วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2026

อินเดียเป็นตลาดใหม่และตลาดใหญ่ที่ยังถือว่าโดดเด่นในช่วงที่ประเทศยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างวิกฤติ เนื่องจากเศรษฐกิจหลักของอินเดียเน้นการบริโภคภายใน เป็นหนึ่งประเทศที่ถือเป็นเป้าหมายการส่งออกของไทย ธนาดล ทองเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ชี้โอกาสการเข้าไปลงทุนในอินเดียโดยตรง แทนที่จะเน้นเพียงการส่งออกจากประเทศไทยเหมือนที่ผ่านมา ทูตพาณิชย์ ณ เมืองเจนไน แนะนำว่าผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs หากมีสินค้าผลิตและส่งไปขายในอินเดียอยู่แล้วยิ่งเป็นเรื่องดี เมื่อเห็นว่าสินค้าของท่านเป็นที่ต้องการของตลาด ขอให้ท่านมองอีกช่องทางหนึ่ง เชิญชวนลูกค้าหรือผู้นำเข้าอินเดียให้มาร่วมหุ้นกัน แล้วนำเทคโนโลยี เครื่องจักร รวมถึงโนฮาวที่เรามีไปเข้าทำการผลิตที่อินเดียเลย วัตถุดิบของอินเดียแทบทุกอย่างมีเหมือนบ้านเรา
จากเหตุการณ์ฝนตกหนัก และมีพายุฝนพัดถล่มอาคารในสนามบินดอนเมืองเมื่อคืนวันที่ 18 เม.ย. 2565 ที่ผ่านมา ทำให้หลังคาและกำแพงของอาคารได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บนั้น โดยสมมุติฐานเบื้องต้นคือ 1. ความแรงของพายุฤดูร้อนที่มาพร้อมกับฝนฟ้าคะนอง และ 2. น้ำหนักของน้ำฝนที่ตกลงมาและอาจขังอยู่ในบางบริเวณของหลังคา ทำให้เกินกำลังรับน้ำหนักของชิ้นส่วนโครงสร้างได้ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ส่งวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบหาสาเหตุและขอบเขตของความเสียหายต่อไป             อย่างไรก็ตามบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เห็นถึงความรุนแรงของพายุฤดูร้อนที่อาจจะสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างในช่วงระยะเวลานี้ได้ โดยมีปัจจัยเสี่ยง  6 ประการคือ             1.         พายุฤดูร้อนมักเกิดในช่วงเดือนเมษายน หรือในช่วงก่อนเริ่มฤดูฝน เป็นพายุที่มีความรุนแรงมาก เนื่องจากความแปรปรวนในกระแสลม อาจสร้างแรงกระทำต่อโครงสร้างได้มากกว่าแรงลมทั่วไป 2 ถึง 3 เท่า             2.         พายุฤดูร้อนจะเกิดในช่วงที่มีอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน แล้วมีมวลอากาศเย็น หรือที่เรียกว่าความกดอากาศสูงพัดมาปะทะกับมวลอากาศร้อน หรือความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้อากาศในบริเวณนั้นแปรปรวนเกิดความรุนแรงจนกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองขึ้น             3.         พายุฤดูร้อนอาจจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ในบางบริเวณ แต่ก็มีความรุนแรงมากที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่โครงสร้างที่มีพื้นผิวหรือพื้นที่ปะทะลมมาก เช่น หลังคา และ ผนัง เป็นต้น             4.         โครงสร้างที่อ่อนไหวต่อพายุฤดูร้อนเช่น...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันก่อนอาจารย์ดำรงค์ พิณคุณ นักคิด นักเขียน นักกลยุทธ์การตลาด เจ้าของฉายาอายุน้อยร้อยล้านคนแรกของประเทศไทย แถลงเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ ชื่อว่า GeniusX Business Intelligence (สมองอัจฉริยะชนะเกมธุรกิจ) เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการแบ่งประเภทคนตามหลักของวิทยาศาสตร์สมอง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตัวเองก่อนที่จะนำความถนัดและวิธีคิดที่เหมาะกับตัวเองมาต่อยอดในการบริหาร ในกระบวนการคิด เพื่อความสำเร็จและความก้าวหน้าทางธุรกิจ โดยต้องการให้คนไทยได้อ่านและทราบถึงทางลัดสู่ความสำเร็จในแบบของตนเอง อาจารย์ดำรงค์กล่าวว่า  GeniusX Business Intelligence เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก ถ้าได้อ่านเล่มนี้จะรู้ว่ามีทางลัดพิเศษที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พูดได้ว่า GeniusX คือสุดยอดเคล็ดวิชาการแบ่งประเภทคน ตามหลักวิทยาศาสตร์สมอง (Neuroscience) เพื่อทะยานสู่การก้าวขึ้นเป็นสุดยอดผู้นำในแวดวงการทำธุรกิจ ตามความถนัดและลักษณะเฉพาะของตัวเอง "เนื้อหาสาระสำคัญจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวิธีการ พฤติกรรมต่างๆ ความถนัด การชื่นชอบ การหัดสังเกตผู้คนและสิ่งรอบข้างที่ทำให้ผู้อ่านเรียนรู้ ทั้งได้รู้จักตัวเองมากขึ้นและได้รู้อีกว่าควรจะใช้กลยุทธ์แบบไหนถึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ดังนั้นวิธีคิดก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม" อาจารย์ดำรงค์กล่าวและว่า ขั้นตอนของตนมี  4 ขั้นคือ การสร้าง Awareness หรือสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์  ซึ่งสำคัญที่สุด เพราะทุกวันนี้มีแบรนด์เกิดขึ้นมาใหม่เป็นแสนๆ ล้านๆ...
ไมโครเอสเอ็มอี (Micro-SME) ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจนอกระบบที่ไม่อยู่ในความสนใจของธนาคารขนาดใหญ่และมีโอกาสเข้าถึงผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอีทั่วไปค่อนข้างจำกัด แต่มีธนาคารแห่งหนึ่งมองลูกค้ากลุ่มนี้ในฐานะผู้ประกอบการ ไม่ใช่ลูกค้ารายย่อย จึงออกแบบกระบวนการพิจารณาสินเชื่อเฉพาะด้าน การบริหารความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด และรูปแบบการดำเนินงานที่แตกต่างจากธนาคารกระแสหลัก ตลอดระยะเวลากว่าสิบปี ธนาคารแห่งนี้ได้พัฒนาแพลตฟอร์มไมโครเอสเอ็มอีเฉพาะทางขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสาขาสินเชื่อที่มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ การฝึกอบรมพนักงานอย่างเข้มข้นด้านการพิจารณาสินเชื่อและการบริหารความสัมพันธ์ รวมถึงการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักความเชื่อว่า “ทุกคนมีความสำคัญ (Everyone Matters)” นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธนาคารไทยเครดิต ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับแนวทางปล่อยสินเชื่อเฉพาะทางและนวัตกรรมดิจิทัล ที่ช่วยยกระดับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังผลักดันการขยายบริการทางการเงินและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เครือข่ายผู้ประกอบการรายย่อย ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) (CREDIT) ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจนอกระบบอย่างต่อเนื่อง ในบทสัมภาษณ์นี้ นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อธิบายถึงแนวทางที่ธนาคารใช้เพื่อสร้างความแตกต่างในอุตสาหกรรมการธนาคารของไทย ไม่ว่าจะเป็นการมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี การให้บริการบนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้า ตลอดจนการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยนับล้านราย ซึ่งมักถูกจำกัดการเข้าถึงบริการจากสถาบันการเงินกระแสหลัก สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น ประวัติและพัฒนาการของ CREDIT มีความเป็นมาอย่างไร? ประวัติของธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) มีจุดเริ่มต้นจากการดำเนินธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ในช่วงทศวรรษ 2513 ต่อมาเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดให้ยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารเพื่อการพาณิชย์ ผู้ถือหุ้นได้ขอรับใบอนุญาตโดยอาศัยความมั่นคงของฐานเงินทุน และได้รับใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารเพื่อการพาณิชย์ในปี 2549...
