วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม 2025

ปัจจุบันมีการนำหุ่นยนต์ และยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามาใช้งานในชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นในหลายด้านและหลายภาคส่วน ล่าสุด มีความพยายามในการนำเทคโนโลยีทั้ง 2 มาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรโดยเฉพาะเกษตรกรชาวนาเกลือ โดยนายนรวิศว์ หนังสือ นักศึกษาปริญญาโท สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม หรือ ฟีโบ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้คิดค้นและพัฒนา “หุ่นยนต์ปรับหน้าดินอัตโนมัติ 5G Zero Carbon สำหรับเกษตรกรชาวนาเกลือ” เพื่อช่วยชาวนาเกลือประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง สามารถปรับหน้าดินในนาเกลือให้เรียบและแน่นขึ้น และยังช่วยลดมลภาวะรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมี รศ. ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ดร.ปราการเกียรติ ยังคง และ ผศ. ดร.ถวิดา มณีวรรณ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผลงานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนในส่วนของตัวรถที่เอาไว้ใช้ในการดัดแปลงจากนายอาภรณ์ หนังสือ และได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) นายนรวิศว์ เจ้าของผลงานหุ่นยนต์ปรับหน้าดินอัตโนมัติ กล่าวว่า หุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นนี้ เป็นรถหุ่นยนต์ไร้คนขับ เพื่อตอบโจทย์นวัตกรรมการปรับหน้าดินนาเกลือของคุณพ่อ โดยได้ดัดแปลงมาจากรถปรับหน้าดินหรือรถกลิ้งนาเกลือเดิมที่เป็นเครื่องยนต์สันดาบภายในและใช้แรงงานคนในการขับ เบื้องต้นรถหุ่นยนต์คันนี้เป็นรถขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า โดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์มาเป็นมอเตอร์ที่ใช้พลังงงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ โดยกระบวนการทำงานของรถหุ่นยนต์ตัวนี้จะแบ่งได้เป็น 2...
95% ของความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงในคดีอาญาทั้งหมด คือ “การปลอมแปลงเอกสาร” *    โดยการตรวจโดยการเปรียบเทียบชนิดของหมึกและชนิดของเอกสาร  ที่เป็น 1 ใน 10 วิธีการตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงเอกสาร**  จะใช้ผู้ตรวจพิสูจน์จะอาศัยประสบการณ์และความชำนาญในตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงประเภทต่างๆ ด้วยตาเปล่าผ่านกล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอ (stereo microscope) หรือใช้เครื่องตรวจเอกสาร VSC (video spectral comparator หรือ VSC)  ที่อาศัยหลักการดูดกลืนแสงและการเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์ที่แตกต่างกันขององค์ประกอบในหมึกปากกาแต่ละชนิดในการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบชนิดของหมึกว่ามาจากปากกาชนิดเดียวกันหรือไม่  ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าจากปากกาคนละชนิดกันเฉพาะกรณีที่ “มีการเรืองแสงต่างกัน” เท่านั้น อีกหนึ่งเทคนิคที่นักนิติวิทยาศาสตร์นำมาใช้ในการแก้ปัญหา หากหมึกปากกาในบริเวณต้องสงสัยเรืองแสงเหมือนกัน หรือไม่เรืองแสงเหมือนกัน คือ เทคนิครามานสเปกโทรสโกปี (Raman Spectroscopy – RS) ที่เป็นการวิเคราะห์หาปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและสนามไฟฟ้าแม่เหล็ก โดยใช้การเปรียบเทียบค่าพลังงานส่วนที่เหลือจากการดูดกลืนของพันธะทางเคมีในหมึกปากกาที่จะกระเจิงออกมาเป็นค่าเฉพาะตัวตามลักษณะการสั่นหรือบิดงอของพันธะนั้นๆ  ที่นำมาวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีหมึกปากกา ที่จะช่วยยืนยันถึงจุดที่มีการปลอมแปลง (หรือเพิ่มเติม) ด้วยหมึกปากกา และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการช่วยพิสูจน์ “มีการปลอมแปลงเอกสาร” ได้ ข้อดีของวิธีการนี้คือ สามารถตรวจได้โดยไม่ทำลายวัตถุพยาน รวมถึงใช้ตรวจได้ทั้งสารประกอบในกลุ่มอินทรีย์และสารอนินทรีย์ รวมถึงเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในระดับสูง ขณะที่วิธีการอื่น ๆ...
ในสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายเช่นปัจจุบัน ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถึงแม้จะมีร่างกายบางส่วนบกพร่องและมักถูกทอดทิ้ง แต่ก็ยังพยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วย "ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์"                 ในสภาวการณ์ที่ทุกคนต้องอยู่กับตัวเอง และช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเช่นวิกฤติ COVID-19 ที่มาพร้อมกับปัญหาขยะล้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรืออาหารบริการส่งถึงที่ (Delivery) ทำให้มีปริมาณขยะจากหีบห่อภาชนะเพิ่มมากขึ้นเท่าทวีคูณ แม้จะมีการรณรงค์จัดการขยะกันโดยจัดให้มีถังรองรับต่างสี แต่ไม่มีใครเลยที่จะนึกถึงผู้พิการทางการมองเห็น ที่ถึงแม้จะเป็นส่วนน้อย แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่แตกต่างหลากหลาย และมีความต้องการที่จะใช้ชีวิตอย่างปกติเฉกเช่นคนทั่วไป                รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทราพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และอาจารย์ผู้สอนหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะผู้นำทีมวิจัยสร้างสรรค์นวัตกรรม "ถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็น" จากความต้องการของผู้ใช้จริงครั้งแรกว่า เป็นนวัตกรรมที่ริเริ่มขึ้นโดยตั้งโจทย์จากข้อจำกัดในการแยกขยะของผู้พิการทางการมองเห็น ซึ่งไม่อาจแยกขยะตามสีของถังขยะได้เหมือนคนทั่วไป อีกทั้งไม่อาจแยกได้เพียงจากการสัมผัสป้ายอักษรเบรลล์ เนื่องจากจะเป็นการสัมผัสเชื้อโรคที่มากับขยะด้วย จึงได้ร่วมกับ อาจารย์ ดร.อิศวรา ศิริรุ่งเรือง อาจารย์ประจำภาควิชาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้พิการทางการมองเห็น ออกแบบและพัฒนาถังขยะขึ้นใหม่ ให้มีเซนเซอร์คอยส่งเสียงให้แยกและทิ้งขยะได้อย่างถูกต้อง                กลุ่มเป้าหมายเริ่มต้นที่นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา เนื่องจากต้องการปลูกฝังจิตสำนึกของคนไทยให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนเรื่องการแยกขยะให้กับนักเรียนและขยายผลสู่การสร้างรายได้จากแปรรูปขยะต่อไปได้อีกด้วย                 นอกจากนี้ เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับ COVID-19 ก้าวต่อไปทีมวิจัยเตรียมจะพัฒนาถังขยะพูดได้รองรับหน้ากากอนามัยและขยะติดเชื้อสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น และจะขยายผลการพัฒนานวัตกรรมถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็นดังกล่าวออกไปในวงกว้าง ทั้งในภาครัฐ และเอกชนรวมถึงในระดับนโยบายต่อไปอีกด้วย                จุดเด่นของนวัตกรรมอยู่ที่การเลือกใช้วัสดุที่มีราคาไม่แพงง่ายต่อการดูแลรักษา และทำขึ้นจากพลาสติกที่มีความทนทาน แข็งแรง และปลอดภัยจากเหตุไฟรั่ว แม้ใช้พลังงานจากไฟฟ้า และง่ายต่อการดูแลรักษา โดยเตรียมมอบถังขยะพูดได้ พร้อมอบรมการใช้สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอด 14 แห่งทั่วประเทศ ให้สามารถนำไปดูแลด้วยตัวเอง ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนคนตาบอดได้ต่อไป ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานอันเป็น "ปัญญาของแผ่นดิน" ดำเนินการยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) ที่มหาวิทยาลัยมหิดลภาคภูมิใจ                อาจารย์ ดร.อิศวรา ศิริรุ่งเรือง อาจารย์ประจำภาควิชาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้พิการทางการมองเห็น ที่ร่วมพัฒนานวัตกรรมถังขยะพูดได้ฯ กล่าวเสริมว่า แม้ผู้พิการจะมีความแตกต่างด้วยข้อจำกัดทางสภาพร่างกาย แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกับสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายนี้ได้ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน จากการเรียนรู้ที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ที่จะจัดการกับขยะด้วยความรับผิดชอบ หวังว่านวัตกรรมถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็นที่ได้ร่วมพัฒนานี้จะเป็นความหวังใหม่ของสังคมแห่งความแตกต่างหลากหลายที่ออกแบบด้วย Inclusive Design โดยไม่ทิ้งผู้พิการไว้ข้างหลัง
