previous arrow
next arrow
Slider
 “ไส้อั่วป้าบุญปั๋น “ “น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ข้าวเหนียว” ทำสดวันต่อวันเป็นที่นิยมอร่อยแท้  ตำหรับคนเชียงใหม่ขายมาตั้งแต่ พ.ศ.2546 กลางซอยรามคำแหง 44 ทะลุซอยหัวหมาก 8 “คอลัมน์คุณเก่งชวนชิม” นำเสนออาหารพื้นเมืองชาวเหนือแท้ ที่ใครๆเรียก”ไส้อั่ว”ซึ่งอาจจะเปรียบเทียบกับ”หม่ำ”ของอร่อยชาวชัยภูมิ ไส้อั่วที่ทำอร่อยจนเป็นที่รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตัองบอกเป็นที่นิยม แบบว่ารำขนัด (อร่อยมากๆ) “ไส้อั่วป้าบุญปั๋น” พร้อมน้ำพริกหนุ่มและแคบหมู ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ทำสดๆวันต่อวัน ทำที่บ้านแบบเรียบง่าย เน้นสะอาด อร่อยเครื่องปรุงถึง “อั่ว”หมายถึง การกรอก หรือ การยัด ปกตินิมใช้เนื่อหมูผสมมันหมู แล้วกรอกลงไปในไส้ “ไส้อั่วป้าบุญปั๋น” เริ่มจากคำปรารภของสามี ที่จบวิศวะจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนหน้าที่จะเกษียณ จากการเคหะแห่งชาติ “เราต้องหาอะไรทำเพื่อมีรายได้เสริม “ สองคนสามีภรรยา จึงเริ่มทำไส้อั่ว สูตรจากอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดป้าบุญปั๋น ทำมาเรื่อยเริ่มแรกก็ใช้วิธีทำการตลาดจากเพื่อนๆและเพื่อนบ้านใกล้เคียงกัน กว่าจะเข้าที่เข้าทางใช้เวลาประมาณ 2 ปี จนเป็นที่รู้จักว่าอร่อยแท้มีลูกค้ามากมาย มีรายการจากต่างประเทศมาถ่ายทำเป็นข่าว และสื่อต่างๆ รวมทั้งในประเทศ...
ร้าน” จั – น –ท – ร์ – ร – พี” สี่เสาเทเวศร์ เด่นสง่า ในพื้นที่ สมาคมชาวจันทบุรี ร้านเก่าชื่อ ครัวดุสิต บริหารงานโดยคุณน้องครัวดุสิต เน้นอาหารรสชาติสุดปัง ประสบการณ์สะสม มากกว่า  19 ปี ทานอร่อย ร้องเพลงสบาย ที่จอดรถมากมี “คอลลัมน์ คุณเก่งชวนชิม” นำพาท่านท่องยุทธจักร “Fine Thai Cuisine” ร้านเด่น ร้านดี ร้านอร่อย สถานที่มีระดับ  ร้าน “Janrapee” จากร้านครัวดุสิต แปลงกายให้ไฉไลใหญ่กว่าเดิม ในพื้นที่ สมาคมชาวจันทบุรี ถนนศรีอยุธยา สี่เสาเทเวศร์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ร้าน”จั – น – ท – ร์...
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) ได้ดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเสริมศักยภาพสู่ตลาดสากล ยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กลุ่มผู้ประกอบการสินค้าอาหารถิ่น เครื่องสำอาง และ สมุนไพร ให้สามารถเติบโตได้ในระดับสากล โดยโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) อายุการเก็บรักษา (Shelf Life) การออกแบบ (Design) ให้มีเอกลักษณ์ สามารถพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ได้ โดยได้คัดเลือกสุดยอดผลิตภัณฑ์ จำนวน 24 ผลิตภัณฑ์ เห็นแล้วต้องร้อง ว้าววววววว!
