วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม 2025

"กล้วยไม้" ได้รับการยกย่องในฐานะ "ดอกไม้ประจำวันครู" จากคุณลักษณะที่คล้ายกับความเป็นครูที่ต้องใช้เวลาเฝ้าอบรมเคี่ยวเข็ญลูกศิษย์อยู่นาน กว่าจะได้เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ หากต้องการให้ได้ดอกที่งดงาม จะต้องมีการศึกษาเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจมาก่อนเป็นอย่างดี              เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยส่งออกกล้วยไม้เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกล้วยไม้มีมากมายหลายสายพันธุ์และแต่ละสายพันธุ์มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถย่อข้อมูลกล้วยไม้ที่มีมากมายมหาศาลมาอยู่ที่เพียงปลายนิ้ว             จากความหลงใหลในความงาม และความมากด้วยคุณค่าทางเศรษฐกิจของกล้วยไม้ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสู่การสร้างสรรค์ผลงานแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ซึ่งได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลประกาศเกียรติคุณ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ประจำปีงบประมาณ 2564 จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผลงานโดย อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ แสวงผล อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล             อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ ได้อธิบายถึงแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ว่า พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยในการระบุสายพันธุ์และเชื่อมโยงข้อมูลกล้วยไม้แบบอัตโนมัติโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก ด้วยโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่ออกแบบขึ้นนี้สามารถทำให้การสืบค้นข้อมูลกล้วยไม้เป็นเรื่องง่าย สะดวกรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ เพียงใช้รูปถ่ายกล้วยไม้โหลดเข้าโปรแกรม "ออคิเดเตอร์" ก็จะสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นกล้วยไม้สายพันธุ์ใด จำแนกได้ตามสี รูปแบบดอก และลวดลายบนดอก ซึ่งมีความแม่นยำโดยเฉลี่ยถึงร้อยละ 95              ในเบื้องต้น "ออคิเดเตอร์" สามารถระบุสายพันธุ์กล้วยไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมได้ถึง 14 ชนิด และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อให้โปรแกรมมีความแม่นยำ และมีศักยภาพในการระบุจำนวนสายพันธุ์กล้วยไม้ไทยที่ครอบคลุมให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดได้ทางมือถือ และคอมพิวเตอร์ต่อไป              อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ เป็นศิษย์เก่าซึ่งสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีรุ่นแรกๆ จาก คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา จาก มหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย แม้จะไม่ได้เป็นนักพฤกษศาสตร์โดยสายเลือด แต่ด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักวิจัยที่ใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอจึงได้ทุ่มเทเวลาลงพื้นที่ตลาดกล้วยไม้ในจังหวัดนครปฐมพร้อมนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเก็บข้อมูลจากบรรดาผู้คร่ำหวอดในแวดวงกล้วยไม้ในชุมชน ซึ่งเป็นข้อมูลจากประสบการณ์ตรงที่อัพเดทอยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถคิดค้นออกมาเป็นแอปพลิเคชัน "ออคิเดเตอร์" ซึ่งหากเมื่อเปิดให้ใช้งานได้จริง ก็จะเหมือนมี "เซียนกล้วยไม้"  พร้อมให้คำปรึกษาได้ทุกที่ทุกเวลาอยู่ในมือ             นอกจากในการทำวิจัย อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ ได้สอนให้นักศึกษาเรียนรู้เทคนิคการเขียนโปรแกรม AI แล้วยังได้ฝึกให้นักศึกษารู้จักการคิดต่อยอดเรียนรู้เพิ่มเติม และยังได้มองไปถึงประโยชน์ในการประยุกต์ใช้โปรแกรม "ออคิเดเตอร์" ที่คิดค้นขึ้นนี้เพื่อการจำแนกพืชพันธุ์สมุนไพร และตรวจสอบพันธุ์พืชในป่า เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติได้ต่อไปอีกด้วย             "การวิจัยไม่ยากอย่างที่คิด หากเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจและสนุกไปกับหัวข้อนั้นๆ และยิ่งได้ผู้ร่วมวิจัย และผู้สนับสนุนที่มองไปในทิศทางเดียวกัน มีความสนใจในเรื่องเดียวกันแล้ว ก็จะยิ่งทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นงานวิจัยที่สังคมได้ประโยชน์ด้วยจึงจะเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและยั่งยืน" อาจารย์ ดร.วุฒิชาติ  กล่าวทิ้งท้าย             จึงไม่แปลกที่ผลงานชิ้นนี้จะคว้ารางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น วช. ปี '64
