วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม 2026

เอสซีจี เผยแผนรับมือโลกผันผวนที่คาดรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งสภาวะเงินเฟ้อเร่งตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ลุกลาม การแข่งขันรุนแรงในระดับภูมิภาคจากการขยายตัวเข้ามาของผู้ผลิตจีน เทคโนโลยีการผลิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลักดันธุรกิจต่าง ๆ สู่ “กติกาการแข่งขันใหม่” ชี้อุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวอย่างยืดหยุ่น เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันด้วยการวางระบบการผลิตทั่วทั้งอาเซียน เร่งปรับใช้ Robotics & AI เสริมศักยภาพคน และร่วมมือกันทั้งระบบนิเวศธุรกิจ มั่นใจกลยุทธ์ของเอสซีจี ทั้งระยะเร่งด่วน – กลาง – ยาว ช่วยคว้าโอกาสเติบโต โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งโอกาสใหม่ ๆ โลกธุรกิจกำลัง “ปรับ” กลยุทธ์รับมือจึงต้อง “เปลี่ยน” นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ใน 3 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนจะเผชิญความท้าทายสำคัญจากความผันผวนของราคาพลังงาน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการเข้ามาของผู้ผลิตจีนที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการมีฐานตลาดขนาดใหญ่ในประเทศจีน ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอาเซียน อัตราเงินเฟ้อในระดับสูง ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนกติกาการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาเซียน “วันนี้ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนเสมือนกำลังเข้าสู่ทางแยก หากเราไม่ทำอะไร เราอาจเห็นปรากฏการณ์การถดถอยของอุตสาหกรรมพื้นฐานที่สำคัญ ไม่ใช่แค่กับประเทศไทย แต่อาจเกิดขึ้นกับทั้งภูมิภาคอาเซียน โดยหนึ่งในความเสี่ยงที่เอสซีจีเห็นชัด คือการเข้ามาแข่งขันของสินค้าจากประเทศต่าง...
หากเปรียบการแข่งขันขีดความสามารถบนเวทีโลกเป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอน ผลการจัดอันดับจากสถาบัน IMD (International Institute for Management Development) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2026 กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยมายังเศรษฐกิจไทย เพราะนี่ไม่ใช่แค่การปรับอันดับประจำปีธรรมดา แต่เป็นปีที่เกิดการ “เปิดตัว” ของคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในทศวรรษนี้ นั่นคือ “เวียดนาม” ตัวเลขที่ปรากฏบนกระดานคะแนนจากทั้งหมด 70 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก กำลังบอกเราว่า เวลาขยับตัวของไทยเหลือไม่มากแล้ว แม้ ประเทศไทย จะอยู่อันดับที่ 26 ของโลก (ขยับขึ้นมา 4 อันดับจากปีก่อน) แต่เวียดนาม พุ่งทะยานสู่อันดับที่ 27 ของโลก  ความน่ากลัวอยู่ตรงที่เวียดนามเพิ่งได้รับการจัดอันดับเป็น "ปีแรก" แต่สามารถหักปากกาเซียนพาตัวเองเข้ามาอยู่ในท็อป 30 ของโลกได้ทันที และที่สำคัญคือ ตามหลังประเทศไทยเพียงแค่อันดับเดียวเท่านั้น! ในระดับภูมิภาคอาเซียน เวียดนามกลายเป็นอันดับ 4 จี้ติดไทยซึ่งอยู่อันดับ 3 แบบหายใจรดต้นคอ 2 ปัจจัย เวียดนาม "แซง"...
เมื่อไทยกำลังถูกบีบให้รับ "ข้าวโพด GMO" สหรัฐฯ แลกกับการบรรเทาภาษี Section 301 ที่อาจทำลายความเชื่อมั่นตลาดส่งออกไก่และอาหารแช่แข็งของไทยในยุโรปและญี่ปุ่นจนพังพินาศ “อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์” แนะ 3 แนวทางเปลี่ยนดีลข้าวโพด GMO เจ้าปัญหา ให้กลายเป็นทุนเทคโนโลยีแห่งอนาคต พลิกเกมเจรจาระดับโลกครั้งนี้ให้ชนะแบบ Win-Win ก่อนสายเกินไป นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII) อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับนโยบายการจัดสรรโควตานำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการบรรเทามาตรการภาษีตามมาตรา 301 (Section 301) ของสหรัฐฯ ว่า เป็นเงื่อนไขทางการค้าที่รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทยและอาจได้ไม่คุ้มเสียในระยะยาว อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ซึ่งเคยทำหน้าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเกือบ3ปีและมีประสบการณ์เจรจากับ USTR EU AEC และร่วมเวทีเจรจาในเวที APEC ระบุว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐฯ มีมูลค่าทางการค้าเพียงประมาณ 7,000 ถึง 8,000 ล้านบาทต่อปี แต่หากเกิดการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์...