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จับมือ มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ สถาบันการศึกษาด้านการเป็นเจ้าของธุรกิจและการสืบทอดธุรกิจครอบครัวอันดับหนึ่งสิงคโปร์ และบริษัทดีลอยท์ เปิดตัวกรณีศึกษาการสืบทอดกิจการสยามพาร์คซิตี้ ธุรกิจสวนน้ำสวนสนุกอันดับหนึ่งของประเทศไทย เผยแพร่ผ่านสถาบันอุดมศึกษาทั่วโลก เนื่องจากธุรกิจครอบครัวเป็นตัวแปรสำคัญในภาคเศรษฐกิจ สร้างรายได้ถึงร้อยละ 70-90 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศทั้งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ธุรกิจครอบครัวสร้างรายได้ถึง 9 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ดี ธุรกิจครอบครัวต้องเผชิญกับความท้าทายเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น จากข้อมูลรายงานว่าธุรกิจครอบครัวไม่ถึง 1 ใน 3 ที่สามารถคงอยู่ได้หลังการเปลี่ยนมือจากรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นสอง และอีกถึงครึ่งหนึ่งต้องล่มสลายเมื่อเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสองไปยังรุ่นสาม นายริชาร์ด ลอย ผู้บริหารกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทดีลอยท์ (Deloitte Private) กล่าวในงานเสวนา “ถอดรหัสความสำเร็จทางธุรกิจและการสืบทอดกิจการครอบครัวตระกูลเหลืองอมรเลิศ (สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ) – Growing in Unity – The Luangamornlert Family’s Ride Through Challenges” ว่า จากการสนทนาเชิงลึกกับเหล่าผู้นำของธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าธุรกิจครอบครัวเหล่านั้นมีความสามารถพิเศษในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน ซึ่งธุรกิจในยุคปัจจุบันจำเป็นที่จะต้องพร้อมเผชิญสถานการณ์ทุกรูปแบบ มีการปรับตัวอย่างรวดเร็วและมีการทำนวัตกรรม...
ในงานแถลงข่าวกลุ่มย่อยในหัวข้อ “Think Auto” Google ได้เผยงานวิจัยชิ้นใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย และพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ของคนไทยในยุคปัจจุบัน โดยงานวิจัยที่มีชื่อว่า “Gearshift 2018: Purchase Journey of Thai New Car Buyers” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Google และ TNS แสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์ โดยได้สัมภาษณ์ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ ทั้งชายและหญิง จำนวนทั้งสิ้น 503 ราย ที่มีการซื้อรถยนต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา การใช้โทรศัพท์มือถือทำให้ผู้บริโภคไทยได้รับข้อมูลข่าวสารรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม และด้วยช่องทางการค้นหาผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับรถยนต์ที่ต้องการจะซื้อก่อนเข้าไปสอบถามกับตัวแทนจำหน่าย ผลการวิจัยที่ค้นพบมีดังนี้: ผู้บริโภคไทยเปิดรับความคิดเห็นต่างๆ ในระหว่างการหาข้อมูล โดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยมีการพิจารณาแบรนด์รถยนต์ที่สนใจ 4.7 แบรนด์ ก่อนทำการตัดสินใจ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.9 แบรนด์ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างอิทธิพลต่อผู้บริโภค เสิร์ชเอนจินและวิดีโอเป็นแหล่งข้อมูลหลักบนโลกออนไลน์ เกือบ 99% ของผู้ซื้อรถยนต์ชาวไทยใช้เสิร์ชเอนจินเป็นเครื่องมือในการหาข้อมูล และ 96% ดูวิดีโอออนไลน์เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อรถยนต์ ...
สำหรับครอบครัวใหญ่ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวนั้น หากจะเลือกเช่าอพาร์ทเม้นหรือคอนโดมิเนียมอาจจะไม่สะดวกต่อการใช้ชีวิตมากนัก เพราะที่อยู่อาศัยทั้งสองประเภทนั้นมักจะมีพื้นที่จำกัด อาจจะมีจำนวนห้องไม่พอ และอาจมีราคาค่าเช่าสูงเมื่อเทียบกับการหาบ้านเช่าแบบเป็นหลังใหญ่ที่มีพื้นที่ใช้สอยอย่างสะดวกสบาย โดยครั้งนี้เราได้รวบรวม 5 บ้านเช่าหลังใหญ่สุดหรูมาฝากกันสำหรับครอบครัวใหญ่ที่กำลังต้องการหาบ้านเช่าที่มีห้องนอนหลายห้องเพื่อรองรับกับจำนวนสมาชิกทุกๆ คนภายในบ้าน รวมถึงทำเลที่ตั้งที่เดินทางได้อย่างสะดวกสุดๆ อย่ารอช้า ตามไปเช็คลิสต์กันเลยดีกว่าว่าจะมีบ้านเช่าที่ไหนที่เหมาะกับคุณกันบ้าง   เพอร์เฟกต์ มาสเตอร์พีซ เอกมัย-รามอินทรา บ้านเช่าสุดหรูย่านเอกมัย-รามอินทราที่บรรยากาศภายในหมู่บ้านนั้นเงียบสงบ มีคลับเฮ้าส์ส่วนกลางที่พร้อมให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า สนามเทนนิส ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมจาก CCTV ส่วนการใช้สอยภายในบ้านเช่านั้นมีทั้งหมด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีห้องแม่บ้าน ตกแต่งบิวท์อินและมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่ มีห้องนั่งเล่นและห้องรับแขกขนาดใหญ่ อีกทั้งพื้นที่บริเวณหน้าบ้านยังมีสวนหย่อมและพื้นที่สำหรับจอดรถรองรับได้ทั้งหมด 4 คัน ขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้านเช่า : 300 ตารางเมตร ทำเลที่ตั้งบ้านเช่า : 19/50 หมู่บ้านมาสเตอร์พีซ ถนนลาดพร้าว ติดเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ราคาบ้านเช่าต่อเดือน : 60,000 บาท สถานที่สำคัญใกล้บ้านเช่า : เดอะ วอล์ค เกษตร-นวมินทร์   บ้านเช่าสไตล์ยุโรป บ้านเช่าหลังใหญ่สไตล์ยุโรปใจกลางเมืองแห่งนี้พร้อมให้คุณได้สัมผัสชีวิตสุดหรูหรา โดยเป็นบ้านเช่าที่ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบ มีทั้งหมด 7 ชั้น...
“OTOP Village ไปแล้วจะรัก” เปิดโอกาสให้คนไทยได้ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ชุมชนและเผยแพร่ความสำเร็จจากโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว 8 เส้นทางทั่วประเทศ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้จัดทำโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ตามเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 8 เส้นทาง 31 จังหวัด 125 หมู่บ้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็ง โดยใช้อัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าและคุณค่า ภายใต้การบูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยการดำเนินงานโครงการดังกล่าวในระยะที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง สามารถส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการตื่นตัวและเกิดการรวมพลังชุมชนในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรของชุมชนให้มีคุณค่า ช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน “กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการต่อยอดโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยืน    โดยกำหนดให้มีการจัดงาน ‘OTOP Village ไปแล้วจะรัก’ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ตุลาคม 2561      ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี...
“การท่องเที่ยว” เป็นบริการที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทยปีละ 3 ล้านล้านบาท (คาดการณ์ปี 2561) มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวไทยเฉลี่ยถึงเดือนละ 3.5 ล้านคน รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญจึงเพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยวด้วยนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 เมือง ผนวกกับแนวคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน หรือ “แอ่งเล็ก เช็คอิน” เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไปยังหมู่บ้าน/ชุมชน อันเป็นการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16  มกราคม 2561 ได้เห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมราว 150,000 ล้านบาท โดยกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมมาราวกว่า 9,300 ล้านบาท กระจายการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยจัดทำโครงการ “ชุมชนท่องเที่ยว โอท็อป นวัตวิถี” เพื่อสร้างรายได้ให้กระจายอยู่กับประชาชนในหมู่บ้าน/ชมุชน บนพื้นฐานเสน่ห์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ที่ดัดแปลงให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ภายใต้คำขวัญจังหวัด “เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก” สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยนายทรงพล วิชัยขัทคะ เปิดเมืองลับแล ดินแดนผสาน 3...
  ในบริบทของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด นอกจากการแข่งขันกับคู่แข่งเดิมในตลาดแล้ว ยังต้องเตรียมพร้อมต่อการเผชิญกับคู่แข่งรายใหม่ๆ ด้วย  นายคมกฤช บริบูรณ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ Borriboon Craft เล่าถึงจุดเปลี่ยนของงานจักสานไทยในงานสัมมนา "นวัตกรรมทำหนึ่ง...ได้สิบ" เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีสากล ให้ผู้ประกอบการ SME ไทย จัดโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ว่า “แบรนด์บริบูรณ์นำงานจักสานไทยก้าวข้ามโครงสร้างที่บิดเบี้ยวของราคากลายเป็นรูปแบบที่แข็งแกร่งที่ทำให้ช่างฝีมือไทยและอุตสาหกรรมจักสานไทยอยู่ได้อย่างยั่งยืน จากการเป็นสมาชิกของศูนย์ส่งเสริมฝีมือการจักสานด้วยไม้ไผ่ พนัสนิคม จ.