วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม 2025

ชุดเครื่องนอนแบรนด์ Dpillow ถือฤกษ์งานบ้านและสวนแฟร์ ระหว่างวันที่ 4-12 ส.ค.61 ที่ไบเทคฯ เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์หมอน ปลอกหมอน ผ้าปูเตียง และผ้าห่ม  ชูนวัตกรรม “นาโน ซิงค์” รายแรกของโลกที่คนไทยเป็นผู้คิดค้น ประสิทธิภาพต้านไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรีย ภัยคุกคามอันเป็นสาเหตุของโรคต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างถาวร การันตีโดยสถาบันชั้นนำระดับสากล นายมงคล คงสุขจิร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีพิลโล 999 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึง ผลการศึกษาทางการแพทย์ทั้งในไทยและต่างประเทศระบุตรงกันว่า บริเวณเตียงนอน หมอน ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่ม ชุดเครื่องนอนเหล่านี้ ล้วนเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียชนิดต่างๆ ซึ่งฝุ่น 1 กรัมนั้น จะมีไรฝุ่นมากถึง 2,500 ตัว อนุภาคของฝุ่นจะมีขนาดเล็กตั้งแต่ 1-20 ไมครอน ซึ่งฝุ่นจะประกอบไปด้วยอนุภาคของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต  เป็นภัยคุกคามใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม...
ศิลปหัตถกรรม มีความเกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตของมนุษย์  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและเชื่อมโยงไปสู่โลกอนาคต เพราะชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เรา ต้องสัมพันธ์กับสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆ  ซึ่งล้วนแต่เป็นประดิษฐกรรมที่มนุษย์ผู้สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในชีวิตประวัน งานศิลปหัตถกรรม จึงเป็นดังกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละยุคสมัย บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ สภาพความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ถ่ายทอดผลงานที่ทรงคุณค่า สืบทอดความเป็นมาจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ และความงดงามของผลงานที่ยังคงคุณค่า อนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเพื่อสานต่อสืบไป  งาน Crafts Bangkok 2018 ที่ผ่านมา ได้รวบรวมเหล่าบรรดาครูช่างและทายาทครูช่างทุกแขนง เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้ คุณสรภัทร สาราพฤษ ผู้สืบทอดงาน "เครื่องถม" ในฐานะที่เป็นผู้สืบทอดงานศิลปหัตถกรรรม อยากให้คนรุ่นหลังลองศึกษาให้รู้จักถึงประวัติความเป็นมา เรื่องราวที่อยู่คู่กับชาติไทยมาก่อน ค่อยๆ ศึกษาทีละนิดแล้วทุกคนก็จะซึมซับว่ากระบวนการเหล่านี้สามารถทำให้ผู้คนเข้าถึง ได้รู้จักอย่างลึกซึ้งแล้วจะสามารถเห็นคุณค่าได้อย่างแท้จริง  ทั้งนี้ งาน Crafts Bangkok 2018 ภายใต้แนวคิด Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน มีส่วนช่วยส่งเสริมการต่อยอดคุณค่าของงานศิลปหัตถกรรมไทย สู่งานคราฟต์ร่วมสมัย สิ่งที่เห็นในงานครั้งนี้คือฐานลูกค้าและความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ในสมัยนี้ต้องการเครื่องถมที่ไม่ได้โชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์หรือในตู้โชว์อีกต่อไป แต่ต้องการเครื่องถมที่สามารถใส่เดินออกไปได้ทุกที่...