LEO สุดล้ำ สร้างคอนเทนต์ไวรัลในโซเชียลมีเดีย   ล่าสุดไม่ตกเทรนด์ด้วยการเปิดตัวป้ายโฆษณา ปล่อย “เสือดาว” ออกมาโลดแล่นจากป่ากระโดดทะลุตึก” บนจอดิจิทัล 3 จอเรียงกัน ในรูปแบบ 3Dด้วยเทคโนโลยี 3D Illusion ทะลุจอสมจริงระดับ Hyper-realistic สัมผัสความสมจริงได้วันนี้ ที่ลานพาร์คพารากอน เปิดตัวกระหึ่ม ทันกระแส ไม่ยอมตกเทรนด์ใดๆ สำหรับ LEO ล่าสุด ปล่อย “เสือดาว” ออกมาโลดแล่นจากป่ากระโดดทะลุตึก” กับป้ายโฆษณาเทคนิค 3D Illusion บนจอ LED  3 จอเรียงกัน ณ พาร์คพารากอน  เรียกได้ว่าสมจริง กับเสือ LEO ที่พร้อมส่งเสียงคำรามทักทายผู้คนที่ผ่านไปมา  สร้างสีสัน ตื่นตาตื่นใจ เปิดประสบการณ์ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความเสมือนจริง  ให้หลายคนได้ถ่ายรูปและแชร์ลงโซเชียลมีเดีย กลายเป็นคอนเทนต์ไวรัลอยู่ในขณะนี้ เรียกได้ว่า เป็นอีกกิจกรรมและกลยุทธ์การตลาดที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำ LEO ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย สร้างกระแสให้กับผู้บริโภค จนเกิดสีสันและความประทับใจ...
กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  มุ่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ BCG  ประสบผลสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร นำมาวิจัยพัฒนาเป็นกระถางเพาะชำที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อทดแทนและลดการใช้ถุงเพาะชำที่ทำจากพลาสติก ระบุผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรง ทนทาน มีความยืดหยุ่น ทำให้รากพืชสามารถชอนไชออกจากก้นกระถาง/ด้านข้างของกระถางได้ มีความสามารถในการอุ้มน้ำ ระบายความร้อนได้ดี ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ  วว.  กล่าวว่า  นโยบายเศรษฐกิจ BCG เป็นธงการดำเนินงานของ วว. เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้สำเร็จ สามารถตอบโจทย์ แก้ปัญหา ของประเทศด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม “กระถางเพาะชำย่อยสลายได้” เป็นหนึ่งในผลงานที่เป็นรูปธรรม ซึ่ง วว.  โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ ประสบผลสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร  ได้แก่  ใยมะพร้าว   แกลบ  เปลือกข้าวโพด  ฟางข้าว  หญ้าเนเปีย ...
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยกระดับบทบาทเภสัชกรตอบรับ‘การแพทย์แม่นยำ’ พร้อมพัฒนาเภสัชกรไทยยุคดิสรัพชั่นล่าสุดทีมนักศึกษาคิดค้นนวัตกรรม และแผนการตลาดเอลด้าแบนด์ (ELDARBAND) นาฬิกาอัจฉริยะช่วยป้องกันและตรวจจับก่อนการล้มในผู้สูงอายุ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศจาก ‘การประกวดแผนการตลาดของสมาคมเภสัชกรการตลาด (MPAT) โปรเจ็ค Start-up Pharma’ จัดโดย ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) และสมาคมเภสัชกรการตลาด (ประเทศไทย) รศ.ดร.เภสัชกร อรัมษ์ เจษฎาญานเมธา คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก้าวไกลไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเภสัชกรรมและสุขภาพยุคดิสรัพชั่น  มุ่งใช้ศักยภาพและยกระดับบทบาทเภสัชกรให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วย สาธารณสุขและเศรษฐกิจของไทยมากยิ่งขึ้น เภสัชกรเป็นหนึ่งในสหวิชาชีพที่ทำงานด้านยาซึ่งมีผลกระทบสำคัญยิ่งในการบำบัดรักษาผู้ป่วย เคียงข้างแพทย์ พยาบาล โภชนากร และที่สำคัญคือเราส่งเสริมการใช้องค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมผนวกเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านยาและเฮลท์เทคหรืออุปกรณ์การแพทย์ของไทย  การริเริ่มแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมและแผนการตลาด เอลด้าแบนด์ (ELDARBAND)  นาฬิกาอัจฉริยะ เตือนผู้สูงวัยก่อนล้ม ทีมงานประกอบด้วย 4 นักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แก่ นส.ยงธิดา แสวงสุข น.ส.ณัฐกฤตา ครองแถว นายสรัช ธีระสุต และนายธนกฤต โสเจยยะ...
