยคุณค่าทางเศรษฐกิจของกล้วยไม้ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสู่การสร้างสรรค์ผลงานแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ซึ่งได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลประกาศเกียรติคุณ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ประจำปีงบประมาณ 2564 จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผลงานโดย อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ แสวงผล อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล
อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ ได้อธิบายถึงแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ว่า พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยในการระบุสายพันธุ์และเชื่อมโยงข้อมูลกล้วยไม้แบบอัตโนมัติโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก ด้วยโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่ออกแบบขึ้นนี้สามารถทำให้การสืบค้นข้อมูลกล้วยไม้เป็นเรื่องง่าย สะดวกรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ เพียงใช้รูปถ่ายกล้วยไม้โหลดเข้าโปรแกรม "ออคิเดเตอร์" ก็จะสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นกล้วยไม้สายพันธุ์ใด จำแนกได้ตามสี รูปแบบดอก และลวดลายบนดอก ซึ่งมีความแม่นยำโดยเฉลี่ยถึงร้อยละ 95
ในเบื้องต้น "ออคิเดเตอร์" สามารถระบุสายพันธุ์กล้วยไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมได้ถึง 14 ชนิด และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อให้โปรแกรมมีความแม่นยำ และมีศักยภาพในการระบุจำนวนสายพันธุ์กล้วยไม้ไทยที่ครอบคลุมให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดได้ทางมือถือ และคอมพิวเตอร์ต่อไป
อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ เป็นศิษย์เก่าซึ่งสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีรุ่นแรกๆ จาก คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา จาก มหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย แม้จะไม่ได้เป็นนักพฤกษศาสตร์โดยสายเลือด แต่ด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักวิจัยที่ใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอจึงได้ทุ่มเทเวลาลงพื้นที่ตลาดกล้วยไม้ในจังหวัดนครปฐมพร้อมนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเก็บข้อมูลจากบรรดาผู้คร่ำหวอดในแวดวงกล้วยไม้ในชุมชน ซึ่งเป็นข้อมูลจากประสบการณ์ตรงที่อัพเดทอยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถคิดค้นออกมาเป็นแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ซึ่งหากเมื่อเปิดให้ใช้งานได้จริง ก็จะเหมือนมี "เซียนกล้วยไม้" พร้อมให้คำปรึกษาได้ทุกที่ทุกเวลาอยู่ในมือ
นอกจากในการทำวิจัย อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ ได้สอนให้นักศึกษาเรียนรู้เทคนิคการเขียนโปรแกรม AI แล้วยังได้ฝึกให้นักศึกษารู้จักการคิดต่อยอดเรียนรู้เพิ่มเติม และยังได้มองไปถึงประโยชน์ในการประยุกต์ใช้โปรแกรม "ออคิเดเตอร์" ที่คิดค้นขึ้นนี้เพื่อการจำแนกพืชพันธุ์สมุนไพร และตรวจสอบพันธุ์พืชในป่า เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติได้ต่อไปอีกด้วย
"การวิจัยไม่ยากอย่างที่คิด หากเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจและสนุกไปกับหัวข้อนั้นๆ และยิ่งได้ผู้ร่วมวิจัย และผู้สนับสนุนที่มองไปในทิศทางเดียวกัน มีความสนใจในเรื่องเดียวกันแล้ว ก็จะยิ่งทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นงานวิจัยที่สังคมได้ประโยชน์ด้วยจึงจะเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและยั่งยืน" อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ กล่าวทิ้งท้าย
จึงไม่แปลกที่ผลงานชิ้นนี้จะคว้ารางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น วช. ปี '64
ฟรุตต้าไบโอเมด ผนึก UNFI ส่งพลาสติกกันกระแทกชีวภาพจาก Fruit Waste รายแรกของโลก กระจายสู่ตลาดค้าปลีกสหรัฐฯ 70,000 แห่ง
บริษัท ฟรุตต้า ไบโอเมด จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตไบโอโพลิเมอร์ต้นน้ำประเภท PHA จากของเหลือการผลิตพืชผักผลไม้รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์อเมริกา จับมือร่วมกับ United Natural Foods Inc. (UNFI) ผู้ค้าส่งอาหารรายใหญ่ในตลาดสหรัฐฯ กระจายผลิตภัณฑ์พลาสติกกันกระแทก (Bubble Wrap) ภายใต้แบรนด์ ‘FruitPlast’ ในจุดจำหน่ายกว่า 70,000 แห่ง หนุนมาตรการบังคับลดการใช้พลาสติกใหม่จากปิโตรเคมี ดันผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเติบโตในตลาดอเมริกา เร่งขยายกำลังการผลิตรองรับความต้องการ
นายรักชัย เร่งสมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งและผู้นำทีมวิศวกรรม บริษัท ฟรุตต้า ไบโอเมด จำกัด เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์พลาสติกกันกระแทก (Bubble Wrap) ภายใต้แบรนด์ ‘FruitPlast’...