ดีไซเนอร์แบรนด์จิวเวลรี่สัญชาติไทยที่โกอินเตอร์ระดับโลกเผยเคล็ดลับความสำเร็จ ผ่านคอลเลกชั่นในแบบฉบับที่ไม่ซ้ำใคร เน้นเล่าที่มาเบื้องหลังการออกแบบชิ้นงานจิวเวลรี่เพื่อดึงดูดลูกค้า สุรศักดิ์ มณีเสถียรรัตนา เจ้าของแบรนด์ Carletta Jewellery ที่ได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง หรือตะวันออกกลาง เผยว่า การตามเทรนด์ไม่ใช่คำตอบเพียงหนึ่งเดียวในการออกแบบจิวเวลรี่ แต่แบรนด์ต้องใส่ความเป็นตัวตนของตัวเองเข้าไปด้วย “ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ทุกคนเสิร์ชกูเกิลเป็นหมด ความสนใจในการเสิร์ชเรื่องใดบ่อยๆ จะเป็นตัวกำหนดเทรนด์กลายๆ ถ้าทุกแบรนด์เดินตามเทรนด์ สินค้าจะเหมือนกันหมด ไม่มีความแตกต่าง การรับรู้เทรนด์โลกเป็นสิ่งที่ดีแต่จะรับมาใช้ทั้งหมดไม่ได้ ต้องนำมาปรับให้เข้าบุคลิกของแบรนด์ ซึ่งดีไซเนอร์ต้องมีแนวทางที่ชัดเจน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าให้แตกต่าง ไม่ซ้ำใคร ทุกแบรนด์จำเป็นต้องมีเรื่องเล่า (Story) อย่างแบรนด์ Carletta ทุกคอลเลคชั่นมีเรื่องราว สินค้าทุกชิ้นสามารถเล่าที่มาได้หมด” เขายกตัวอย่างเช่น แหวนของแบรนด์ Carletta Jewellery ที่ชื่อว่า Only World นั้นทำมาจาก Lapis Lazuli จะมีทั้งประกายสีทอง ฟ้า ขาว อยู่ในเนื้อพลอยที่เป็นทรงกลม เวลาสวมใส่แล้วมองดูราวกับว่าอยู่ในอวกาศแล้วมองกลับมาที่โลกที่มีน้ำทะเลสีฟ้าปกคลุม ตัวเรือนดีไซน์ลักษณะเหมือนอุ้งมือที่กำโลกไว้ เป็นแหวนที่ทำให้ผู้สวมใส่ดูมีอำนาจ ทรงพลัง...
ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญเจ้าของธุรกิจสมัครเข้าร่วมโครงการ Startup Voucher ปีที่ 3 (รอบที่ 2) เพื่อคว้าเงินสนับสนุนสูงสุด 800,000 บาท เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เร่งเพิ่มรายได้ และขยายธุรกิจให้เติบโต เพียงคุณมีสินค้าหรือบริการที่ใช่ มีแผนการตลาดที่ชัด โอกาสในการเปิดตลาด และสร้างรายได้อย่างก้าวกระโดด อย่าช้า !!! ทุนมีจำนวนจำกัด รอบที่ 2 รับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2561 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2583 9992 ต่อ 1508-1516 หรือสมัครได้ทางอีเมล bic@nstda.or.th ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://www.nstda.or.th/th/news/12013-startup-voucher-2018-2
อาชีวะแก้งคร้อเจ๋ง ผลิตอุปกรณ์ขัดง่ายไม่ขัดใจ ช่วยลดขั้นตอนการขัดล้างพื้นได้ในขั้นตอนเดียว พัฒนาคุณภาพชีวิตประจำวัน และสามารถต่อยอดธุรกิจเชิงพาณิชย์ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า รายการสมรภูมิไอเดีย ได้ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดประกวดและแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “สิ่งประดิษฐ์ ติดครัวเรือน” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานภายในครัวเรือน หรือในบริเวณบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ที่ไม่จำกัดเพศของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการต่อยอดสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านที่เคยมีอยู่แล้ว หรือพัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งวิทยาลัยการอาชีพแก้งคร้อ สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมแข่งขัน และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท เลขาธิการ กล่าวต่อไปว่า สิ่งประดิษฐ์ คือ “อุปกรณ์ขัดง่ายไม่ขัดใจ” เป็นสิ่งประดิษฐ์แปรงขัดพื้นแบบ All In One ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ในกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน นักศึกษา และได้นำชิ้นงานเข้าประกวดแข่งขันในหลายเวที    ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนได้ทักษะและประสบการณ์จริงที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่สร้างปัญหาให้สภาพแวดล้อม เป็นการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่สามารถใช้งานได้ในหลากหลายพื้นที่...