หมดยุคแบกหนี้จนลืมลืมตาอ้าปากไม่ได้! สำหรับใครที่กำลังมองหาทางออกจากวงจรหนี้เสีย... บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าเชิงรุก ผนึกกำลังกับ ศาลแพ่งตลิ่งชัน ร่วมมือแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนแบบจัดเต็ม จัดงานสัญจร "ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน" ในวันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 นี้ งานนี้เปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยที่ต้องการปลดล็อกตัวเอง พลิกฟื้นสถานะทางการเงินให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการสุดพิเศษที่เน้นช่วยให้ "ปิดจบได้จริงตามกำลัง" คิดเฉพาะ "เงินต้น" ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมไม่เกี่ยว! ความพิเศษของโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” คือการคำนวณภาระหนี้จาก ยอดเงินต้นเท่านั้น (ตัดเรื่องดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่เคยงอกเงยออกไปเลย) โดยมี 2 ทางเลือก ให้เลือกตามสภาพคล่องของตัวเอง ทางเลือกการชำระหนี้ส่วนลดที่จะได้รับเงื่อนไขและระยะเวลาตัวอย่าง (หากมีเงินต้น 10,000 บาท)แบบที่ 1 : "จ่าย ปิด จบ"ลดเงินต้นทันที 50%ชำระเสร็จสิ้นภายใน 31 ธ.ค. 2569จ่ายเพียง 5,000 บาท ปิดบัญชีทันทีแบบที่ 2...
หลายคนกำลังเผชิญกับ “หนี้ NPL” ทั้งจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่รุมเร้าจนหาทางออกไม่เจอ ดอกเบี้ยที่พุ่งสูงกับการถูกทวงถามรายวัน กลายเป็นกับดักฝันร้ายไม่รู้จบ แต่รู้หรือไม่? บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กางปีกปกป้องและยื่นมือเข้ามาเป็น "เพื่อนคู่คิด" ผ่านโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ที่เปรียบเสมือนโรงพยาบาลใหญ่ช่วยผ่าตัดหนี้เน่า ให้กลับมาเป็นหนี้ดีได้อีกครั้ง โครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาหนี้เสีย (NPL) ในกลุ่มบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน โดยมีหน่วยงานหลักคือ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เป็นผู้ดำเนินการภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย วัตถุประสงค์ของโครงการคือการรวบรวมหนี้เสียจากเจ้าหนี้หลายราย (ธนาคารและ Non-bank ที่เข้าร่วมโครงการ) มาไว้ที่เดียว เปลี่ยนจากดอกเบี้ยที่สูงและยอดผ่อนชำระที่จัดการยาก ให้เป็นการผ่อนชำระตามความสามารถจริง ในอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรน ช่วยให้ลูกหนี้ไม่ต้องหนีหนี้ และสามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินปกติได้ในอนาคต ผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้...
รายงานล่าสุดจาก Allianz Research ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาพลิกโฉมโครงสร้างการค้าโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ของห่วงโซ่อุปทานด้าน AI ขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีบทบาทโดดเด่นในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค รายงานชี้ว่า มูลค่าการค้าสินค้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลก เติบโตขึ้นกว่า 280% ในช่วงปี 2014–2025 แตะระดับ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 15% ของมูลค่าการค้าโลกทั้งหมด ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการค้าสินค้าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงบทบาทของ AI ที่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ไทยก้าวขึ้นเป็น “ดาวรุ่ง” ในห่วงโซ่อุปทาน AI โลก ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของการส่งออกสินค้า AI สูงถึง 49% ในปี 2025 นับเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ร่วมกับมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ฐานการผลิตใหม่” ของโลกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั้งนี้ กลุ่มประเทศดังกล่าวมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 11% ของมูลค่าการค้า AI ทั่วโลก และมีส่วนสร้างมูลค่าการค้าส่วนเพิ่มถึง 18%...
ในอดีต "การมีรถยนต์ส่วนตัว" อาจเป็นเครื่องหมายแสดงความสำเร็จและฐานะ แต่สำหรับปี 2569 นิยามของความมั่งคั่งได้เปลี่ยนไปสู่การมี "อิสระในการเข้าถึง" ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่น่าจับตามองที่สุดในรอบทศวรรษ เมื่อ "การซื้อ" คือภาระ แต่ "การเช่า" คือไลฟ์สไตล์ กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials (อายุต่ำกว่า 45 ปี) เริ่มมองว่าการเป็นหนี้ผูกพัน 5-7 ปีเพื่อรถหนึ่งคันในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนคือความเสี่ยง โมเดล Monthly Subscription จึงกลายเป็น "ทางรอด" และ "ทางเลือก" ที่ชาญฉลาด เดือนนี้โสดขับ City Car เดือนหน้ามีโปรเจกต์ต่างจังหวัดเปลี่ยนเป็น SUV สัญญาระยะสั้นช่วยตอบโจทย์ความยืดหยุ่นได้ทันที EV Rental ทดลองก่อนลงสนามจริง ปี 2569 คือปีที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ครองเมืองอย่างแท้จริง แต่ด้วยความที่หลายคนยังกังวลเรื่องแบตเตอรี่หรือสถานีชาร์จ การ "เช่าเพื่อลองใช้" จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่...