ในช่วงที่ประเทศยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างประสบวิกฤติเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจของอินเดียกลับเติบโตแบบสวนทาง เนื่องจากอินเดียเน้นการบริโภคภายใน เป็นหนึ่งประเทศที่ถือเป็นเป้าหมายการส่งออกของไทย ธราดล ทองเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย แนะนำว่าการทำการค้ากับอินเดีย แทนที่จะเน้นเพียงการส่งออกจากประเทศไทยเหมือนที่ผ่านมา ควรใช้วืธีการเข้าไปลงทุนในอินเดียโดยตรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs หากมีสินค้าผลิตและส่งไปขายในอินเดียอยู่แล้วยิ่งเป็นเรื่องดี เมื่อเห็นว่าสินค้าของท่านเป็นที่ต้องการของตลาด ขอให้ท่านมองอีกช่องทางหนึ่ง เชิญชวนลูกค้าหรือผู้นำเข้าอินเดียให้มาร่วมหุ้นกัน แล้วนำเทคโนโลยี เครื่องจักร รวมถึงโนฮาวที่เรามีเข้าไปทำการผลิตที่อินเดียเลย “วัตถุดิบของอินเดียแทบทุกอย่างมีเหมือนบ้านเรา ยกตัวอย่างไม้ที่เอามาสลักเป็นแจกัน เราก็เอาเครื่องกลึง เทคโนโลยี ดีไซน์ ไปร่วมทุนกับคนอินเดีย แล้วทำตลาดที่นั่นเลย ข้อดีคือเราไม่ต้องเสียต้นทุนการขนส่ง ไม่ยุ่งยากกับระบบภาษีนำเข้า” คุณธราดล กล่าว. คุณธราดลยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันทุกประเทศพยายามปกป้องการนำเข้าสินค้า ด้วยการตั้งกำแพงอุปสรรคต่างๆขึ้นมา สินค้าราคาถูกเมื่อนำเข้าไปขายจะกลายเป็นสินค้าราคาแพงทันที เพราะต้องบวกภาษี บวกค่าขนส่ง เมื่อราคาสินค้าแพงก็สู้สินค้าภายในประเทศที่ต้นทุนถูกกว่าไม่ได้ โดยเฉพาะสินค้าเจาะกลุ่มชาวบ้านที่มองราคาเป็นหลัก แต่ถ้าเราเข้าไปผลิตที่นั่นก็หมดปัญหาทันที วิธีการเข้าไปลงทุนไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองใหญ่เท่านั้น เมืองไหนก็ได้ ที่ตรงกับความต้องการของเรา การขนส่งสะดวก มีเครือข่ายเชื่อมกับพื้นที่เป้าหมายในการเจาะตลาด ขณะที่รัฐบาลอินเดียก็เปิดกว้างด้านการลงทุน ตามนโยบาย  เมก อิน อินเดีย ‘Make in...
เป็นที่ทราบกันดีว่าการขายเบี้ยประกันภัย “เจอจ่ายจบ” กลายเป็นมหากาพย์ครั้งใหญ่ของวงการประกันภัย มีผู้สนใจทำประกันชนิดนี้จำนวนมหาศาล และทำให้บริษัทประกันวินาศภัยที่ขายเบี้ยประกันดังกล่าวไม่สามารถชำระเบี้ยจากได้พิษไวรัสโควิดที่แพร่ระบาดจนมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ต้องปิดตัวไปถึง 4 บริษัท รวมยอดเบี้ยค้างจ่ายไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ก่อนหน้าจะเกิดเคส “เจอจ่ายจบ” ก็มีบริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวไป 2 บริษัท ทำให้รวม 6 บริษัทมีเบี้ยค้างจ่ายเกือบ 7 หมื่นล้านบาท โดยมีจำนวนผู้เอาประกันที่จะต้องได้รับการชำระหนี้กว่า 7 แสนคน นั่นคือสิ่งที่ “กองทุนประกันวินาศภัย” ต้องเข้ามารับผิดชอบ “CE” มีโอกาสสัมภาษณ์ “คุณชนะพล  มหาวงษ์” ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 และต้องมาเจอกับ “เผือกร้อน” เล่าถึงแนวทางการบริหารจัดการหนี้ดังกล่าว ทั้งหนี้ที่เกิดจากการทำประกันวินาศภัยทั่วไป และ หนี้กรมธรรม์เจอจ่ายจบ ว่า “ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารการขอรับชำระหนี้ทั้งจาก 4 บริษัทที่ปิดตัวจากกรณี “เจอจ่ายจบ” และ 2 บริษัทแรกที่ปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยในเรื่องการชำระหนี้ก็ดำเนินการไปพร้อมกันทุกบริษัท...