“ทีเซลส์” ผนึกราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ฯ–กรมราชทัณฑ์ วิเคราะห์ผลของการระดมอาสาสมัครรังสีแพทย์ ควบคู่กับการใช้นวัตกรรม AI รุกตรวจผู้ต้องขังติดโควิด
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) “ทีเซลส์” จับมือราชวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งประเทศไทย กรมราชทัณฑ์ และบริษัทเจเอฟ แอดวาน เมด จำกัด ได้นำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ “AI” ช่วยอ่านผลภาพรังสีทรวงอกของผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด19 ควบคู่กับอาสาสมัครรังสีแพทย์ เพื่อวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที ภายใต้โครงการ “รังสีแพทย์จิตอาสา เพื่อแปลผลภาพรังสีทรวงอกในชุมชนขนาดใหญ่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 หรือ RadioVolunteer”
ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือ ทีเซลส์ (TCELS) กล่าวว่า สำหรับในประเทศไทยนั้น งานปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปหลายด้าน มีการตื่นตัว ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและนำมาใช้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ช่วยคัดกรองผู้ป่วยโรคปอดต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาทางทีเซลส์ได้ร่วมมือ และให้การสนับสนุนพัฒนานวัตกรรมทางด้านการแพทย์ โดยเฉพาะ "AI" ที่มีความสามารถช่วยอ่านและประมวลผลด้วยความรวดเร็ว และแม่นยำเข้ามาเป็นผู้ช่วยแพทย์...
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเสริมแกร่งสินค้า GI ไทย เชิญนักออกแบบมืออาชีพช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ จำนวน 10 สินค้า มั่นใจช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ดันขึ้นชั้นสินค้าพรีเมียม
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เดินหน้ายกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยได้ดำเนินโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า GI ไทย เพื่อพัฒนาปรับปรุงรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น ทันสมัย สวยงาม เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้สินค้า GI โดยได้เชิญนักออกแบบมืออาชีพมีประสบการณ์และผลงานด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับแนวหน้าของประเทศ ร่วมกันสร้างสรรค์ ต่อยอด พัฒนาสินค้าชุมชนผ่านการบรรจุภัณฑ์อันทรงคุณค่าให้แก่สินค้า GI ไทย และได้คัดเลือกผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า GI จำนวน 10 รายการ เพื่อเข้าสู่การพลิกโฉมยกระดับบรรจุภัณฑ์
สำหรับสินค้า GI ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ 1. กล้วยเล็บมือนางชุมพร (Chumphon Lady finger Banana) 2. กาแฟเมืองกระบี่...
NIA จับมือพันธมิตรสร้าง “เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย” รวมพลัง “พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย”
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้าต่อยอดแพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทย ระดมความร่วมมือหน่วยงานชั้นนำของประเทศจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมธุรกิจ มาร่วมกันสร้าง เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ในการ พลิกฟื้นประเทศ...ด้วยนวัตกรรมไทย โดยร่วมกันเป็นผู้แทนในการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการรับรู้ ความตื่นตัว และความภาคภูมิใจในนวัตกรรมฝีมือคนไทย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความชำนาญระหว่างกัน ล่าสุดมีเครือข่าย 73 องค์กร ที่ตอบรับและพร้อมจะขับเคลื่อนนวัตกรรมประเทศไทยให้ก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการก้าวสู่อันดับ 1 ใน 30 ของประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมของโลก ภายในปี 2573 และนำประเทศไทยก้าวเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทยมีวิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง...
