“ …ก่อนหน้านี้ผมเขียนรายงานเรื่องผลิตน้ำมันจากอากาศ (Air to Fuel) และ ผลิตปุ๋ยจากอากาศ (Air to Fertilizer) ได้รับความสนใจอย่างมากจากหลายภาคส่วน วันนี้ขอนำเสนอเรื่องนวัตกรรมไบโอเทคใหม่ ในการผลิตอาหารและโปรตีนจากอากาศ (Air to Food) เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่พ้นจากห้องแล็ปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งเป็น1ใน policy focus คือ BioTech ของสถาบันเอฟเคไอไอ.…”
1.เมื่อ "อากาศและก๊าซเรือนกระจก" กลายเป็น "มื้ออาหารและชีวภัณฑ์มูลค่าสูง"
ภายในปี 2050 คาดการณ์ว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 9,700 ถึง 10,000 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการโปรตีนทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 70% ขณะที่ภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์แบบดั้งเดิม กำลังเผชิญกับขีดจำกัดทางนิเวศ โดยปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 26% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก และใช้พื้นที่ทำกินมากถึง 80% ของที่ดินทางการเกษตร แต่กลับให้พลังงานแก่ประชากรมนุษย์เพียง 18% เท่านั้น
เทคโนโลยี Air-to-Food จึงก้าวเข้ามาเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพยุคใหม่ โดยการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเสียจากภาคอุตสาหกรรม มาเปลี่ยนสภาพเป็นโปรตีน...
ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง จากการเดินหน้านโยบายพัฒนาประเทศตามกระแสความนิยม (Hype-Driven Policies) ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มงบประมาณ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และทรัพยากรวิกฤตของชาติ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้จะเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต แต่ในบริบทของประเทศไทย เราไม่มีเทคโนโลยีต้นน้ำเป็นของตนเอง ทำให้ต้องพึ่งพาชิป นวัตกรรม ซอฟต์แวร์ และสายการผลิตจากต่างประเทศเกือบร้อยละร้อย
ยิ่งไปกว่านั้น อุตสาหกรรมเหล่านี้ยังดึงเอาทรัพยากรพลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำอันมีค่าไปใช้อย่างมหาศาล โดยที่ตัวเลขมูลค่าการลงทุนจริงตกอยู่กับห่วงโซ่อุปทานและคนไทยเพียงน้อยนิด
รายงานพิเศษฉบับนี้ เสนอให้ภาครัฐ "กลัดกระดุมเม็ดแรก" ของยุทธศาสตร์ประเทศใหม่ โดยทบทวนและปรับลำดับความสำคัญของทิศทางการพัฒนาประเทศ มาสร้างความเข้มแข็งจากภายในบนฐานศักยภาพที่แท้จริง
เราสามารถเรียนรู้จากอุตสาหกรรมชิปและเซมิคอนดักเตอร์ของโลก ไม่ว่าจะเป็นโมเดลผลิตชิปแบบเฉพาะทาง (Pure-Play Foundry) ของ TSMC ในไต้หวัน หรือชิปหน่วยความจำ HBM ของเกาหลีใต้ เพื่อนำมาปรับใช้กับการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy) โดยยกระดับประเทศไทยจากผู้ส่งออกสินค้าเกษตรราคาถูก ไปสู่การผลิต "สารตั้งต้นมูลค่าสูง" ป้อนให้แก่ห่วงโซ่อุปทานของโลกในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมชีวภาพโลก
1. ถอดบทเรียนอุตสาหกรรมชิป-เซมิคอนดักเตอร์เกาหลี-ไต้หวัน
อุตสาหกรรมชิปและเซมิคอนดักเตอร์ของโลก ไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสมาร์ทโฟนแข่งกับยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา หากแต่เริ่มต้นจากการนำทรายหรือแร่ซิลิคอนมาถลุงและผ่านกระบวนการทำความบริสุทธิ์จนได้เป็นแผ่นเวเฟอร์ (Silicon Wafer) จากนั้นจึงส่งต่อให้โรงงานรับจ้างผลิตอย่าง...