ในงานประกาศผล “โครงการออกแบบนวัตกรรมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” รอบชิงชนะเลิศ จัดโดย โคเวสโตร ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทีมนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คว้ามาได้ทั้ง 3 รางวัลหลัก นายพิชิต พงษ์ประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจใหม่-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่าจากแนวคิดของโจทย์การประกวด Innovation Design Contest  ปีนี้คือการออกแบบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way) สอดคล้องกับ กฟผ. ที่กำหนดให้มีการจัดสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ภายในปี 2565 “แม้ว่า สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผลงานของทีมนักศึกษา มจธ. ทั้ง 3 ทีม สามารถตอบโจทย์ที่เรากำหนดได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านการออกแบบที่เน้นการใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านพลังงานหมุนเวียน เช่น ผู้ชนะเลิศมีจุดเด่นด้านการออกแบบอาคาร mini station ที่น่าสนใจ...
กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (อว.)   โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  ตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีประเทศด้านอุตสาหกรรมแปรรูป ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนัล (Functional food products) ชนิดใหม่ในรูปของผงชาฟรีซดรายสำหรับชงน้ำเย็นดื่มและผลิตภัณฑ์ชนิดผงพร้อมบริโภค ภายใต้ชื่อ “โพรเฮิร์บ (ProHerb)”  ที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งนี้องค์ประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์คือ สารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่จากธรรมชาติ 2 ชนิด ได้แก่ จุลินทรีย์โพรไบโอติก (probiotic) และสารสกัดพืชสมุนไพร (herbal extract) มีประสิทธิภาพช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases, NCDs)  โดยเฉพาะควบคุมภาวะโรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูงจากภาวะไขมันในเลือด ซึ่งทั้งสองโรคมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ปัจจุบันอัตราการเป็นโรคเบาหวานของคนไทยและโดยเฉพาะผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขขณะนี้ระบุว่า มีประชากรไทยเป็นโรคเบาหวานมากกว่า 5.5 ล้านคน โดยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสนคนต่อปี และเสียชีวิต 200 รายต่อวัน และจำนวนผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูงราว 30 ล้านคน ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ...
เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการจัดการแข่งขัน “โครงการศึกชิงก้างปลา” เพื่อค้นหาสุดยอดเมนูอาหารที่ทำจากก้างปลา โดยที่นักศึกษาผู้เข้าแข่งขันสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้รูปแบบต่างๆ เพื่อประชันไอเดียสร้างสรรค์เมนูอาหารจากก้างปลา ซึ่งเป็นการแข่งขันในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ป้องกันไวรัสโคโรน่า 2019 และปฎิบัติตามมาตรการป้องกันจากภาครัฐ             นางสาวจิดาภา นันทกุล คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมแมวบิสกิตก้างปลาคลุกผง เจ้าของรางวัลชนะเลิศ เล่าว่า “ผลิตภัณฑ์ขนมแมวบิสกิตก้างปลาคลุกผง มีผงให้เลือกได้หลากหลาย เริ่มจากการที่เรานำผงปลาก้างมาสผมกับส่วนสผมบิสกิตเพื่อเป็นขนมแมว กลิ่นก้างปลาจะหอมดึงดูดน้องแมวและเพิ่มเติมด้วยการคลุกผงลงไป  จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม คือ มีผงให้เลือกคลุกได้ตามความต้องการ เช่น ผงกระดูกปลาฉลาม ที่มีสรรพคุณช่วยสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องการเสื่อมสภาพของกระดูก หรือ ผงจระเข้ป่น ที่สามารถช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจได้อย่างดี สามารถดึงดูดความสนใจลูกค้าให้สนใจ อีกทั้งยังรับฟังสรรพคุณของผงแต่ละชนิด สามารถสร้างความแปลกใหม่ที่หลายๆคนไม่คุ้นมาก่อน ซึ่งตอนแรกทางทีมตั้งเป้าและช่วยกันคิดคอนเซ็ปการขายของให้น่าสนใจด้วยความมั่นใจว่าลูกค้าจะต้องได้ของที่พึ่งพอใจจากทีมเราแน่นอน”               “ได้นำความรู้ในวิชาที่เรียนมาปรับใช้เริ่มจากการใช้ Pain Point ที่อาจารย์เคยสอนไว้ก่อน เพื่อที่จะหาคำตอบว่าลูกค้าต้องการหาอะไร มาขจัดความกลัวของลูกค้าได้ดีที่สุด และหลังจากนั้นก็เริ่มหาผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์อาหารแมวมีจำนวนเท่าไหร่ เป็นลูกค้ากลุ่มไหน มีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคเพื่อดูจุดแข็งจุดอ่อนของร้านค้าคู่แข่งอีกด้วย...