ฟรุตต้าไบโอเมด ผนึก UNFI ส่งพลาสติกกันกระแทกชีวภาพจาก Fruit Waste รายแรกของโลก กระจายสู่ตลาดค้าปลีกสหรัฐฯ 70,000 แห่ง             บริษัท ฟรุตต้า ไบโอเมด จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตไบโอโพลิเมอร์ต้นน้ำประเภท PHA จากของเหลือการผลิตพืชผักผลไม้รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์อเมริกา จับมือร่วมกับ United Natural Foods Inc. (UNFI) ผู้ค้าส่งอาหารรายใหญ่ในตลาดสหรัฐฯ กระจายผลิตภัณฑ์พลาสติกกันกระแทก (Bubble Wrap) ภายใต้แบรนด์ ‘FruitPlast’ ในจุดจำหน่ายกว่า 70,000 แห่ง หนุนมาตรการบังคับลดการใช้พลาสติกใหม่จากปิโตรเคมี ดันผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเติบโตในตลาดอเมริกา เร่งขยายกำลังการผลิตรองรับความต้องการ             นายรักชัย เร่งสมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งและผู้นำทีมวิศวกรรม บริษัท ฟรุตต้า ไบโอเมด จำกัด เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์พลาสติกกันกระแทก (Bubble Wrap) ภายใต้แบรนด์ ‘FruitPlast’...
“ทีเซลส์” ผนึกราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ฯ–กรมราชทัณฑ์ วิเคราะห์ผลของการระดมอาสาสมัครรังสีแพทย์ ควบคู่กับการใช้นวัตกรรม AI รุกตรวจผู้ต้องขังติดโควิด             ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) “ทีเซลส์” จับมือราชวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งประเทศไทย กรมราชทัณฑ์ และบริษัทเจเอฟ แอดวาน เมด จำกัด ได้นำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ “AI” ช่วยอ่านผลภาพรังสีทรวงอกของผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด19 ควบคู่กับอาสาสมัครรังสีแพทย์ เพื่อวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที  ภายใต้โครงการ “รังสีแพทย์จิตอาสา เพื่อแปลผลภาพรังสีทรวงอกในชุมชนขนาดใหญ่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 หรือ RadioVolunteer”             ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ  ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือ ทีเซลส์ (TCELS) กล่าวว่า สำหรับในประเทศไทยนั้น งานปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปหลายด้าน มีการตื่นตัว ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและนำมาใช้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ช่วยคัดกรองผู้ป่วยโรคปอดต่างๆ  ซึ่งที่ผ่านมาทางทีเซลส์ได้ร่วมมือ และให้การสนับสนุนพัฒนานวัตกรรมทางด้านการแพทย์  โดยเฉพาะ "AI"  ที่มีความสามารถช่วยอ่านและประมวลผลด้วยความรวดเร็ว และแม่นยำเข้ามาเป็นผู้ช่วยแพทย์...
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเสริมแกร่งสินค้า GI ไทย เชิญนักออกแบบมืออาชีพช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ จำนวน 10 สินค้า มั่นใจช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ดันขึ้นชั้นสินค้าพรีเมียม             นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เดินหน้ายกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยได้ดำเนินโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า GI ไทย เพื่อพัฒนาปรับปรุงรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น ทันสมัย สวยงาม เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้สินค้า GI โดยได้เชิญนักออกแบบมืออาชีพมีประสบการณ์และผลงานด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับแนวหน้าของประเทศ ร่วมกันสร้างสรรค์ ต่อยอด พัฒนาสินค้าชุมชนผ่านการบรรจุภัณฑ์อันทรงคุณค่าให้แก่สินค้า GI ไทย และได้คัดเลือกผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า GI จำนวน 10 รายการ เพื่อเข้าสู่การพลิกโฉมยกระดับบรรจุภัณฑ์ ​            สำหรับสินค้า GI ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ 1. กล้วยเล็บมือนางชุมพร (Chumphon Lady finger Banana) 2. กาแฟเมืองกระบี่...
NIA จับมือพันธมิตรสร้าง “เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย” รวมพลัง “พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย”             สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้าต่อยอดแพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทย ระดมความร่วมมือหน่วยงานชั้นนำของประเทศจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมธุรกิจ มาร่วมกันสร้าง เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ในการ พลิกฟื้นประเทศ...ด้วยนวัตกรรมไทย โดยร่วมกันเป็นผู้แทนในการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการรับรู้ ความตื่นตัว และความภาคภูมิใจในนวัตกรรมฝีมือคนไทย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความชำนาญระหว่างกัน ล่าสุดมีเครือข่าย 73 องค์กร ที่ตอบรับและพร้อมจะขับเคลื่อนนวัตกรรมประเทศไทยให้ก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการก้าวสู่อันดับ 1 ใน 30 ของประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมของโลก ภายในปี 2573 และนำประเทศไทยก้าวเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม             ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทยมีวิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง...
นอกจากการไอและจามแล้ว หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่า "น้ำลาย" ที่ผลิตจากต่อมน้ำลายของผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยโรค COVID-19 จะมีปริมาณของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มากมายมหาศาลเพียงใด             จากความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากสำหรับผู้ป่วยที่มีแผลในช่องปาก ที่ทำจากสารสกัดธรรมชาติข้าวไทย ซึ่งมากมายด้วยคุณประโยชน์ มหาวิทยาลัยมหิดลยังคงไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาต่อยอดสู่ผลงานนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาวะของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติ COVID-19 ด้วยน้ำยาบ้วนปากที่ได้รับการพัฒนาสูตรซึ่งสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ได้ทันทีหลังบ้วนปาก แม้ในเชื้อที่กลายพันธุ์ โดยได้ผ่านการทดสอบและรับรองผลการใช้จริงกับผู้ป่วยโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการยื่นจดอนุสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล             ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทันตแพทย์สุรกิจ วิสุทธิวัฒนากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยจากการให้บริการที่ปลอดเชื้อต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติ COVID-19 ซึ่งจะต้องมีการเตรียมช่องปากของผู้ป่วยด้วยการให้ผู้ป่วยได้บ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ก่อนเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมทุกครั้ง              ด้วยการปรับสูตรที่เหมาะสมของนวัตกรรมน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรคCOVID-19 ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ได้ร่วมกับ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล คิดค้นขึ้นนี้ พบว่าสามารถสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยจากการปลอดเชื้อให้กับผู้ป่วย โดยไม่เกิดผลข้างเคียงต่อเยื่อบุภายในช่องปาก และคาดว่าจะสามารถช่วยปรับระดับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัยให้กับประชาชนทั่วไปในวงกว้างได้             รองศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงศรัญญา ตันเจริญหัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อกนิษฐ์ จิตต์มิตรภาพ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยาและอิมมิวโนโลยีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ทีมนวัตกรผู้คิดค้นน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 แม้ในเชื้อที่กลายพันธุ์ ได้เผยถึงส่วนผสมสำคัญของผลงานนวัตกรรมเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 ดังกล่าวว่า ได้มีการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย ร่วมกับองค์ประกอบที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการในเซลล์เส้นใยเหงือกของมนุษย์ จนเห็นผลจริงในผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นวัตกรรมดังกล่าวสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ได้มากกว่า 99.9% ซึ่งหากสมมุติว่ามีปริมาณเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ประมาณ 1 แสนตัวหากใช้น้ำยาบ้วนปากที่คิดค้นขึ้นนี้ จะทำให้เหลือเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มีชีวิตอยู่เพียงประมาณ 41 ตัว เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดอื่น             จุดเด่นของน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่คิดค้นขึ้นนี้คือ ความสามารถในการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่กลายพันธุ์ได้ด้วย โดยจะไปทำลายไขมันที่หุ้มตัวเชื้อไวรัส ทำให้ขาดองค์ประกอบที่จะเพิ่มจำนวนต่อไปได้ นอกจากนี้ ยังไม่ทำให้เกิดการติดสีที่วัสดุตัวฟันของผู้ป่วย อีกทั้งยังสามารถจัดเก็บได้นานเกิน 1 ปีในอุณหภูมิห้อง ซึ่งพบว่ายังสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรคCOVID-19 ได้เช่นเดิม และที่สำคัญใช้เวลาในการบ้วนปากเพียงไม่ถึง 1 นาที โดยมีแผนจะนำไปใช้ตามโรงพยาบาลสนามต่างๆ ในช่วงวิกฤติ COVID-19 และในสถานที่ซึ่งยากจะหลีกเลี่ยงต่อการรักษาระยะห่าง เช่น ทัณฑสถาน และค่ายทหาร เป็นต้น ต่อไป             ในฐานะทันตแพทย์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาวะของประชาชน รองศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงศรัญญา ตันเจริญ ได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยในช่วงวิกฤติCOVID-19 ว่า นอกจากควรเคร่งครัดเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย และการล้างมือแล้ว การหมั่นบ้วนปาก และกลั้วคอแม้เพียงน้ำสะอาดธรรมดา ก็จะสามารถช่วยให้ห่างไกลจากCOVID-19 ได้
ม.มหิดล มุ่งวิจัยศึกษาคุณสมบัติทางยาจากเลือด "ตัวเงินตัวทอง" (Varanus salvator) หวังพิชิตมะเร็ง COVID-19 และโรคอุบัติใหม่ครั้งแรกของโลก             คนและสัตว์มีความเกี่ยวข้องกันเป็น "One Health" ซึ่งเมื่อเกิดโรคอาจถ่ายทอดจากคนสู่สัตว์ และสัตว์สู่คนได้ สัตวแพทย์ในทุกวันนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรักษาสัตว์  แต่เพื่อสุขภาวะของทุกคนบนโลกใบนี้ด้วย             ปัญหาโรคติดเชื้อนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเชื้อไวรัส COVID-19 ก็เป็นอีกหนึ่งในโรคติดเชื้อที่กำลังทำให้โลกเกิดวิกฤติจากปัญหาการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความพยายามผลิตวัคซีนจากภูมิคุ้มกัน (Antibody) ของมนุษย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 กันอย่างแพร่หลาย รองศาสตราจารย์ ดร. นายสัตวแพทย์จิตรกมล ธนศักดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีความพยายามที่จะวิจัยศึกษาคุณสมบัติทางยาจากเลือด "ตัวเงินตัวทอง" (Varanus salvator) เพื่อดูฤทธิ์การยับยั้งเซลล์มะเร็ง แบคทีเรีย และไวรัสก่อโรคอุบัติใหม่ รวมทั้ง COVID-19 ซึ่งหากบรรลุผลได้ตามเป้าหมายจะกลายเป็นรายแรกของโลก             จากสมมุติฐานที่ว่า ทำไม "ตัวเงินตัวทอง" (Varanus salvator) ถึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จากการกินซากสิ่งมีชีวิต และแม้ในน้ำเน่าเสีย ที่ผ่านมา...
ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรม “เครื่องนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่” เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ตัวนำไฟฟ้ามาติดกับตัวรองเท้าในบริเวณนิ้วโป้งเท้า หรือแผ่นนวด กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เกิดการผ่อนคลาย กระตุ้นจุดรับรสชาติและความรู้สึกที่ทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยน มีการมึนงง คลื่นไส้เวลาที่สูบบุหรี่ ซึ่งอาจต่อยอดนำไปประยุกต์ใช้ในการบำบัดการเสพติดอื่นๆ ได้ เช่น การเสพติดสุรา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้คาดการณ์ไว้ว่าภายในปีพ.ศ.2573 จะมีประชากรโลกเสียชีวิตเนื่องจากการสูบบุหรี่ถึงปีละ 8 ล้านคน นอกจากนี้แผนควบคุมยาสูบแห่งชาติได้มีการตั้งเป้าหมายลดอัตราการสูบบุหรี่ทุกชนิดให้เหลือร้อยละ 15 ในปี พ.ศ.2568 ทั้งนี้เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรัง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดสมอง             รองศาสตราจารย์ ดร.มณฑา เก่งการพานิช ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ในปี 2560 - 2563 ในโครงการ 3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไท้องค์ราชัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ให้เหลือร้อยละ 15 โดยแพทย์ทางเลือกไทยได้ถูกนำมาเผยแพร่นานาวิธีธรรมชาติที่ช่วยเลิกบุหรี่โดยไม่ใช้ยา ทั้งการใช้ผลไม้รสเปรี้ยว และสมุนไพรไทยต่างๆ รวมทั้งการนวดกดจุดเท้าเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ ซึ่งได้มีการจัดอบรมนวดกดจุดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ให้ทุกเขตสุขภาพ และแกนนำ หรือวิทยากรกลุ่มแรก ให้ทุกจังหวัดๆ ละ 10 คนเพื่อให้นำไปอบรมขยายผลเผยแพร่ต่อไป  ซึ่งพบว่ามีการนำไปใช้ที่ยังไม่แพร่หลายด้วยอุปสรรคนานาประการ อาทิ ความพร้อมของบุคลากร ความแตกต่างของการนวด ดังนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.มณฑา เก่งการพานิช และทีมวิจัยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทำงานควบคุมยาสูบในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้พัฒนาเครื่องนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ขึ้น ทั้งนี้หวังให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่าง             โจทย์ของการพัฒนานวัตกรรมเครื่องนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ คือ ทำอย่างไรจึงจะได้เครื่องนวดเท้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ใช้งานง่าย เข้าถึงได้ง่าย และราคาถูก ซึ่งจากการลงพื้นที่ชุมชนเพื่ออบรมเผยแพร่วิธีการนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ ให้แก่บุคลากรสาธารณสุข แพทย์แผนไทยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) แกนนำ ตลอดจนผู้สนใจตามชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สามารถทำได้ครอบคลุมพื้นที่ หากแต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มีการเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์และการวิจัยเพื่อพัฒนาเป็นนวัตกรรมเครื่องนวดเท้าช่วยเลิกบุหรี่ โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายภายในท้องถิ่น มาทำเป็นรองเท้านวดติดเซนเซอร์ เพื่อช่วยในการนวดกดจุดบริเวณนิ้วโป้งเท้าและได้มีการทดลองออกแบบตัวอย่างผลิตภัณฑ์เครื่องนวดกดจุดเท้าเพื่อเลิกบุหรี่ถึง 4 รุ่น และพัฒนามาเป็นลำดับ จากการใช้วัสดุที่เป็นรองเท้านวดจากรองเท้าปกติที่เป็นยางและผ้าที่ใส่กันอยู่ทั่วไป รองเท้านวดจากรองเท้าไม้แกะสลัก รองเท้านวดจากรองเท้าสาน มาจนถึงการใช้ตัวนวดเฉพาะนิ้วโป้ง ซึ่งสามารถควบคุมการใช้งานด้วยระบบสายและต่อไปจะพัฒนาต่อยอดเป็นแผ่นนวดที่สะดวกต่อการใช้งาน และการพกพา และใช้ระบบไร้สายในการควบคุมการทำงาน             ซึ่งนวัตกรรมเครื่องนวดกดจุดเท้าเพื่อเลิกบุหรี่นี้ไม่ถือเป็นเครื่องมือแพทย์ โดยอุปกรณ์เสริมที่ใช้ตัวนำไฟฟ้ามาติดกับตัวรองเท้าในบริเวณนิ้วโป้งเท้า หรือแผ่นนวด ใช้กระแสไฟฟ้าเพียง 