Google for Entrepreneurs เตรียมจัดงาน Demo Day Asia เปิดโอกาสครั้งสำคัญให้สตาร์ทอัพ ร่วมพิสูจน์ศักยภาพทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่ เพื่อแสดงความโดดเด่นในการช่วงชิงการเป็นแชมป์เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมรายต่อไปในเอเชีย ซึ่งการจัดงานนี้จะเป็นการรวมตัวกันของผู้ก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีความโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียเพื่อนำเสนอไอเดียธุรกิจต่อหน้านักลงทุนชั้นนำ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 20 กันยายน 2561 ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตามที่ ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอ ของ Google ได้ ประกาศ ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้วว่านี่เป็นครั้งแรกที่ Google จะจัดงาน Demo Day ในเอเชียเแปซิฟิก ด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เห็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมจากเหล่าสตาร์ทอัพในภูมิภาคนี้ และหากธุรกิจสตาร์ทอัพของคุณมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเอเชียแปซิฟิกคุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน Demo Day และสมัครเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ผ่านทางเว็บไซต์ https://events.withgoogle.com/demoday/  เปิดรับแล้ววันนี้จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เวลา 23.59 น. (เวลาสิงคโปร์) ทั้งนี้ หากธุรกิจสตาร์ทอัพของคุณได้รับการคัดเลือก คุณจะได้รับการให้คำปรึกษาและการฝึกอบรมจาก Google เพื่อช่วยให้คุณได้นำเสนอไอเดียธุรกิจต่อหน้านักลงทุนที่มีชื่อเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ...
นักวิจัยคิดค้น ‘เซลล์ต้นกำเนิดบัวหลวง’ สำเร็จ สร้างมูลค่าเพิ่มพืชสมุนไพรไทย ชี้จุดเด่นเรื่องกระจ่างใส ลบเลือนริ้วรอย คว้าเหรียญทองและรางวัลพิเศษการประกวดผลงานวิจัยนานาชาติกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ต่อยอดสู่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อความงาม ดร.ไฉน น้อยแสง รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา อาจารย์วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เจ้าของผลงานเผยว่า ได้ศึกษาวิจัยเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์จากบัวหลวงเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องสำอางเพื่อความงาม เหตุที่เลือกบัวหลวงมาวิจัย เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมเครื่องยารักษาโรคของคนไทยมาช้านาน และยังเป็นอาหารของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานหลายศตวรรษ ดอกบัวยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ในศาสนาพุทธและฮินดู เกือบทุกส่วนของบัวหลวงสามารถนำมาสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของวัตถุดิบบัวหลวง เนื่องจากกระบวนการเพาะปลูกของบัวหลวงนั้นมีโอกาสปนเปื้อนสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงได้ จากการสืบค้นข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย พบว่าบัวหลวงมีประโยชน์ทางด้านความงามและมีรูปแบบการใช้แบบพื้นบ้านดั้งเดิม จึงได้ศึกษาวิจัยโดยเพาะพันธุ์เซลล์ต้นกำเนิดบัวหลวงที่ไม่มีการปนเปื้อนสารพิษและโลหะหนัก และได้นำเซลล์เนื้อเยื่อเจริญของบัวหลวงมาสกัดเพี่อให้ได้สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพต่อยอดจากภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในรูปแบบอิมัลชั่น ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์อิลาสเตส ช่วยลดเลือนริ้วรอย และไทโรซิเนสและโดปาออกซเดส ช่วยในเพิ่มความขาวกระจ่างใส ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังรวมถึงมีความคงตัวเป็นเวลา 2 ปีภายใต้สภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ “จุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากเซลล์ต้นกำเนิดบัวหลวงที่ต่อยอด แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ กลุ่มไวเทนนิ่ง เช่น  โลตัส เซลล์ คัลเจอร์ เซรั่ม ที่ช่วยบำรุงผิวหน้าและคอ ช่วยในเรื่องความกระจ่างใส เหมาะกับคนเอเชียในสภาพอากาศร้อนและคนที่แต่งหน้า...
นักวิจัย มทร.ธัญบุรี คิดค้น ซอสหอยขม โปรตีนสูง คอเลสเทอร์รอลต่ำ เป็นผลงานของ นายณัฐชรัฐ แพกุล นักวิจัยและอาจารย์ประจำสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ใช้สำหรับประกอบอาหาร โดยการนำหอยขมมาใช้ทดแทนหอยนางรม นายณัฐชรัฐ แพกุล เล่าว่า หอยขมเป็นสัตว์น้ำจืดที่พบได้ง่ายในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถนำมาประกอบอาหารได้ มีราคาถูก มีปริมาณคลอเรสเตอรอลต่ำ เพาะเลี้ยงได้ง่ายเจริญเติบโตไว ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลง จากการวิจัยระบุว่าผลิตภัณฑ์ซอสหอยขมมีโปรตีนสูง แต่มีปริมาณคอลเรสเตอรอลเพียง 50 มิลลิกรัม/100กรัม  ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์ซอสหอยขมมีราคาต้นทุนต่ำจึงสามารถนำไปใช้กับวัตถุดิบอาหารได้หลายประเภท เช่น ข้าว ผัก เนื้อสัตว์ เป็นต้น และสามารถใช้วิธีการประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น ผัด ตุ๋น ต้ม นึ่ง ย่าง หมัก เป็นต้น สามารถนำไปผลิตในรูปแบบของอุสาหกรรมได้ง่ายและเร็ว เนื่องจากหอยขมเป็นสัตว์น้ำโตไวและทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยผลงานซอสหอยขมได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จนคว้ารางวัลเหรียญเงิน และรางวัล Special...