ประเด็นเรื่องประเทศไทย "หลุดโผ" หรือไม่ติดอันดับในดัชนีโอกาสด้านการลงทุนโลก (Global Opportunity Index : GOI) ประจำปี 2569 ของ Milken Institute เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยข้อมูลล่าสุดจาก Milken Institute ระบุว่าในกลุ่มอาเซียน (ไม่รวมสิงคโปร์) มีเพียง 5 ประเทศที่ติดอันดับ ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ กัมพูชา ซึ่งสะท้อนว่าการประเมินรอบนี้ให้น้ำหนักกับปัจจัยบางอย่างที่ประเทศไทยอาจยังทำได้ไม่โดดเด่นเท่าเพื่อนบ้านในสายตาผู้จัดทำดัชนี โดยมีข้อสังเกตหลักคือ การเติบโตของเศรษฐกิจที่ล่าช้า : การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมายังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ (คาดการณ์ปี 2569 โตในระดับ 0.8-1.8%) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ASEAN-5 ที่เติบโตสูงกว่า ทำให้ในเชิงตัวเลขมหภาค ไทยถูกมองว่ามีศักยภาพการเติบโตไม่สูงเท่าประเทศอื่นๆ ความพร้อมของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ : ดัชนี GOI พิจารณาทั้งเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ, สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ, ประสิทธิภาพทางการเงิน, และธรรมาภิบาล ซึ่งไทยอาจเผชิญโจทย์ท้าทายในเรื่องการปรับตัวให้ทันกับโลกยุคใหม่...
แนวโน้มการอ่านหนังสือในปี 2026 เรากำลังเห็นปรากฏการณ์ "สวนทาง" แม้เทคโนโลยีล้ำหน้า  แต่คนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) กลับโหยหาความคลาสสิกในบางแง่มุม กลายเป็นปรากฏการณ์ "Digital Detox" ผ่านหนังสือเล่ม แม้จะเป็น Digital Natives แต่คนรุ่นใหม่ในปี 2026 เริ่มมีเทรนด์ "Analogue Lifestyle" มากขึ้น หนังสือเล่มกลายเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" จากหน้าจอและการไถฟีด เพื่อลดอาการเหนื่อยล้าทางสายตาและสมอง หนังสือกลายเป็นเครื่องประดับทางวัฒนธรรมที่สะท้อนตัวตน รสนิยม และไลฟ์สไตล์ผ่านการจัดชั้นหนังสือหรือการถือหนังสือในที่สาธารณะ คนรุ่นใหม่ไม่ได้อ่านน้อยลง แต่ "วิธีการอ่าน" เปลี่ยนไป ถึงจะชอบคลิปสั้น แต่เมื่อเข้าสู่โหมดการอ่าน พวกเขาโหยหาการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้ง เพื่อทำความเข้าใจประเด็นที่ซับซ้อน เช่น สุขภาพจิต, อัตลักษณ์, และความสัมพันธ์ สร้างพฤติกรรมการอ่านแบบ "รวดเดียวจบ" คล้ายกับการดูซีรีส์ โดยเฉพาะในกลุ่มนิยายวาย นิยายแฟนตาซี และ Light Novel ขณะที่การตัดสินใจเลือกอ่านหนังสือของคนรุ่นใหม่...
แนวโน้มการอ่านหนังสือในปี 2026 เรากำลังเห็นปรากฏการณ์ "สวนทาง" แม้เทคโนโลยีล้ำหน้า  แต่คนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) กลับโหยหาความคลาสสิกในบางแง่มุม กลายเป็นปรากฏการณ์ "Digital Detox" ผ่านหนังสือเล่ม แม้จะเป็น Digital Natives แต่คนรุ่นใหม่ในปี 2026 เริ่มมีเทรนด์ "Analogue Lifestyle" มากขึ้น หนังสือเล่มกลายเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" จากหน้าจอและการไถฟีด เพื่อลดอาการเหนื่อยล้าทางสายตาและสมอง หนังสือกลายเป็นเครื่องประดับทางวัฒนธรรมที่สะท้อนตัวตน รสนิยม และไลฟ์สไตล์ผ่านการจัดชั้นหนังสือหรือการถือหนังสือในที่สาธารณะ คนรุ่นใหม่ไม่ได้อ่านน้อยลง แต่ "วิธีการอ่าน" เปลี่ยนไป ถึงจะชอบคลิปสั้น แต่เมื่อเข้าสู่โหมดการอ่าน พวกเขาโหยหาการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้ง เพื่อทำความเข้าใจประเด็นที่ซับซ้อน เช่น สุขภาพจิต, อัตลักษณ์, และความสัมพันธ์ สร้างพฤติกรรมการอ่านแบบ "รวดเดียวจบ" คล้ายกับการดูซีรีส์ โดยเฉพาะในกลุ่มนิยายวาย นิยายแฟนตาซี และ Light Novel ขณะที่การตัดสินใจเลือกอ่านหนังสือของคนรุ่นใหม่...