3 โวลต์ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ โดยกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เกิดการผ่อนคลาย และกระตุ้นจุดรับรสชาติและความรู้สึกที่ทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยน มีการมึนงง คลื่นไส้เวลาที่สูบบุหรี่ ซึ่งอาจต่อยอดนำไปประยุกต์ใช้ในการบำบัดการเสพติดอื่นๆ ได้ เช่น การเสพติดสุรา นวัตกรรมนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการช่วยเลิกบุหรี่ให้แก่ผู้สูบบุหรี่ที่อยากเลิกและต้องการตัวช่วย             นวัตกรรมนี้ได้เสนอเป็นโครงการพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ และจะนำไปบูรณาการเพื่อใช้ในการส่งเสริมสุขภาวะของคนไทยในระดับนโยบายต่อไป ซึ่งจากการพัฒนานวัตกรรมโดยเอาประโยชน์ของปวงชนเป็นตัวตั้งนี้ ถือเป็นพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดลตามปณิธานแห่งการเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” ที่สร้างสรรค์องค์ความรู้เพื่อสังคมและประเทศชาติ
ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรมน้ำยาบ้วนปากจากสารสกัดข้าวไทย เพื่อผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหาโรคในช่องปาก และต่อยอดนวัตกรรมเพื่อลดผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ  จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยสูงอายุมักมีคราบจุลินทรีย์เกาะที่ง่ามรากฟัน ซึ่งทำความสะอาดได้ยากมากกว่าผู้ป่วยปกติ นอกจากการแปรงฟัน เหงือก และลิ้นแล้ว การใช้น้ำยาบ้วนปากที่เหมาะสม ร่วมกับ การขูดหินน้ำลาย และเกลารากฟันโดยทันตแแพทย์ จะช่วยทำให้การทำความสะอาดทั่วถึงขึ้น ในผู้ป่วยสูงอายุที่ไม่สามารถแปรงฟันได้ถนัด เนื่องจากทักษะในการจับแปรงสีฟัน หรือผู้ที่มีโรคทางสายตา ทำให้เกิดพยาธิสภาพในช่องปากตามมา เช่น การเกิดโรคปริทันต์อักเสบเรื้อรัง มีกลิ่นปาก การเกิดเชื้อราในช่องปาก ปากแห้ง เหงือก และเยื่อบุช่องปากบาง ง่ายต่อการระคายเคือง เกิดแผลในช่องปากได้ง่าย การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก และต้านการอักเสบ ร่วมกับการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟัน จึงเป็นความหวังใหม่ในการป้องกันและบรรเทาโรคดังกล่าว  กว่า 10 ปีที่ได้ทุ่มเทศึกษาวิจัยเรื่องการพัฒนานวัตกรรมน้ำยาบ้วนปากจากสารสกัดข้าวไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ โดยได้มีความร่วมมือกับ ทันตแพทย์หญิงจินตนา โพคะรัตน์ศิริ และทีมงานผู้วิจัย รวมถึงภาคเอกชนช่วยผลักดันสู่ตลาด รองศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงศรัญญา ตันเจริญ หัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ข้าวไทยพันธุ์ต่างๆ ที่มีสี หรือ...
เมื่อเร็วๆนี้เวทีจัดการแข่งขันประกวดนวัตกรรม IDE Competition 2021 จัดโดยศูนย์การสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม (IDE Center) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รูปแบบการแข่งขันผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน IDE Competition Experiment Track ได้แก่ ทีม YAMA Super Feed นวัตกรรมอาหารเสริมที่เป็นสมุนไพร 100% รักษาป้องกันและบำรุงเพื่อลดปัญหาเต้านมอักเสบของโคนม ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมจากนวัตกรรมชุมชนที่เกิดจากการทำงานร่วมกันกับ IDE Node รุ่นที่ 1 จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย            จารุพงศ์ ประสพสุข ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ทีม YAMA Super feed เปิดเผยว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ทำให้เห็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกษตรกรขายนมไม่ได้ ส่งผลให้พวกเกษตรกรไทยขาดโอกาสในการสร้างรายได้และต้องเป็นภาระในการดูแลโคนมที่ป่วย จึงได้ไปหาทีมงานด้านโภชนาการอาหารสัตว์ และสัตวแพทย์เพื่อประชุมหาวิธีการที่เหมาะสมปลอดภัยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จึงเกิดเป็นอาหารเสริม YAMA Super Feed ที่เป็นสมุนไพร 100%...