ชลบุรี เมื่อถึงจุดที่งานจักสานไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับประเทศอื่นอย่างจีนได้ จึงต้องมองหาตลาดใหม่ที่นำเอาภูมิปัญญาไทยเข้าไปแก้ Pain Point และตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้งาน ญี่ปุ่นเป็นตลาดเป้าหมายที่เข้าไปศึกษาพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิต ชาวญี่ปุ่นนั้นชื่นชอบงานสาน งานฝีมือ แต่ขณะเดียวกันช่างฝีมือญี่ปุ่นเองก็มีคุณภาพมาก ประเทศไทยจึงต้องผลิตชิ้นงานที่มีทั้งคุณภาพด้านฝีมือและมูลค่าเพิ่มด้านการใช้งาน อาทิ กล่องใส่อุปกรณ์ชงชา ที่จะต้องนำไปใช้ในช่วงเทศกาล หรืออาจจะผันไปเป็นกล่องใส่อุปกรณ์ตัดเย็บตามวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่น บางครั้งก็มีการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์หรือโค-แบรนด์ดิ้ง (co-branding) เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้ราคาเทียบเท่าสินค้าแบรนด์เนม สิ่งเหล่านี้คือนวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ตลาดเป้าหมาย และเป้าหมายต่อไปคือยุโรปที่ต้องศึกษารูปแบบการใช้ชีวิต และพิจารณาว่าสินค้าของบริบูรณ์จะเข้าไปตอบโจทย์ด้านใดให้ลูกค้าได้บ้าง บางครั้งนวัตกรรมไม่ต้องซับซ้อนแต่ต้องตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าต้องการให้ได้” สุดท้ายแล้วโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการ SME คือ รายได้ไม่คงที่ ในขณะที่ต้นทุนคงที่มีมากเกินไป ซึ่งต้องพยายามผลักให้เป็นต้นทุนตามยอดการสั่งซื้อมากที่สุด วันหนึ่งเมื่อธุรกิจดีขึ้นเรื่อยๆ ถึงจุดที่รองรับความต้องการตลาดในประเทศได้แล้ว จะต้องเริ่มออกสู่ตลาดสากล ออกไปแข่งขันในระดับที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น นวัตกรรมจึงมีส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เกิดใหม่ แต่ต้องสร้างความแตกต่าง ตอบโจทย์และแก้ Pain Point ของกลุ่มเป้าหมายได้ เพื่อทำให้สินค้าสามารถอยู่ได้ในตลาดได้อย่างยั่งยืน  
ในบริบทของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด นอกจากการแข่งขันกับคู่แข่งเดิมในตลาดแล้ว ยังต้องเตรียมพร้อมต่อการเผชิญกับคู่แข่งรายใหม่ๆ ด้วย นวัตกรรมจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการสร้างความแตกต่างและจุดเปลี่ยนให้กับธุรกิจ หากผู้ประกอบการพร้อมจะปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และมีไหวพริบในการนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็จะมีโอกาสขยายตลาดหรือ “แจ้งเกิด” ได้ เมื่อเร็วๆ นี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดสัมมนา "นวัตกรรมทำหนึ่ง...ได้สิบ" เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีสากล ให้ผู้ประกอบการ SME ไทย นางสาวพิมพ์มาดา พัฒนปรัชญาพงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์สินค้าอาหาร Okusno (คางกุ้งทอดกรอบ) เล่าว่า “จากจุดเริ่มต้นของการเห็นส่วนใต้หัวของกุ้งที่ถูกคัดทิ้งระหว่างรับประทาน จนเกิดไอเดียอยากนำมาพัฒนาเป็นของขบเคี้ยว ออกเดินทางสู่สมุทรสาครเพื่อหาผู้ที่จะคัดเฉพาะส่วนคางกุ้งให้ ทดลองผลิตภัณฑ์จนสามารถบรรจุใส่ซองเพื่อจำหน่าย ด้วย 3 กลยุทธ์หลักคือ สร้างคาแรคเตอร์ให้สินค้า ชูความเป็นเจ้าแรก พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างศูนย์การค้าพารากอน เพราะตั้งเป้าจับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ศึกษาตลาดจนพบว่าจะต้องให้ลูกค้าได้ทดลองชิมรสชาติสินค้าให้ได้ เพราะคางกุ้งเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น ลูกค้ายังไม่รู้จัก จากการทดลองชิมและการไปแข่งขันในรายการ SME ตีแตกจนเป็นผู้ชนะ ทำให้สินค้าไต่อันดับชั้นวางสินค้าขึ้นมาอยู่จุดระดับเดียวกับสายตาผู้ซื้อ นับจากจุดเริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลา 4 ปีครึ่ง ที่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ ปรับเปลี่ยนปริมาณผลิตภัณฑ์เพื่อให้ไม่มากไม่น้อยเกินไปแต่เหมาะสมกับราคา เลือกทำการตลาดทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เพราะเป็นสินค้าที่จับกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง จึงต้องสร้างการรับรู้ทุกช่องทาง แต่เลือกให้สื่อสารให้เหมาะสม ในยุค 4.0 เช่นนี้ “ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดคือความไม่ยอมเสี่ยง วันหนึ่งที่ตัดสินใจทำอะไร หลังจากพิจารณาโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและมั่นใจว่าสินค้าตอบ Pain Point ลูกค้าได้แล้วต้องตั้งใจทำ ต้องมีความมุมานะ ดูแลให้ดี ให้สินค้าเติบโต ใส่ใจมากที่สุดจนกว่าจะมั่นใจจริงๆ ว่าอยู่ในตลาดได้ เพราะธุรกิจสามารถโตภายใน 7 วันแต่ก็ล้มได้ใน 7 วันเช่นกัน” พิมพ์มาดา กล่าว ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า...