กว่า 3 ทศวรรษแล้วที่ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C virus) ได้รับการค้นพบโดย 3 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกให้ความสนใจโรคติดเชื้อดังกล่าวอย่างแพร่หลายในฐานะโรคซึ่งเป็นมหันตภัยเงียบคร่าชีวิตมนุษย์อย่างไม่รู้ตัวจนกว่าจะแสดงอาการในระยะท้าย กับตัวเลขผู้ป่วยทั่วโลกที่สูงถึง 70 ล้านรายต่อปี และผู้เสียชีวิตถึง 4 แสนรายต่อปี โดยที่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใช้รักษาแต่อย่างใด             ดร.กิตติรัฐ กลับอำไพ ผู้ช่วยนักวิจัยระดับปริญญาเอก ประจำศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านโปรตีนรักษาและพันธุวิศวกรรมแอนติบอดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีความพยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อหาหนทางสู่การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่ยังศึกษาในระดับปริญญาเอก ซึ่งมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ปรมาจารย์ด้านโรคติดเชื้อและภูมิคุ้มกันเมืองไทย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา จนสามารถค้นพบวิธีการผลิต "แอนติบอดีจิ๋ว" และ "แอนติบอดีสายเดี่ยว" ซึ่งสามารถไขปริศนาสู่หนทางยับยั้งไวรัสชนิดดังกล่าวได้จนเกือบเห็นผล 100%             การศึกษาวิจัยเริ่มขึ้นในห้องปฏิบัติการ จากที่ผู้วิจัยได้ค้นพบว่า การใช้แอนติบอดี หรือเซลล์ภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งได้จากโปรตีนของมนุษย์ เป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการใช้ยาซึ่งเป็นสารเคมี และหากใช้แอนติบอดีขนาดใหญ่ แทนที่จะช่วยในการรักษา แต่กลับจะไปคอยกระตุ้นให้ร่างกายติดเชื้อมากขึ้นผู้วิจัยจึงได้ตัดเอาบางส่วนของแอนติบอดีที่จะสามารถไปจับกับโปรตีนเป้าหมายเพื่อมุ่งผลในการรักษา ซึ่งเป็นที่มาของการใช้ "แอนติบอดีจิ๋ว" และ "แอนติบอดีสายเดี่ยว" เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็นผลงานวิทยานิพนธ์ที่เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสามารถคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) : รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์             ผู้วิจัยได้วางแผนการทำวิจัยว่าจะแล้วเสร็จสามารถผลักดันสู่กระบวนการผลิตภายใน 5 - 10 ปี ปัจจุบันทดลองแล้วได้เห็นผลใกล้บรรลุเป้าหมาย โดยสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้ถึงร้อยละ 80 และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งอยู่ในฐานข้อมูล Scopus ที่ได้รับการอ้างอิง (citation) อย่างต่อเนื่องแล้วจำนวน 2 เรื่อง             อย่างไรก็ดี ถึงแม้ในที่สุดโลกจะสามารถค้นพบวัคซีนที่จะสามารถใช้รักษาเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้หรือไม่นั้น ผู้วิจัยได้ชี้ให้เห็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า คือ การตระหนักถึงปัจจัยซึ่งจะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไร้การป้องกัน ซึ่งมักพบว่านอกจากอาจติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV อีกด้วย              และด้วยไวรัสตับอักเสบซีเป็นโรคที่จะไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต โดยเชื้อจะเข้าไปทำลายตับ จนกระทั่งเกิดอาการตับอักเสบ แล้วจบลงด้วยการป่วยเป็นโรคมะเร็งตับได้ในที่สุด จึงควรไม่ประมาท หมั่นเข้ารับการตรวจเลือดประจำปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม  นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล