วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม 2025

จากประเทศที่ร่ำรวยด้วยผลผลิตทางภาคการเกษตร มาจนถึงการเป็นประเทศแห่งรอยยิ้มและวัฒนธรรมที่กลายเป็นจุดขายของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ได้ฤกษ์ปรับภาพลักษณ์ประเทศใหม่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคประเทศไทย 4.0 ด้วยการผันตัวเองจากประเทศฐานวัฒนธรรมมาเป็นประเทศฐานนวัตกรรม ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ห่างไกลจากคำว่า “นวัตกรรม” เพราะทุกวันนี้ เราใช้ชีวิตอยู่กับนวัตกรรมในหลากหลายรูปแบบที่มาช่วยเติมเต็มการดำเนินชีวิตของเรามีความสะดวกสบายมากขึ้น แม้เพียงเรื่องเล็กน้อยเราก็สามารถนำนวัตกรรมมาเสริมสร้างความสุขสบายให้กับชีวิตได้ ทำไมต้องเป็นประเทศฐานนวัตกรรม ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า จากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่า “นวัตกรรม” เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นทั้งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ประเทศไทยต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดจาก Made in Thailand มาเป็น Innovated in Thailand เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมเมืองเป็นอีกหนึ่งมิติที่จะช่วยตอบโจทย์ความสุขของคนในเมืองหรือชุมชน ทั้งในแง่พลวัตทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือปฏิสัมพันธ์ในเชิงสร้างสรรค์ของคนในสังคม ซึ่งนวัตกรรมที่จะตอบโจทย์ความสุขของคนในเมืองจะมีอยู่ 4 มิติ ได้แก่ 1) Connected City ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงของสังคมเมือง ทั้งการเดินทาง การศึกษา การแพทย์ บนพื้นฐานของระบบ 5G...
นศ.การอาชีพห้วยยอด  คิดค้นแผ่นระงับกลิ่นเหงื่อบริเวณเท้าจากพืชอ้อดิบ  แก้ปัญหากลิ่นเท้า สร้างยอดขายสุดว้าว นายณรงค์  แผ้วพลสง  ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมพัฒนา SMEs โดยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวด้านการสร้างผู้ประกอบการใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ทั้งรายใหม่และรายเดิมให้สามารถดำรงอยู่และ             มีความก้าวหน้า  ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยมีฐานธุรกิจและฐานภาษีที่กว้างขึ้น สามารถสร้างรายได้เพื่อนำมาพัฒนาประเทศต่อไป สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)    เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอาชีวศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจและจิตสำนึกที่ดีในเชิงธุรกิจให้แก่กลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาให้มีความรู้ด้านเทคนิควิธีและวิชาชีพเฉพาะด้าน ได้แสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจอย่างมีระบบ โดยอาศัยทักษะความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติมาผนวกกัน ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถเขียนแผนธุรกิจและก้าวไปเป็นผู้ประกอบการใหม่ที่ประสบความสำเร็จได้ในอนาคตเช่นธุรกิจ “Care Foot แผ่นระงับกลิ่นเหงื่อบริเวณเท้า” ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอด จังหวัดตรัง ที่ได้ผ่านการคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 ทีมธุรกิจดีเด่นของโครงการของอาชีวศึกษาที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาที่จะจัดแสดงแผนธุรกิจในวันที่ 23 ธันวาคม  2562 ที่จะจัดขึ้น ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นางสาวจันจิรา  เกสรบัว นักศึกษาชั้นปวส.1 สาขาวิชาการตลาด  วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอด   จังหวัดตรัง...
“บรรจุภัณฑ์” หรือ “แพคเกจจิ้ง” เปรียบเสมือนประตูด่านแรกของการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคโดยเฉพาะกับแบรนด์สินค้าที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตลาด และยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก โดยจากงานวิจัยของ C Space ที่ปรึกษาด้านธุรกิจในบอสตันระบุว่า ผู้บริโภคในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ มักตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและให้คุณค่ากับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ในระดับที่ใกล้เคียงกับคุณภาพและประโยชน์ของสินค้าดังกล่าว ขณะที่ผลการสำรวจของ Bizongo ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อผู้บริโภคพบว่ากว่า 63% ของผู้บริโภคมีพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าจากแพคเกจจิ้งที่น่าดึงดูด งาน “แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 18  - 21 กันยายน ณ ไบเทค บางนา แสดงให้เห็นนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมการพิมพ์และการบรรจุภัณฑ์ที่หน้าไปไกล นางสาวนลินี ทองแท้ ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ด้านการออกแบบกราฟิกเเละผลิตภัณฑ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวถึงเทรนด์การออกแบบแพคเกจจิ้งมาแรงในปี 2563 ซึ่งน่าจะได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคที่น่าสนใจ ได้แก่ มินิมอลดีไซน์ (Minimalism) ยังเป็นหนึ่งเทรนด์ออกแบบที่ยังคงได้รับความนิยมกับการออกแบบที่คงความเรียบง่าย และสื่อสารได้ชัดเจน โดยมินิมอลดีไซน์ไม่เพียงได้รับการประยุกต์ใช้มากในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโปรดักต์ดีไซน์ในชีวิตประจำวันรอบตัวก็ยังหยิบเอาเทรนด์มินิมอลไปพัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เอาใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย ซึ่งมินิมอลดีไซน์ไม่จำเป็นจะต้องจืดชืดไร้สีสันเสมอไป แต่ยังสามารถเติมเต็มความมีชีวิตชีวาด้วยสีสันเข้าไปให้สนุกสนานมากขึ้นได้อีกด้วย การไล่โทนสี และการใช้สีสันฉูดฉาด (Vibrant...
ขยะล้นเมืองเป็นปัญหาทั่วโลก โดยเฉพาะปริมาณขยะจากภาชนะโฟม ที่เรียกว่า โฟมพอลิสไตรีน (Polystyrene Foam) เพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งมีสารก่อมะเร็งและสารอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งใช้เวลาย่อยสลายยาวนานถึง 450 ปี จากสถิติของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในปี 2558 มีปริมาณขยะโฟมพอลิสไตรีนถึง 3,678 ตันต่อวัน และในปี 2559 มีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 3,704 ตันต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี            ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ขยะเป็นปัญหาใหญ่ในสิ่งแวดล้อมทั้งบนบก ทะเลและอากาศ  นักวิจัยและวิศวกรทั่วโลกต่างหาทางที่จะลดขยะที่ก่ออันตรายต่อสิ่งแวดล้อม  วัสดุศาสตร์ หรือ Material Science ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาหลายเทคโนโลยี โดยใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติต่าง ๆ ของวัสดุและกระบวนการจากพหุศาสตร์หลายสาขา ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ กระบวนการขึ้นรูป จนถึงการออกแบบคุณสมบัติและการใช้งานของวัสดุที่ผลิตออกมา โลกของวัสดุศาสตร์ในประเทศไทยวันนี้ก้าวไกลด้วยพลังของทีมนักวิจัยรุ่นใหม่จากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วยอาจารย์และทีมนักศึกษา ได้คิดค้นจากแนวความคิดในการนำขยะโฟมพอลิสไตรีนมารีไซเคิล ด้วยวิธีการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาสร้างนวัตกรรม แผ่นปูทางเท้าเพื่อผู้พิการทางสายตาและไฟเบอร์บอร์ดจากขยะโฟมรีไซเคิล...
ทุเรียนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นที่รู้จักกันดีว่าปลูกในพื้นที่ดินภูเขาไฟ ทำให้เกิดคุณภาพพิเศษของเนื้อทุเรียน คือ เนื้อละเอียด ไส้แห้ง เม็ดน้อย และกลิ่นไม่แรงเหมือนทุเรียนอื่น ๆ เกิดเป็นที่นิยม เกษตรกรจึงได้หันมาปลุกทุเรียนกันมากขึ้น และชาวบ้านก็นำทุเรียนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  ทำให้มีเปลือกทุเรียนเหลือทิ้งเป็นขยะจำนวนมากโดยไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ ดร.บุญรักษ์  ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย ด้านการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular – Green (BCG) Economy) โดยนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมในการผลิตสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมและบริการของท้องถิ่น และการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา     ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาค้นคิดสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติในชุมชนมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผนวกกับความรู้ทางวิชาชีพมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้การทำธุรกิจและมีรายได้ระหว่างเรียน เกิดเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ทุกแห่ง ยกตัวอย่าง ธุรกิจ “ผลิตและจำหน่ายพื้นรองเท้าจากเปลือกใยทุเรียน” ของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ซึ่งได้ผ่านการคัดเลือกเป็นทีมธุรกิจธุรกิจดีเด่น จำนวน 20 ทีมสุดท้ายในโครงการของสอศ.ที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระในผู้เรียนอาชีวศึกษาที่จะจัดแสดงแผนธุรกิจในเดือนพฤศจิกายน 2562 และได้ผ่านการประเมินจากศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาระดับภาค 4 ดาวอีกด้วย นางสาวทิพย์สวรรค์  สุริหะ  นักศึกษาชั้น...
เยาวชน รร. ดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ. เชียงราย มาวิน ซิว 3 รางวัลใหญ่ “วิกผมเทียมจากเส้นใยธรรมชาติ – สารสกัดธรรมชาติแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดด – นวัตกรรมเพิ่มเฉดสีปีกแมลงทับเพิ่มมูลค่าเครื่องประดับไทย” สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง เผย 6 สุดยอดนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีฝีมือคนไทย คว้าถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายในงานประกวด “นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีระดับประเทศ ครั้งที่ 10” เวทีแห่งเกียรติยศที่พร้อมชาเลนจ์ไอเดียเยาวชนและคนรุ่นใหม่ในยุคดิสรัปชัน ประกอบด้วย “วัสดุก่อสร้างจากโฟมรีไซเคิล” ดัดแปลงปัญหาสู่นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม “วิกผมเทียมจากเส้นใยธรรมชาติ” วิกผมคุณภาพสูงแต่ต้นทุนต่ำถึง 10 เท่า “สารสกัดธรรมชาติแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดด” ซับน้ำตาชาวนาไทย “แม่เหล็กอัจฉริยะ” ดูดซับโลหะหนักในแหล่งน้ำเสีย “นวัตกรรมเพิ่มเฉดสีปีกแมลงทับเพิ่มมูลค่าเครื่องประดับไทย” อีกขั้นของการยกระดับงานคราฟต์ไทย และ “ผงนาโนอัจฉริยะพิชิตลายนิ้วมือแฝง” ยอดนักสืบจิ๋วช่วยตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จากผลงานร่วมประกวดกว่า 150 ผลงาน ทั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำศักยภาพของเยาวชนไทย ที่พร้อมก้าวสู่การเป็น “ดิสรัปเตอร์” ผสานองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความคิดสร้างสรรค์ และนาโนเทคโนโลยี ยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิภู ศรีสืบสาย คณบดี วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สจล. เดินหน้าจัดงานประกวด “นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีระดับประเทศ ครั้งที่ 10” เวทีแห่งเกียรติยศที่พร้อมท้าทายไอเดียความคิดของเยาวชนและคนรุ่นใหม่ ในยุคดิสรัปชัน (Disruption) ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่นวัตกรจิ๋วและคนรุ่นใหม่...
ทีมนศ.สารพัดช่างเพชรบูรณ์ผุดแผนธุรกิจ “ผลิตและจำหน่ายถ่านอัดแท่งจากเปลือกมะขามผสมสารเคโรซีน” ไร้ควัน ไร้กลิ่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เผาไหม้ได้นานกว่า 6 ชั่วโมงต่อก้อน ดร.บุญรักษ์  ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการ                  การอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระในกลุ่มผู้เรียนอาชีวศึกษา โดยให้นักศึกษาอาชีวศึกษาชั้นปวช.หรือปวส.จากหลากหลายสาขาวิชาชีพที่มีความสนใจเดียวกันคือต้องการจะประกอบธุรกิจเป็นผู้ประกอบการรวมตัวกันทีมละ 5 คน มีครูที่ปรึกษาประจำกลุ่ม 1 คน รวมทั้งสิ้น 6 คน ร่วมกันเขียนแผนธุรกิจ ส่งเข้าแข่งขันเพื่อคัดเลือกทีมธุรกิจดีเด่นให้เหลือ 20 ทีม (จาก 100 ทีม) เพื่อเข้ารับการอบรมพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอาชีวศึกษาในการเป็นผู้ประกอบการแบบเข้มข้น ภายหลังการอบรมทีมธุรกิจทั้ง 20 ทีมจะกลับไปพัฒนาและปรับปรุงแผนธุรกิจอีกครั้งก่อนจะดำเนินการคัดเลือกและจัดแสดงผลงานในเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งจะดำเนินการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ได้แก่ ผู้แทนจากสถาบันการเงินและผู้แทนจากสถานประกอบการ ทั้งนี้ ทุกแผนธุรกิจที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 20 ทีมมีความน่าสนใจ สามารถเป็นผู้ประกอบการอิสระได้ อาทิ แผนธุรกิจ “พื้นรองเท้าเพื่อสุขภาพจากใยเปลือกทุเรียน” แผนธุรกิจ “เตาชีวมวล” แผนธุรกิจ...
ไอเดีย “กรรไกรตัดผลไม้” เกิดขึ้นเพราะอยากตอบโจทย์ทุกบ้านที่ปลูกผลไม้และสวนผลไม้ทั่วไป สองนักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงคิดค้นประดิษฐ์กรรไกรตัดผลไม้ขึ้นมา โดยใช้วัสดุคือท่อแป็ป กรรไกร ลวด ตาข่าย สวิงและเชือก   ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้สามารถช่วยลดการช้ำของผลไม้ขณะเก็บเกี่ยวได้ เนื่องจากไม้สอยผลไม้ทั่วไปต้องใช้แรงกระชาก แต่กรรไกรตัดผลไม้เป็นการตัดให้ผลไม้หลุดลงในสวิง ในอนาคตจะประยุกต์ต่อยอดทางธุรกิจสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงไร่สวนการเกษตรสำหรับผู้ที่เข้ามาชมสวนผลไม้จะได้รับถุงผ้า 1 ใบ ผลิตภัณฑ์ 1 อัน เพื่อที่จะใช้ผลิตภัณฑ์กรรไกรตัดผลไม้ไปตัดผลไม้ภายในสวน ส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับชาวสวนไทย ได้รับรางวัล “Finalist” งานแข่งขันเวที HK Innovation Challenge @UTCC 2019 ไปชมคลิปกันเลย
หนึ่งเทรนด์สำคัญของโลกคงหนีไม่พ้นประเด็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุทั่วโลก เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่ข้อมูลของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ระบุว่า ในปี 2560 ไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 11.3 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 17.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าในปี 2564 ไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด สอดคล้องกับข้อมูลจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่ระบุว่า คนไทยมีอายุขัยคาดการณ์ตามช่วงเวลาเพิ่มขึ้น 4.4 เดือนต่อปี และด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยี ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าคนไทยที่เกิดในปี 2559 เป็นต้นไป จะมีอายุยืนเฉลี่ยถึง 80-98 ปี หรือเกือบ 100 ปี ด้วยจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีอายุยืนขึ้น แต่อัตราการเกิดลดลงนี้ ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานลดลง ผลิตภาพแรงงานต่ำลง อีกทั้งยังทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากรอีกด้วย ทุกภาคส่วนจึงต้องเร่งตระหนักและเตรียมการรับมือ โดยเฉพาะภาคเอกชนที่จะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ จำนวนแรงงานที่ลดลง และสินค้าและบริการที่ต้องเปลี่ยนไปเพื่อตอบสนองสังคมผู้สูงวัยมากขึ้น “เอสซีจี” เป็นหนึ่งองค์กรที่เล็งเห็นถึงทิศทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้...
“กะเพรา”  ถือได้ว่าเป็นพืชและสมุนไพรไทยที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารเป็นเมนูจานเด็ดอย่างเช่นผัดกะเพรา เป็นเมนูยอดนิยมของคนไทยมายาวนาน ซึ่งข้าวผัดกะเพราถือเป็นอีก  1 เมนูยอดฮิตของร้านเซเว่นฯ ที่ผู้บริโภคนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ผลิตโดย “ซีพีแรม” ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานในกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์ ซึ่งในกระบวนการผลิต ยังมีส่วนของการคัดแยกใบกะเพรา และมีส่วนคัดทิ้งคือดอก กิ่ง ก้าน และลำต้น ซีพี ออลล์จึงเกิดแนวคิดที่จะนำส่วนที่คัดทิ้งดังกล่าวมาทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จึงร่วมกับ  ซีพี ออลล์  ลงนามความร่วมมือ การวิจัยและพัฒนาการเตรียมสารสกัดจากส่วนคัดทิ้งของกะเพรา (ดอก กิ่ง ก้าน และลำต้น) จากโรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทานและการศึกษาฤทธิ์ลดไขมัน ปกป้องเซลล์ตับ ฆ่าเซลล์มะเร็ง สานต่อปณิธานอันมุ่งมั่นของซีพี ออลล์ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”        ที่จะร่วมพัฒนาสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต  ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงนโยบายขององค์กรและวัตถุประสงค์ความร่วมมือว่า  วว. มุ่งดำเนินงานด้านวิจัย พัฒนา วิเคราะห์...