นอกจากการไอและจามแล้ว หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่า "น้ำลาย" ที่ผลิตจากต่อมน้ำลายของผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยโรค COVID-19 จะมีปริมาณของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มากมายมหาศาลเพียงใด
จากความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากสำหรับผู้ป่วยที่มีแผลในช่องปาก ที่ทำจากสารสกัดธรรมชาติข้าวไทย ซึ่งมากมายด้วยคุณประโยชน์ มหาวิทยาลัยมหิดลยังคงไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาต่อยอดสู่ผลงานนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาวะของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติ COVID-19 ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่ได้รับการพัฒนาสูตรซึ่งสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ได้ทันทีหลังบ้วนปาก แม้ในเชื้อที่กลายพันธุ์ โดยได้ผ่านการทดสอบและรับรองผลการใช้จริงกับผู้ป่วยโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการยื่นจดอนุสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทันตแพทย์สุรกิจ วิสุทธิวัฒนากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยจากการให้บริการที่ปลอดเชื้อต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติ COVID-19 ซึ่งจะต้องมีการเตรียมช่องปากของผู้ป่วยด้วยการให้ผู้ป่วยได้บ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ก่อนเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมทุกครั้ง
ด้วยการปรับสูตรที่เหมาะสมของนวัตกรรมน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรคCOVID-19 ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ได้ร่วมกับ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล คิดค้นขึ้นนี้ พบว่าสามารถสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยจากการปลอดเชื้อให้กับผู้ป่วย โดยไม่เกิดผลข้างเคียงต่อเยื่อบุภายในช่องปาก และคาดว่าจะสามารถช่วยปรับระดับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัยให้กับประชาชนทั่วไปในวงกว้างได้
รองศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงศรัญญา ตันเจริญหัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อกนิษฐ์ จิตต์มิตรภาพ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยาและอิมมิวโนโลยีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ทีมนวัตกรผู้คิดค้นน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 แม้ในเชื้อที่กลายพันธุ์ ได้เผยถึงส่วนผสมสำคัญของผลงานนวัตกรรมเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 ดังกล่าวว่า ได้มีการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย ร่วมกับองค์ประกอบที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการในเซลล์เส้นใยเหงือกของมนุษย์ จนเห็นผลจริงในผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นวัตกรรมดังกล่าวสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ได้มากกว่า 99.9% ซึ่งหากสมมุติว่ามีปริมาณเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ประมาณ 1 แสนตัวหากใช้น้ำยาบ้วนปากที่คิดค้นขึ้นนี้ จะทำให้เหลือเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มีชีวิตอยู่เพียงประมาณ 41 ตัว เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดอื่น
จุดเด่นของน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่คิดค้นขึ้นนี้คือ ความสามารถในการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่กลายพันธุ์ได้ด้วย โดยจะไปทำลายไขมันที่หุ้มตัวเชื้อไวรัส ทำให้ขาดองค์ประกอบที่จะเพิ่มจำนวนต่อไปได้ นอกจากนี้ ยังไม่ทำให้เกิดการติดสีที่วัสดุตัวฟันของผู้ป่วย อีกทั้งยังสามารถจัดเก็บได้นานเกิน 1 ปีในอุณหภูมิห้อง ซึ่งพบว่ายังสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรคCOVID-19 ได้เช่นเดิม และที่สำคัญใช้เวลาในการบ้วนปากเพียงไม่ถึง 1 นาที โดยมีแผนจะนำไปใช้ตามโรงพยาบาลสนามต่างๆ ในช่วงวิกฤติ COVID-19 และในสถานที่ซึ่งยากจะหลีกเลี่ยงต่อการรักษาระยะห่าง เช่น ทัณฑสถาน และค่ายทหาร เป็นต้น ต่อไป
ในฐานะทันตแพทย์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาวะของประชาชน รองศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงศรัญญา ตันเจริญ ได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยในช่วงวิกฤติCOVID-19 ว่า นอกจากควรเคร่งครัดเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย และการล้างมือแล้ว การหมั่นบ้วนปาก และกลั้วคอแม้เพียงน้ำสะอาดธรรมดา ก็จะสามารถช่วยให้ห่างไกลจากCOVID-19 ได้





