ถ้าประเทศไทยเป็นบริษัทระดับโลก ประเทศนี้คงมีสินค้ามากเกินกว่าจะฝากไว้กับฝ่ายขายเพียงทีมเดียว เพราะเรามีทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรม สินค้าและบริการ ผู้ประกอบการ ฐานการผลิต เมืองศักยภาพที่กำลังเติบโต และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพเวทีระดับนานาชาติ
แต่ละสิ่งต่างก็มีลูกค้าคนละกลุ่ม และต้องใช้วิธีนำเสนอที่ต่างกัน อย่างนักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวจะมองหาประสบการณ์ ผู้ซื้อจากต่างประเทศมองหาสินค้าที่มีคุณภาพ นักลงทุนมองหาความเชื่อมั่นและโอกาสเติบโตระยะยาว ขณะที่ผู้จัดงานระดับโลกไม่ได้เลือกประเทศจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาทั้งความพร้อมของเมือง เครือข่ายอุตสาหกรรม การสนับสนุนจากภาครัฐ และคุณค่าที่งานจะสร้างได้หลังวันจัดงานสิ้นสุดลง
นี่คือเหตุผลที่ประเทศไทยไม่สามารถมี “ทีมขาย” เพียงทีมเดียว แล้วคาดหวังว่าจะขายทุกโอกาสให้กับทุกคนได้
หนึ่งประเทศ หลายโอกาสที่ต้องขาย
เมื่อพูดถึงการนำรายได้จากต่างประเทศเข้ามา คนจำนวนมากอาจนึกถึงการท่องเที่ยวก่อน เพราะเป็นภาพที่มองเห็นได้ทันที ทั้งผู้โดยสารในสนามบิน ห้องพักที่ถูกจอง ร้านอาหารที่มีลูกค้า และเมืองที่กลับมาคึกคัก แต่การท่องเที่ยวเป็นเพียงหนึ่งในหลายช่องทางที่เชื่อมประเทศไทยเข้ากับเศรษฐกิจโลก
ประเทศไทยยังต้องการผู้ซื้อสินค้าไทย นักลงทุนที่เข้ามาตั้งฐานธุรกิจ บริษัทเทคโนโลยีที่กำลังมองหาพื้นที่เติบโต ตลอดจนงานระดับนานาชาติที่สามารถพาผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลกมาพบกันในประเทศไทย
หากเปรียบประเทศไทยเป็นแบรนด์หนึ่ง การท่องเที่ยวต้องขายด้วยแรงบันดาลใจและประสบการณ์ สินค้าไทยต้องขายด้วยคุณภาพมาตรฐาน และความสามารถในการแข่งขัน ส่วนการลงทุนต้องขายด้วยนโยบาย สิทธิประโยชน์ โครงสร้างพื้นฐาน และความเชื่อมั่นในอนาคต ขณะที่การจัดงานไมซ์ต้องขายด้วยความพร้อมด้านมาตรฐานและความเป็นมืออาชีพของระบบนิเวศไมซ์ไทย เพื่อปักหมุดให้ประเทศไทยถูกนึกถึงเป็นอันดับแรก (Top of...
ในอดีตประเทศไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคการผลิตและแรงงาน แต่ในวันนี้โจทย์ของประเทศได้เปลี่ยนไป การก้าวข้าม “กับดักประเทศรายได้ปานกลาง” ไม่อาจพึ่งพารูปแบบการเติบโตแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยเครื่องยนต์ใหม่ นั่นคือความสามารถในการสร้าง “นวัตกรรม” และเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และต้นทางขององค์ความรู้เหล่านั้นส่วนหนึ่งมาจากงานวิจัยในรั้วมหาวิทยาลัย
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัย มาต่อยอดและพัฒนาให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในเชิงสังคมและพาณิชย์ โดยสามารถสร้างมูลค่างานวิจัยตามสัญญาสะสมเป็นมูลค่ามากกว่า 4,300 ล้านบาท นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างรายได้มากกว่า 250 ล้านบาท ไปจนถึงการสนับสนุนจัดตั้ง Startups คุณภาพมาแล้วถึง 91 ราย
ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล เราชวนย้อนมองเส้นทางดังกล่าวผ่านมุมมองผู้บริหารทั้ง 4 ยุค ผู้ร่วมวางรากฐาน สร้างระบบ เชื่อมโยงเครือข่าย และต่อยอดนวัตกรรมไทยสู่อนาคต
Chapter 1: ยุคแห่งการวางรากฐาน จุดเริ่มต้นของ INT ในวันนี้ มีรากฐานมาจาก สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เดิมใช้ชื่อว่า Innotech ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2559 เพื่อวางระบบการบริหารจัดการนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหิดลอย่างเป็นรูปธรรม...