เพราะสหรัฐฯ คือตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย เราจึงต้อง "รุก" ให้ทันโลก! ร่วมติดตามสรุปการเดินทางเยือนวอชิงตัน ดี.ซี. ของ “ทีมไทยแลนด์” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กับการแก้โจทย์ยากเรื่องกำแพงภาษี พร้อมกางโรดแมปอุตสาหกรรมไฮเทคที่ไทยพร้อมเป็นเป้าหมายใหม่ของนักลงทุนทั่วโลก โดย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์ – Suphajee Suthumpun” ถึงผลการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4-5 พฤษภาคม 2569 ว่า “วันนี้ขอเล่าเรื่องการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4-5 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกท่านได้รับทราบว่า ท่ามกลางความอ่อนไหวด้านการค้า การลงทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยท้าทาย ที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะกับไทย หรือเฉพาะกับภูมิภาคอาเซียน แต่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้น เราได้ใช้เวลาตลอด 2 วัน ในการพบปะกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ค่ะ การเดินทางในครั้งนี้ เราได้เข้าร่วมงาน...
การแข่งขันของธุรกิจยุคใหม่ต่างแสวงหา ‘นวัตกรรม’ เป็นจุดขาย สินค้าที่ไม่มีความแปลกใหม่ ไม่มีนวัตกรรม โอกาสประสบความสำเร็จเป็นไปได้น้อย รัตนพงษ์ จันทะวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาหารอายุรวัตร์ จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ที่ก้าวผ่านจากวิสาหกิจชุมชนสู่ตลาดโลก ผกผันชีวิตจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมาเป็นนักธุรกิจ ทุกอณูเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยความเชื่อมั่นในไอเดียและความมุ่งมั่นที่จะผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทำจากผลฟักข้าว ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นของไทย แต่ยังไม่มีใครนำมาเปิดตลาดอย่างจริงจัง เขาเดินตามความฝันด้วยการเปิดโรงงานเล็กๆในจังหวัดนครปฐม ปั้นน้ำฟักข้าวแบรนด์ ‘Orga’ ออกมาชิมลาง เราไม่รู้หรอกว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่เรามองเห็นในตอนนั้นคือความแปลกใหม่ที่จะได้นำสินค้าเกษตรมาแปรรูปสู่ตลาด
ตุรกีเป็นประเทศที่นักลงทุนและผู้ส่งออกไทยยังไม่ค่อยคุ้นเคย จึงไม่ค่อยสนใจตลาดนี้เท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ตุรกีถือเป็นฐานการผลิตสินค้าที่สำคัญของนักลงทุนจากหลายประเทศ เนื่องจากสามารถส่งออกไปขายในยุโรปได้โดยไม่เสียภาษี นอกจากนี้ไทยกับตุรกียังอยู่ในระหว่างการจัดทำข้อตกลงเปิดการค้าเสรีหรือเอฟทีเอไทย-ตุรกี คาดว่าจะเสร็จในปีนี้และบังคับใช้ในปี 2562 ซึ่งจะทำให้การค้า การลงทุนระหว่างไทยกับตุรกีเติบโตขึ้นอีกหลายเท่า ลองไปฟังคำบอกเล่าของ นิวัฒน์ หาญสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ที่มา : www.creativeecon.asia