บริษัท วิลเลรอย แอนด์ บอค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์ระดับโลก จากประเทศเยอรมนี ภายใต้แบรนด์ Villeroy & Boch เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่“Antheus” ชุดสุขภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ครบชุดสำหรับห้องน้ำหรู ที่ได้รับการออกแบบโดย Christian Haas นักออกแบบชาวเยอรมนี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบในสไตล์ Art Deco ความเรียบง่ายและชัดเจนตามแนวทางของ Bauhaus ที่ทำให้ความหรูหราผสานความคลาสสิคร่วมสมัยได้อย่างลงตัว Antheus มาพร้อมกับแนวคิดการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร โดยการผสมผสานกันได้อย่างลงตัวของ 3 วัสดุคุณภาพอย่าง สแตนเลส ไม้ และเซรามิกคุณภาพสูงที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของวิลเลรอย แอนด์ บอค อย่าง “TitanCeram”  ที่มีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องของความคมชัด และสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความบางเป็นพิเศษแต่ทนทานดีเยี่ยม ซึ่งถูกออกแบบจับคู่กันได้อย่างลงตัว อาทิ เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าไม้ พร้อมอ่างล้างหน้าเซรามิก TitanCeram ที่ออกแบบให้มาพร้อมโครงสแตนเลส หรืออ่างอาบน้ำ Quaryl วัสดุคุณภาพสูงซึ่งเป็นส่วนผสมพิเศษระหว่างเซรามิกและแร่ “Quartz” มีคุณสมบัติช่วยรักษาอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ได้นานขึ้น
สุริยพงศ์ ทับทิมแท้ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Pamba เป็นผู้ประกอบการใหม่อีกกลุ่ม ที่นำเสนอแพลตฟอร์ม การร่วมเดินทาง หรือ Shareways จากประสบการณ์เคยทำงานที่สวิตเซอร์แลนด์ และมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปหลายประเทศ เขาพบว่าเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) ทั้งการร่วมเดินทางด้วยรถยนต์ ให้เช่ารถจักรยาน ร่วมเดินหรือร่วมวิ่งด้วยกัน ค่อนข้างได้รับความนิยมแพร่หลาย เพราะเป็นหนึ่งในเทรนด์ของโลกยุคใหม่ ที่มีแนวโน้มขยายตัวในอนาคต เมื่อกลับมาไทย กลางปี 2559 สุริยพงศ์ จึงรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ศึกษาและพัฒนาโมเดลดังกล่าว ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและพฤติกรรมของคนไทย “คอนเซ็ปต์ของเราก็คือ การเป็นส่วนหนึ่งของ Smart City แม้จะเป็นเรื่องใหม่ในไทย แต่ก็คิดว่าวันหนึ่งเรื่องนี้ก็จะน่าเกิด  ภายใต้แนวคิด ไปทางเดียวกัน รถคันเดียวกัน แชร์ค่าน้ำมัน ได้พบผู้คน” สุริยพงศ์ จุดประกายความคิด เป็นเรื่องปกติของบรรดาผู้ประกอบการใหม่ ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม ช่วงเริ่มต้นย่อมต้องลองผิดลองถูก ไม่ต่างจาก Pamba ที่มุ่งโฟกัสตอบสนองการร่วมเดินทางของผู้คนในเขตเมืองเป็นหลัก นำร่องทดสอบระบบกับเจ้าหน้าที่ของ SME Bank สำนักงานใหญ่ ย่านซอยอารีสัมพันธ์ ถนนพหลโยธิน ปรากฏว่าผลที่ได้รับกลับไม่เวิร์ค! “โจทย์สำคัญ...