เมื่อแรงลมต้านทางการค้าโลกลูกใหม่พัดกระหน่ำจากการที่สหรัฐฯ ประกาศจัดเก็บภาษีตอบโต้ 12.5% กับหลายประเทศรวมถึงไทย แม้จะเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ แต่ความพยายามของทีมพาณิชย์ไทยไม่ไร้ผล เมื่อสามารถเจรจาคุ้มกันสินค้าแชมเปี้ยนและสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมหลักได้ถึง 2,120 รายการ คิดเป็นมูลค่าเกินครึ่งของการส่งออกไปสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มสินค้าที่ยังคงได้รับผลกระทบ นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ได้นำเสนอบทความพิเศษเพื่อชี้แนวทาง "พลิกวิกฤตเป็นโอกาส" เร่งยกระดับมาตรฐานแรงงาน พร้อมกางเข็มทิศยุทธศาสตร์ "3 วงแหวน 5 ประตู" และการรุกตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน เพื่อเป็นหลักประกันความอยู่รอดและสร้างศักยภาพใหม่ให้กับการส่งออกไทยอย่างยั่งยืน
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII Institute) อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำเสนอบทความพิเศษกรณีผลกระทบจากการที่สหรัฐประกาศเก็บภาษีตอบโต้ประเทศไทย12.5% พร้อมเสนอแนวทางพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการสร้างศักยภาพใหม่การส่งออกของไทยด้วยยุทธศาสตร์ “3 วงแหวน 5 ประตู” และการค้าข้ามพรมแดนเป็นกลยุทธ์สำคัญ
ความพยายามที่ไม่ไร้ผล โอกาสกลางวิกฤต
จากการที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศคำตัดสินชั้นที่สุด บังคับใช้ภาษีตอบโต้กรณีไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ โดยจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากอัตรา MFN อีก 12.5% กับประเทศไทยและอีก 37 ประเทศ เช่น...
หลายคนรู้ว่า “โรคอ้วน” เป็นโรคอันตรายที่กระทบทั้งระบบเผาผลาญ ฮอร์โมน หัวใจและหลอดเลือด จนนำไปสู่โรคอื่น เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และไขมันพอกตับ แต่ยังมีอีกหนึ่งโรคที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน และอันตรายต่อชีวิตไม่แพ้กัน นั่นคือ "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ" หรือ ( Obstructive Sleep Apnea: OSA ) ที่ทำให้การนอนไม่มีคุณภาพและค่อย ๆ ทำร้ายร่างกายอย่างช้า ๆ ซึ่ง นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รพ.วิมุต พหลโยธิน เผยว่าหากเราไม่สังเกตตนเองและรีบรักษาภาวะดังกล่าว โรคนี้อาจนำไปสู่อาการรุนแรงที่กระทบชีวิตได้
ไขมันสะสมจาก “โรคอ้วน” ตัวการของ "การหยุดหายใจขณะหลับ”
นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อธิบายว่า "คนที่เป็นโรคอ้วนไม่ได้มีไขมันสะสมแค่ตรงหน้าท้อง แต่มีที่รอบคอ ลิ้น และผนังคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง พอเราหลับ กล้ามเนื้อคอจะคลายตัว เนื้อเยื่ออาจหย่อนลงมาขวางทางเดินหายใจ อากาศที่ผ่านช่องแคบ...
สสส. จับมือ มสส.เชิญทุกฝ่ายร่วมตีแผ่ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า พบช่องว่างและจุดอ่อนเพียบทั้งทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย การขายออนไลน์ บอร์ด สสส.ชี้กฎหมายให้อำนาจทำลายได้หากไม่มีเจ้าของป้องกันกลับมาวนขายใหม่ ด้านสคบ.หนุนฟ้องแพ่งและอาญาแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมเสนอให้สาธารณสุขเป็นเจ้าภาพแก้บุหรี่ไฟฟ้า นักกฎหมายชี้ควรควบคุมโฆษณา ภาคี สสส. เสนอศุลกากรออกประกาศทำลายของกลางบุหรี่ไฟฟ้าก่อนคดีสิ้นสุด ด้านสื่อมวลชนเสนอเปลี่ยนชื่อเป็นบุหรี่มรณะ
เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องบงกชรัตน์ เอ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพฯ มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมโฟกัส กรุ๊ป ในหัวข้อ“ชำแหละปัญหาข้อกฎหมาย การปราบปราม-ทำลายบุหรี่ไฟฟ้า” โดยมี นายจิระ ห้องสำเริง เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (บอร์ด สสส.) และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 กล่าวเปิดการประชุมว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายเป็นสินค้าต้องห้ามสำหรับประเทศไทยทั้งการนำเข้า ผลิต จำหน่าย ครอบครองและการสูบ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560...
“สกุชชี่” ของเล่นที่เคยสร้างปรากฏการณ์ความนิยมอย่างล้นหลามเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน วันนี้กลับมาครองฟีดโซเชียลอีกครั้ง แต่รอบนี้ไม่ได้เป็นแค่กระแสของเล่นเด็ก เพราะหลายคนที่โตมากับสกุชชี่ยุคแรกกำลังกลับมาตามหา “สกุชชี่ปีลึก” รุ่นหายาก ไปจนถึงแชร์ความทรงจำร่วมกัน กระแส “สกุชชี่ 2026” จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมสู่สังคมไทยในหลายมิติ ทั้งด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสะท้อนสภาวะจิตใจของคนยุคนี้ และการยกระดับความตื่นตัวของผู้บริโภคไทยด้านมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า
บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลบนโลกออนไลน์ผ่านเครื่องมือ dxt:360 (Social Listening) ระหว่างวันที่ 1–30 มิถุนายน 2569 เพื่อติดตามกระแสความสนใจเกี่ยวกับ “สกุชชี่” ที่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในปี 2569
“แลนด์มาร์ก” ยอดฮิตของนักล่าสกุชชี่ กระจายรายได้สู่สังคม
การกลับมาของสกุชชี่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้ารายย่อย จากการสำรวจแหล่งซื้อขายที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์ (by Mentions) สะท้อนให้เห็นถึงแผนที่การกระจายรายได้ที่น่าสนใจดังนี้
อันดับ 1 ตลาดนัดและร้านค้าท้องถิ่น (32.6%): แหล่งกระจายสินค้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ตลาดนัดใกล้บ้านและร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวสูง โดยสามารถนำสินค้าที่อยู่ในกระแสมาวางขายบนแผงได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เม็ดเงินจากเทรนด์นี้วิ่งตรงสู่พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กเป็นกลุ่มแรกสุด
อันดับ 2 ตลาดค้าส่งและย่านการค้าเก่า (28.3%):...
ในยุคที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" หนึ่งในประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงบนโต๊ะนโยบายเศรษฐกิจและการคลังอยู่บ่อยครั้ง คงหนีไม่พ้นเรื่อง "งบประมาณรายจ่ายประจำของข้าราชการเกษียณ"
คำถามสำคัญคือท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการ "ลดเงินบำนาญ" หรือ "บีบสิทธิการรักษาพยาบาล" ความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้คืออะไร? และทำไมสองสิ่งนี้จึงเป็นเสมือน "ฝาแฝด" ที่แยกจากกันไม่ได้ในโครงสร้างรัฐสวัสดิการไทย..แนวคิดเรื่องนี้เป็นไปได้จริงหรือ?
สัญญาใจวัยเกษียณ "เงินเดือนน้อย แต่มั่นคง"
ในระบบราชการไทย ผลประโยชน์หลังเกษียณถูกออกแบบมาให้เกื้อหนุนกันผ่าน 2 ขาหลัก เพื่อชดเชยกับการที่ข้าราชการยอมรับอัตราเงินเดือนที่ต่ำกว่าภาคเอกชนในช่วงที่ยังทำงานอยู่ คือ
1.เงินบำนาญรายเดือน หลักประกันเพื่อการดำรงชีพ คอยจ่ายเลี้ยงดูทุกเดือนโดยคำนวณจากอายุราชการและเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
2.สวัสดิการรักษาพยาบาล (ระบบจ่ายตรง) โล่กำบังค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยที่ไม่เพียงดูแลตัวข้าราชการเอง แต่ยังครอบคลุมไปถึงคู่สมรส บุตร และบิดามารดาด้วย
เมื่อ "ลดบำนาญ" อาจทำให้ "งบสาธารณสุข" พังทลาย
หากในอนาคตภาครัฐเลือกที่จะปรับลดงบประมาณฝั่งบำนาญลง ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่เงินในกระเป๋าของข้าราชการ แต่จะลามเป็นโดมิโนไปยังระบบสุขภาพของประเทศทันทีด้วย 3 ปรากฏการณ์
ภาวะพึ่งพิงรัฐแบบ 100% เมื่อเงินบำนาญลดลง กำลังซื้อในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น การซื้ออาหารเสริม หรือการซื้อประกันสุขภาพเอกชนเพิ่มจะหายไป ข้าราชการเกษียณจะหลั่งไหลกลับมาพึ่งพาระบบสวัสดิการจ่ายตรงของรัฐแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งจะกลับมาเพิ่มภาระให้งบประมาณแผ่นดินอยู่ดี
แรงบีบให้ต้อง "ปฏิรูปรักษาพยาบาล" นักเศรษฐศาสตร์มองว่าบำนาญและค่ารักษาพยาบาลคือ "แพ็กเกจก้อนใหญ่ก้อนเดียวกัน" หากคลังถังแตกจนต้องลดบำนาญ ก็อาจนำไปสู่ข้อเสนอที่รุนแรงขึ้น...
สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย เปิดเวทีระดมสมอง “World Cup 2026 จาก Kick Off ถึง Knock Out : เว็บพนันยังอยู่-โต๊ะบอลไม่เคยหายไป เราควรทำอย่างไร?” ประกาศเดินหน้าเร่งพัฒนากฎหมาย-นโยบาย ควบคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล-สร้างภูมิคุ้มกันสังคม อุดช่องว่าง พนันออนไลน์คุกคามเด็ก-เยาวชน ด้านพนันโต๊ะบอลยังขยายตัว พบ 22% อยู่ใกล้สถานศึกษา 27% อยู่ในชุมชน 5% อยู่ใกล้สถานที่ราชการ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 2569 ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ และเครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน จัดเวทีระดมสมอง “World Cup 2026 จาก Kick...






































